สุขภาพ : จ้อมือถือ ระวัง! ‘โรคเส้นประสาทข้อศอก’

สุขภาพ : จ้อมือถือ ระวัง! ‘โรคเส้นประสาทข้อศอก’

“มือถือ” คืออุปกรณ์สื่อสารที่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเราไปแล้วเรียบร้อย สำหรับหลายคนมือถือแทบจะเรียกได้ว่าเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย ตื่นเป็นต้องโทร เข้าห้องน้ำก็โทร กินข้าวก็โทร ขับรถยังโทร (อันนี้ผิดกฎหมายและอันตรายมาก) บางคนถึงกับหลับไปพร้อมๆ กับการคุยมือถือ

จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อมีคำเตือนออกมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและกระดูกว่าขณะนี้โรคยอดฮิตที่พบมากขึ้นเรื่อยๆ ในสังคมแห่งการเชื่อมต่อก็คือโรคประสาทข้อศอกเสียหรือเรียกกันตามสาเหตุของโรคที่พบได้บ่อยๆ ว่า “โรคข้อมือถือ”

โรคนี้อาจฟังดูไม่หนักหนาสาหัสอะไร แต่ความจริงแล้วน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะกว่าที่คนไข้จะได้พบแพทย์และวินิจฉัยว่าเส้นประสาทที่ข้อศอกเสียก็ต่อเมื่อที่มีอาการหนักแล้วจริงๆ เพราะโดยวิสัยของคนทั่วไป การปวดนิดปวดหน่อยอันเป็นสัญญาณเตือนของโรคมักถูกละเลยโดยง่าย เมื่อถึงจุดที่มีอาการปวดชาที่หน้าแขน เส้นประสาทสำคัญที่บริเวณข้อศอกก็ได้เสียหายไปแล้วเรียบร้อย

หลายคนอาจยังนึกไม่ออกว่าตัวเองเป็นหนึ่งในคนที่ใช้มือถือเยอะหรือเปล่า ให้ลองสังเกตดูว่าวันหนึ่งๆ เราคุยโทรศัพท์ถึงขนาดเมื่อยจนต้องเปลี่ยนหูอีกข้างโทรหรือเปล่า หากใช่ ยังนับว่าดีเพราะคำแนะนำจากแพทย์โรคกระดูกและข้อ นายแพทย์ ปีเตอร์ เจ อีแวนส์ ผู้อำนวยการคลินิกโรคที่เกี่ยวกับมือและแขน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า การสลับแขนไปมาจะช่วยลดการบาดเจ็บที่เกิดจากแรงกดทับเส้นประสาทที่ข้อศอกระหว่างการโทรศัพท์

ซึ่งนอกจากการกดทับในลักษณะที่ว่า ขณะที่เรางอศอกถือโทรศัพท์นาบกับหู เส้นเลือดที่ส่งไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของแขนจนถึงปลายนิ้วมือนั้นยังถูกปิดกั้นจนทำให้เลือดไม่สามารถเดินได้สะดวก อันจะนำไปสู่ความเสียหายต่ออวัยวะในส่วนที่เลือดไปเลี้ยงไม่ถึง

ในกรณีที่มีอาการหนัก คนที่เป็นโรคข้อมือถือจะมีอาการข้อและแขนอ่อนแรง ปวดๆ ชาๆ หยิบจับของไม่ถนัดทำให้ร่วงหลุดมืออยู่บ่อยๆ

ในกรณีที่มีอาการหนักมากแล้ว นายแพทย์ลีออน เบนสัน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกระดูกและโฆษกสมาคมแพทย์ศัลยกระดูกอเมริกัน กล่าวว่า แนวทางการรักษาต้องทำการผ่าตัดเพื่อแก้ไขความผิดปกติที่เกิดกับเส้นประสาทข้อศอกส่วนที่เรียกว่า ulnar nerve ซึ่งเวลาที่เรางอแขนจับมือถือคุยเส้นประสาทส่วนนี้จะถูกยืดออกโดยอัตโนมัติ ยิ่งงอแขนมากเท่าไหร่เส้นประสาทนี้ยิ่งยืดออกมากเท่านั้น ซึ่งมีผลทำให้เลือดไหลไปเลี้ยงมันได้น้อยลง

“จริงอยู่ว่าเส้นประสาทนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถยืดตัวได้แต่การบังคับให้มันยืดเป็นเวลานานเป็นชั่วโมงๆ ก็ไม่ใช่สิ่งที่ปกติแต่อย่างใด”

ทุกวันนี้ ตัวเลขผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีประมาณการว่าเฉพาะที่ทำสัญญากับผู้ให้บริการเป็นรายเดือนนั้นสูงถึงกว่า 3.3 พันล้านคนทั่วโลก และหากจะพิจารณาจากการแข่งขันกันทำโปรโมชั่นของค่ายมือถือในบ้านเราที่ดุเดือดจนปัจจุบัน คนคนหนึ่งต้องมีโทรศัพท์มากกว่า 1 เครื่องกันแล้ว เชื่อแน่ว่าอัตราการความเสี่ยงในการเป็นโรคข้อมือถือของคนไทยต้องเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

นอกจากการใช้โทรศัพท์มือถือ กิจกรรมอื่นๆ ที่ทำให้ข้อศอกพับงอทำมุมน้อยกว่า 90 องศาเป็นเวลานานๆ ล้วนเป็นอันตรายต่อเส้นประสาทที่ข้อศอกและเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคข้อมือถือ ไม่ว่าจะเป็นการงอแขนพิมพ์คอมพิวเตอร์นานๆ หรือนั่งพักแขนในลักษณะพับแขนทำมุมแคบกว่า 90 องศาซึ่งจะพบได้มากในคนชราที่นั่งติดกับเก้าอี้เป็นส่วนใหญ่หรือคนพิการที่ต้องนั่งรถเข็น

ที่มา : จดหมายข่าวชุมชนคนรักสุขภาพ ฉบับสร้างสุข เดือนกรกฎาคม 2552

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *