สุขภาพ : ช็อกโกแลตซีสต์ วายร้ายของคนมีลูกยาก

สุขภาพ : ช็อกโกแลตซีสต์ วายร้ายของคนมีลูกยาก

ได้ยินคำว่า ช็อกโกแลตซีสต์ หลายคนอาจหลงคิดว่านี่คือขนมจานใหม่จากร้านไหนสักแห่ง แต่จริงๆ แล้วนี่คือสิ่งสำคัญที่คนมีบุตรยากควรรู้จักไว้ เพราะเชื่อหรือไม่ว่ากว่า 30 – 60% ของกลุ่มผู้มีบุตรยากในผู้หญิงมักพบว่าเกิดจากปัญหาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ Endometriosis หรือที่เรียกว่า ช็อกโกแลตซีสต์ นั่นเอง

มารู้จักช็อกโกแลตซีสต์กันดีกว่า

ตามธรรมชาติผู้หญิง หากไม่มีการตั้งครรภ์เยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดออกมาพร้อมกับประจำเดือน และเมื่อหมดประจำเดือนก็จะสร้างเนื้อเยื้อขึ้นมาใหม่เพื่อรอการฝังตัวของไข่ครั้งต่อไป แต่ในบางเดือนกรณีที่เกิดการระบายไม่ทัน เลือดก็จะเอ่อล้นมาที่ท่อไข่ ซึ่งจะนำพาเยื่อบุโพรงมดลูกมาด้วยทำให้อาจเกิดการฝังตัวตามที่ต่างๆ ในช่องท้อง เช่น ที่รังไข่ ทอนำไข่ ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ เรียกได้ว่า ไปที่จุดไหนก็จะฝังตัวที่จุดนั้นทันที

โดยมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆ คล้ายสิว เมื่อเป็นมากขึ้นก็อักเสบเกิดเป็นพังผืด ทำให้ท่อนำไข่ไม่สามารถจับไข่ได้ ยิ่งถ้าเกิดฝังลึกที่รังไข่ เลือดที่ออกก็จะสะสมโตขึ้นทำให้เกิดเป็น “ช็อกโกแลตซีสต์” และเข้าสู่ภาวะการมีบุตรยากในที่สุด

เราเป็นโรคนี้หรือไม่ สังเกตอย่างไร

อาการของโรคนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ฝัง บางรายอาจไม่มีอาการบางรายอาจมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้นขณะมีประจำเดือน รวมทั้งยังมีอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น ปวดร้าวที่เอว และก้นกบ ท้องเสีย ปัสสาวะบ่อยหรือเจ็บมดลูกและท้องน้อยเวลามีเพศสัมพันธ์

มีบุตรยากเพราะช็อกโกแลตซีสต์…เรามีวิธีรักษา

ในรายที่มีรอบเดือนปกติ 28 วัน ให้มีเพศสัมพันธ์ในวันที่ไข่ตกนั่นคือ 13, 15, 17 เป็นเวลา 4 รอบเดือนหากยังไม่ตั้งครรภ์ก็อาจใช้วิธีการฉีดเชื้ออสุจิเข้าร่วมด้วยในวันที่ไข่ตก

ในกรณีที่ใช้วิธีพื้นฐานไม่สำเร็จ อาจใช้วิธีการผ่าตัดส่องกล้องแบบแผลเล็ก (Minimally Invasive Surgery: MIS) เพราะจะสามารถประเมินได้ว่ารอยโรคนี้มีความรุนแรงแระดับไหน โดยจะแบ่งเป็น 4 ระดับ ตามจำนวนตุ่ม พังผืด และขนาดของซีสต์ หาพบพังผืดก็จะทำการเลาะพังผืดและจี้ ทำลายเยื้อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ออกให้มากที่สุด

ในรายที่เป็นมาก หลังการผ่าตัดจะมีการให้ยากเพื่อเป็นการรักษาควบคู่กันไป

ในรายที่ไม่สามารถเลาะออกได้ เนื่องจากไปฝังตัวตามลำไส้ หรือท่อนำไข่ ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อระบบภายใน ก็จะทำการให้ยารักษาโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ต่อไป

ในรายที่มีรอยโรคมากจนท่อนำไข่ไม่สามารถตั้งครรภ์โดยวิธีธรรมชาติได้แล้ว อาจแนะนำให้ใช้วิธีเด็กหลอดแก้ว แต่หากท่อนำไข่ยังใช้ได้อยู่ ก็จะใช้วิธีการให้ยาควบคู่ไปกับการฉีดเชื้อ ซึ่งถ้าหากยังไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ จึงจะใช้วิธีเด็กหลอดแก้วต่อไป

ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *