ซีเอสอาร์เชิงยุทธ์ สู่สมดุลสุดยอดแห่งสังคม และองค์กร

ซีเอสอาร์เชิงยุทธ์ สู่สมดุลสุดยอดแห่งสังคม และองค์กร
คอลัมน์ แยบยลกลยุทธ์ โดย ผศ.ดร.ธีรยุส วัฒนาศุภโชค teerayout@acc.chula.ac.th ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 03 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3980 (3180)
ซีเอสอาร์เชิงยุทธ์ (strategic CSR) นั้น กำลังเป็นที่โจษจันกันอย่างมากครับ เนื่องจาก เป็นแนวคิดที่สร้างประโยชน์อย่างสูงสุด ให้กับทั้งสภาพแวดล้อม สังคม กลุ่มผู้มีส่วน ได้เสียทุกกลุ่ม และตัวกิจการเอง เรียกว่า win-win-win กันทุกฝ่าย
แนวคิดนี้เน้นการเลือกประเด็นการทำ CSR อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาแนวโน้มความต้องการ และกระแสของสังคมว่ากำลังเผชิญอะไรอยู่ เพื่อที่จะช่วยจัดการกับ สถานการณ์นั้นๆ อย่างดีที่สุด รวมถึงต้องพิจารณาให้สอดคล้องเหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจของกิจการตน โดยเน้นว่าควรใช้ความสามารถที่ตนเองมี และต้องทำกิจกรรมซีเอสอาร์อย่างต่อเนื่อง สอดคล้อง มีธีมเดียวกัน ผสมผสานเข้าสู่ทุกกิจกรรมหลักของกิจการ จะไปนำสู่การสร้างประโยชน์สูงสุดของทั้งสังคม สภาพแวดล้อม และกิจการเองในที่สุด
กรณีที่น่าสนใจและโดดเด่นมากของ การผสมผสานแนวคิดซีเอสอาร์ จนกลายเป็นประเด็นหลักทางกลยุทธ์เข้าสู่การเป็น strategic CSR นั่นคือ ทีเอ็นที กิจการ ทางด้านโลจิสติกส์และการขนส่งของเนเธอร์แลนด์
ทีเอ็นทีได้รับผลกระทบเยอะจากการปลดปล่อยสารคาร์บอนจากการขนส่งระหว่างประเทศมากมาย โดยส่วนใหญ่ของคาร์บอนที่เกิดขึ้นในกิจการนี้เกิดจากการขนส่งทั้งทางบกและทางอากาศในเส้นทางต่างๆ รอบโลก เริ่มส่งผลกระทบรุนแรงในวงกว้างแล้ว โดยเฉพาะลูกค้าในยุโรปที่ถือเป็นฐานหลักของกิจการ ให้ความสำคัญกับภาวะโลกร้อนอย่างมาก
ทีเอ็นที จึงนำเสนอแคมเปญ “Planet Me” ซึ่งเป็นการจัดการกับการปลดปล่อยคาร์บอนของกิจการเชิงองค์รวม เริ่มจากการวัดปริมาณคาร์บอนที่กิจการปล่อยสู่บรรยากาศทั้งหมด การกำหนดเป้าหมาย ในการลดปริมาณคาร์บอน รวมถึงกำหนดมาตรการในการลดคาร์บอนจากการดำเนินงานของกิจการทั้งหมด
โครงการนี้จะติดตามการปล่อยคาร์บอนอย่างเคร่งครัด และมีรายงานอย่างต่อเนื่องให้กับพนักงานทราบอยู่ตลอดเวลา ถึงปริมาณการปลดปล่อย และมูลค่าโบนัส ที่ได้ก็จะเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดนี้ และจากการที่ปริมาณการปล่อยคาร์บอนส่วนใหญ่ มาจากการขนส่งของกิจการ ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งมาจากการขนส่งทางบก กิจการจึงมี นโยบายที่จะใช้รถยนต์ไฮบริดจ์ รถที่ใช้พลังงานทดแทน และรถไฟฟ้าในการขนส่งแทนทั้งหมด ก็จะลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนได้มาก
ขณะที่การขนส่งผ่านทางเครื่องบินยังทำอะไรไม่ได้มากในระยะสั้น เนื่องจากต้องใช้เครื่องบินที่ตนลงทุนไปแล้ว แต่ในระยะยาว กิจการจะวางแผนร่วมกันกับผู้ผลิตเครื่องบินเพื่อทำการพัฒนาร่วมกันสำหรับเครื่องบินที่จะจัดซื้อในอนาคต เพื่อให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้ต่ำกว่าเป้า
รวมทั้งการปลูกฝังให้พนักงานตระหนักถึงความสำคัญของการลดคาร์บอน ทั้งในการทำงานและชีวิตส่วนตัว เช่น โครงการลดการเดินทางลง โดยไปมุ่งเน้นพัฒนาเทคโนโลยีในการประชุมทางไกลไฮเทคแทน ซึ่งต้นทุนที่ประหยัดได้ต่อปีประมาณ 3.2 ล้านยูโร จากการลดการเดินทางของพนักงานลง 20% เมื่อเทียบกับการลงทุนในเครื่องมือไฮเทคต่างๆ ในการประชุมเพียง 2.8 ล้านยูโรแล้ว เห็นว่าคุ้มแสนคุ้ม ไม่นับการลดค่าเสียเวลา เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เจ็บไข้จากการเดินทางที่เกิดขึ้น รวมถึงภาพลักษณ์การดูแลสังคมที่ดีขึ้นอย่างมากอีกต่างหาก
ทีเอ็นทียังได้ทำการเจรจากับผู้รับเอาต์ซอร์ซของกิจการในประเทศต่างๆ ถึงการลดปริมาณการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิล และให้ไปมุ่งเน้นการใช้เชื้อเพลิงประเภทอื่น รวมทั้งการคัดเลือกซัพพลายเออร์รายใหม่ จะมุ่งเน้นเกณฑ์ดังกล่าวเป็นเกณฑ์หลักในการคัดเลือก ตามยุทธศาสตร์ใหม่ด้านซีเอสอาร์ของกิจการ
หรือกรณี จีอี : เจเนอรัล อิเล็กทริกส์ ที่ได้กำหนดธีมของซีเอสอาร์เชิงยุทธ์ คือ ecomagination หรือจินตนาการเพริศแพร้วทางด้านนิเวศวิทยา ที่ผ่านมาจีอีเองก็รับรู้ถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ ว่าประเด็นของสภาพแวดล้อมใดที่กำลังคุกคามและอยู่ในความสนใจของประชาชนทั่วไปมากที่สุด ไม่แคล้วปรากฏการณ์เรือนกระจกที่มาจากการปล่อยคาร์บอนเช่นกัน สาเหตุหลักมาจากการเผาผลาญพลังงานที่มาจากฟอสซิลนั่นเอง
จีอีเองจึงได้ลงทุนลงแรงมหาศาลไปยังการค้นคว้าพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้านพลังงานทดแทนที่สะอาดกว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่า เพื่อรับมือกับปัญหาทางด้านเรือนกระจก จีอีเองก็มีวิศวกรมือฉมัง ที่ซุ่มดำเนินงานทางด้านนี้อยู่แล้ว และได้ลงทุนไปในการค้นคว้าวิจัยด้านนี้ถึงนับหมื่นล้านบาท
นอกจากจะทำให้ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้จนต่ำกว่าเป้าหมายมากแล้ว ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ให้กับจีอีอย่างมาก นับเป็นแนวทางการเติบโตเชิงยุทธ์ที่นำความก้าวหน้ามาสู่กิจการ อย่างสอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคตที่จะมาถึง หน่วยธุรกิจที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทน และผลิตภัณฑ์ที่รักษาสิ่งแวดล้อมของจีอีนั้น คาดว่าจะสร้างรายได้กลับมาในอีกไม่กี่ปีนับหลายแสนล้านบาท โดยเฉพาะยอดสั่งจองผลิตภัณฑ์ล้ำยุคดังกล่าวนับว่ามีออร์เดอร์ยาวไปจนถึงปี 2009
จากการทุ่มเทแนวคิดด้านของซีเอสอาร์เชิงยุทธ์นี้ ทำให้จีอีลดต้นทุนพลังงานได้ถึงนับหมื่นล้านบาท รวมถึงสร้างรายได้ต่อเนื่องอีกมหาศาล ที่สำคัญที่สุดคือทำชื่อเสียงภาพลักษณ์ที่สดใสให้กับจีอีอย่างมาก
หวังว่ากรณีซีเอสอาร์เชิงยุทธ์แบบ win-win-win กันทุกฝ่ายแบบนี้ คงจะช่วยจุดประกายให้กับท่านผู้อ่านทุกท่านครับ

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *