ชาวต่างชาติควรระวังหากจะบ่นเรื่องประเทศไทย

ชาวต่างชาติควรระวังหากจะบ่นเรื่องประเทศไทย

“คุณเกรียงศักดิ์ ขอบคุณมากเลย วันนี้ผมเรียนรู้จมเลยด้วยเวลาเพียง 2 ชั่วโมง เทียบกับการลองผิดลองถูกมา 6 เดือน” บิลล์ กล่าวหลังจากจบการโค้ชแบบตัวต่อตัวครั้งแรก …
ผมยิ้มรับพร้อมกับกล่าวว่า “ด้วยความเต็มใจครับบิลล์”

บิลล์หยิบหนังสือ Bridging the Gap แล้วถามว่า “คุณเขียนคอลัมน์ลงในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์มาตั้ง 5 ปี แต่ว่าหนังสือเล่มนี้มีเพียงแค่ 15 ตอนเท่านั้นเอง แล้วที่เหลือละครับ”
“ที่จริงแล้วมีทั้งหมดร่วม 300 ตอน ผมได้เลือกเอาตอนที่ได้รับความนิยมจากผู้อ่านโดยวัดจากอีเมลที่ผู้อ่านเขียนกลับมาจำนวน 18 ตอน แล้วก็นำมาไว้ในเว็บไซต์ของผม ผมจะเล่าสักเรื่องหนึ่งเพื่อเป็นหนังตัวอย่างให้คุณฟังก็ได้ครับ เรื่องนี้เขียนขึ้นในปีแรกเลย”

เมื่อผมเริ่มเขียนลงคอลัมน์ได้ไม่กี่เดือน ผมได้รับอีเมลจากผู้อ่านชาวไทยคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่า บ่อยครั้งที่เธอได้ยินชาวต่างชาติที่มาทำงานในประเทศไทย บ่นเกี่ยวกับประเทศไทย รัฐบาลไทย คนไทย สาธารณูปโภคในบ้านเราต่อหน้าคนไทย โดยทั่วๆ ไปคนไทยมักจะให้อภัย และเราก็ไม่ค่อยชอบโต้แย้ง โดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ แม้ว่าบางคนอาจจะไม่เห็นด้วยก็จะไม่แสดงออกมา

ผู้อ่านท่านนั้นบอกว่า การที่เราเงียบอาจส่งสัญญาณผิดๆ ไปยังชาวต่างชาติว่าเราเห็นพ้องต้องกันในสิ่งที่เขาพูดออกมา ทั้งๆ ที่ในใจไม่ค่อยเห็นด้วย หรือบางครั้งอาจจะโกรธด้วยซ้ำไปแต่ไม่แสดงออกมา
เธอคิดว่าคอลัมน์ของผมน่าจะเป็นช่องทางที่บอกกับผู้อ่านชาวต่างชาติได้ว่าให้ยอมรับประเทศไทยและคนไทยอย่างที่เราเป็น สำหรับผมเองนั้นไม่ค่อยได้สังเกตเรื่องนี้เท่าไรนัก ที่จริงแล้วบางครั้งผมเองก็จะเป็นคนที่เริ่มบ่นเกี่ยวกับความเป็นไทยให้ชาวต่างชาติฟังก่อนด้วยซ้ำไป
ที่น่าแปลกใจก็คือ หลายๆ ครั้ง ชาวต่างชาติเองเสียอีกกลับเป็นคนบอกกับผมให้มองด้านบวกของความเป็นไทย ที่จริงหากมีคนไทยอีกคนอยู่ด้วยในการสนทนานั้น เขาอาจจะไม่ค่อยปลื้มกับการที่ผมบ่นเกี่ยวกับประเทศตัวเองเท่าใดนัก โดยเฉพาะในภาวะที่กระแสชาตินิยมกำลังร้อนระอุอยู่ในขณะนี้ เรื่องนี้เป็นเสมือนข้อควรระวังสำหรับผม และคนไทยทุกๆ ท่านครับ

เมื่อเขียนถึงเรื่องนี้ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องของเพื่อนคนหนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ผมทานข้าวกลางวันกับเธอ เธอเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งเธอเข้าร่วมประชุมกับหัวหน้าชาวมาเลเซีย กับลูกค้าชาวมาเลเซียที่สำนักงานของเธอ
ในระหว่างการประชุม มีเรื่องหนึ่งที่บังเอิญพาดพิงถึงคนไทยเข้า ชาวมาเลเซียทั้งสองคนก็เริ่มนินทาคนไทยขึ้นมา เขาบ่นเกี่ยวกับเรื่องการที่คนไทยไม่ค่อยมุ่งมั่นเท่าใดนัก ยังมีเรื่องเกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อองค์กร และเรื่องอื่นๆ อีกที่เขามีต่อคนไทย พวกเขาดูเหมือนลืมไปว่ากำลังนั่งอยู่ในบริษัทคนไทย ต่อหน้าคนไทย ที่จริงแล้วลูกค้าชาวมาเลเซียท่านนั้นอาจจะเข้าใจผิด เพราะว่าเพื่อนผมนั้นเธอเป็นลูกคนจีนที่เกิดในไทย หากใครไม่รู้จักเธอ อาจจะเผลอเดาจากใบหน้าหมวยๆ ของเธอว่าเป็นชาวต่างชาติ เธอเองรู้สึกอึดอัด และเข้าใจว่าชาวต่างชาติทั้งสองคนกำลังดูถูกเธอ ซึ่งต่อมาภายหลังเธอคิดว่าเขาสองคนนั้นไม่ได้มีเจตนาอะไร
โดยสรุปก็คือ อย่าบ่นเรื่องคนไทยต่อหน้าเรา เพราะคุณทำมาหากินในประเทศนี้ ขอให้มองเหรียญสองด้าน ผมเองได้ยินเรื่องดีๆ จำนวนมากจากชาวต่างชาติเกี่ยวกับคนไทย เวลาเพื่อนคุณเริ่มบ่นเกี่ยวกับคนไทย ลองยกตัวอย่างเหล่านี้ให้เขาฟังดู

– ที่ปรึกษาชาวสิงคโปร์เดินทางมาทำงานช่วงสั้นๆ ในประเทศไทย เขานั่งรถแท็กซี่ออกจากโรงแรมมาที่ทำงานซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าใดนักทุกเช้า ในวันที่ 3 เขานั่งแท็กซี่มาตามปกติ แต่ว่าวันนั้นเขาลงจากรถและจ่ายค่าแท็กซี่ราคา 70 บาทด้วยธนบัตรราคาใบละ 1,000 บาท ปรากฏว่าพนักงานขับรถแท็กซี่ไม่มีเงินทอน ระหว่างที่เขายืนเก้ๆ กังๆ หน้าอาคารสำนักงาน แม่ค้าปาท่องโก๋เจ้าที่ทอดขายหน้าสำนักงานเป็นประจำ รีบวิ่งมาพร้อมแบงก์ย่อยให้เขายืมจ่ายค่าแท็กซี่ไปก่อน

แม้ว่าแม่ค้าจะพูดอังกฤษไม่ได้ ในขณะที่ชาวสิงคโปร์ก็พูดไทยไม่ได้ สักพักหนึ่งเพื่อนคนไทยที่ทำงานออฟฟิศเดียวกันเดินผ่านมา เขาก็จัดการเคลียร์ให้เสร็จจนเรียบร้อย หนุ่มสิงคโปร์จึงตอบแทนด้วยการอุดหนุนปาท่องโก๋ เขาบอกว่า หากเป็นชาวต่างชาติเดินทางไปสิงคโปร์และพบเหตุการณ์คล้ายๆ กัน อาจจะไม่ได้รับการเอื้อเฟื้อน้ำใจเฉกเช่นคนไทย

– แหม่มสาวใหญ่ชาวอเมริกันเข้ามาทำงานชั่วคราวในประเทศไทย ในวันหยุดสุดสัปดาห์หนึ่งเธอตัดสินใจไปเที่ยว จ.กาญจนบุรี เธอชอบขี่จักรยานจึงเช่าจักรยานปั่นจากรีสอร์ตที่เธอพักเข้าตัวเมือง แต่เธอหารู้ไม่ว่าระยะห่างร่วม 50 กิโลเมตร ขากลับเธอจึงตัดสินใจที่จะนำจักรยานขึ้นรถบัสโดยสารกลับไปที่พัก ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะต้องขึ้นรถสายอะไรที่ไหนดี เธอจึงวานเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแควให้ช่วยบอกทางให้เธอที ตำรวจไทยใจดีแถมพูดภาษอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว อาสาพาเธอและจักรยานขึ้นรถกระบะของตำรวจ และพามาส่งที่สถานีรถโดยสาร เจ้าหน้าที่ยังอำนวยความสะดวกไปซื้อบัตรโดยสารให้ โดยใช้เงินของเธอ และพาเธอไปส่งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอขึ้นไม่ผิดคัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอชื่อรีสอร์ตที่เธอพัก หนึ่งชั่วโมงให้หลัง เขาโทร.ไปที่โรงแรมและสอบถามเจ้าหน้าที่โรงแรมว่าแขกชื่อนี้กลับมาถึงแล้วหรือยัง

สิ่งเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คือเสน่ห์ของคนไทยที่ทำให้ชาวต่างชาติประทับใจสยามเมืองยิ้มของเราละครับ
ที่มา : http://jobmsn.jobjob.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *