จุดไฟฝัน "Money มือโปร" วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ

จุดไฟฝัน “Money มือโปร” วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ
HRManagement : ชนิตา ภระมรทัต กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2551
ถ้าจะพูดเรื่อง Role Model หรือ “ต้นแบบผู้นำหญิงเก่ง” แถวหน้าของเมืองไทยละก็เชื่อว่าคุณสมบัติ “วิวรรณ ธาราหิรัญโชติ” ต้องเป็นหนึ่งในนั้น อย่างแน่นอน
Executive Talk กิจกรรมดีๆ ของ ห้องสมุดมารวย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้พาผู้บริหารหญิงคนเก่งคนนี้ มานั่งจับเข่าคุยแบบสบายๆ แกะรอยคิด ค้นเส้นทางก้าวสู่บันไดขั้นที่สูงขึ้นๆ ได้อย่างสง่างาม
จุดเด่นที่คนทั่วไป “จำได้” ซึ่งขอบอกว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนของเธอก็คือ ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มตลอด พร้อมด้วยความคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง ตลอดเวลาแม้ยามกรำงานหนัก และเมื่อได้ฟังหลักคิดดีๆ มากมาย จึงทำให้ไม่แปลกใจ
“ปัญหาหรืออุปสรรคนั้นมันถึงขั้นทำให้เสียชีวิตหรือเปล่า ถ้าไม่ก็ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย”
” สำคัญที่สุดคือการมองโลกในแง่ดีแง่บวก ไม่ท้อและหมดหวัง วันนี้ยากพรุ่งนี้ต้องดีขึ้น แต่นั่นไม่ได้หมายถึงความไม่ระมัดระวัง เราต้องมีการคิด เผื่อด้านร้ายด้วยไม่เช่นนั้นจะเป็นผู้บริหารไม่ได้ เพราะจะไม่เห็นหลุมพรางที่ซ่อนอยู่”
เหล่านี้ทำให้เธอเป็นภาพของผู้ที่มีทัศนคติเชิงบวก ช่วยสร้างแรงบันดาลใจได้อย่างเหลือเฟือ
วิวรรณ จัดอยู่ในกลุ่มคนพิเศษ เพราะหากพูดกันด้วยเรื่องของ “สมอง” ก็พบว่าสมองของเธอทั้งซีกซ้ายและซีกขวา ต่างขยันและแข่งขันกันทำงาน
ลืมไปเลยกับทฤษฎีที่เคยรับรู้ว่าคนส่วนใหญ่จะใช้สมองทั้งสองซีกไม่สมดุล คนไหนเก่งด้านคำนวณก็จะไม่ค่อยสนใจเรื่องของภาษา และตรงกันข้ามเด็กที่เรียนด้านศิลป์-ภาษา ก็จะเหม็นเบื่อกับวิชาคณิตศาสตร์อย่างเหลือรับ
ด้วยความสามารถทั้งสองด้าน ทำให้บัณฑิตอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคนนี้ จึงกลายมาเป็นผู้บริหารธุรกิจด้านไฟแนนซ์อย่างที่เห็น และ ที่มีความชัดเจนไม่แพ้กันก็คือ ความเป็นคนที่มีไอคิว และอีคิวที่สมบูรณ์พร้อม
ปัจจุบัน วิวรรณ ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหาร บลจ.กสิกรไทย (K-ASSET) ทำหน้าที่บริหารกองทุนที่มีเม็ดเงินสูงถึง 310,000 ล้านบาท ของลูกค้าจำนวน 230,000 ราย ให้งอกเงย
เชื่อหรือไม่ ณ จุดที่เธอยืนอยู่นี้ต่างไปจากเป้าหมายของชีวิตในวัยเยาว์ ซึ่งหวังว่าตัวเองจะเป็นอาจารย์สอนภาษา ในมหาวิทยาลัยใดมหาวิทยาลัยหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งเป็นงานที่ได้ “กล่อง” หากไม่ได้หมายถึง “เงินก้อนโต”
แต่วันนี้ในวัย 40 กว่าๆ บนเส้นทางชีวิตที่เบี่ยงเบนไปนี้กลับทำให้เธอพูดได้เต็มปากว่า “มีเงินเลี้ยงดูตัวเองตลอดชีวิต หากตัดสินใจเกษียณชีวิตทำงาน”
วิวรรณ เท้าความถึงสาเหตุที่พลิกผันจนทำให้ก้าวมาสู่วงการไฟแนนซ์ ว่าก่อนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เธอตัดสินใจสมัครเป็นนักเรียนทุนของธนาคารกสิกรไทย ไปเรียนระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจที่ Kellogg Graduate School of Management มหาวิทยาลัยนอร์ธเวสเทิร์น สหรัฐอเมริกา
ทั้งๆ ที่เป็นสนามแข่งที่มีคู่แข่งขันถึง 300 คน ทั้งๆ ที่เธอเรียนมาทางด้านอักษรศาสตร์ไม่มีความรู้ด้านบริหารธุรกิจแม้เพียงนิด แต่เธอกลับติด 1 ใน 4
เนื่องจากเป็นคนมีลูกอึด ใจสู้ และคิดว่าถ้าตั้งใจทำก็น่าจะทำได้…แต่เคล็ดไม่ลับจริงๆ แล้วเพราะเธอมีการเตรียมตัวโดยไปหาตำรับตำราของเพื่อน ที่เรียนสาขาดังกล่าวมาอ่านให้ผ่านตา
จนทำให้มีคำตอบที่ถูกใจคณะกรรมการ (ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หนึ่งในคณะกรรมการสารภาพกับเธอไม่นานมานี้) ซึ่งถามว่ารู้มั้ยการตลาดคืออะไร? และวิวรรณตอบไปว่า “การตลาดคืออะไรไม่สำคัญแต่หัวใจของมันก็คือลูกค้า”
ความเชื่อของเธอก็คือ คนเราจะเรียนเก่งไม่เก่งไม่สำคัญ แต่ต้องขยัน สำหรับเธอแล้วก่อนเข้าห้องเรียน ต้องอ่านหนังสือหนึ่งรอบก่อนเสมอ โดย เฉพาะในห้องเรียนระดับปริญญาโทนั้นอาจารย์จะไม่สอนทั้งหมด จึงต้องมีความตั้งใจ เลคเชอร์ไม่ให้หลุด และก่อนสอบก็อ่านหนังสือทบทวนอีกครั้ง หนึ่ง เมื่ออ่านจนครบทั้งหมดสามรอบก็ “อยู่” แล้ว
วิวรรณนั้นได้รับคัดเลือกให้เป็นนักเรียนดียอดเยี่ยมในทุกด้าน (Best All Around of The Year) ประจำปี 2521 ของโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์ จังหวัดเชียงใหม่
“ต้องตั้งใจว่าเมื่อจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ดีที่สุดไม่ให้เสียใจว่าถ้าวันนั้นเราทำอย่างนั้นก็ดี ดังนั้นต้องทำให้ดีให้สุดๆ ไปเลย ไม่ว่าในหน้าที่ใดก็ตาม” นี่คือ เคล็ดลับความสำเร็จของผู้บริหารหญิงคนนี้
เมื่อเรียนจบ Kellogg วิวรรณ กลับมาทำงานใช้ทุนธนาคารกสิกรไทยอยู่ 7 ปี ก่อนที่กิตติรัตน์ ณ ระนอง จะชักชวนให้ไปช่วยบุกเบิก บลจ.วรรณ ด้วยกัน ซึ่งเธอบริหารอยู่ที่นี่ยาวนานถึง 14 ปี บวกกับชื่อ “วรรณ” ที่เหมือนกันทำให้เธอกลายเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรนี้ไปโดยปริยาย
แต่ใครจะไปนึกว่าวันดีคืนดีเธอก็กลับมาทำงานใต้ร่มไม้ชายคาของกสิกรไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะว่าไปแล้วมีความใหญ่โตโอ่โถง และแข็งแกร่งกว่า บลจ.วรรณ อยู่มาก
“หนักใจมั้ย ไม่หนักใจเลยในเรื่องเนื้องาน จะเปรียบก็เหมือนเราเป็นนักกีฬา เช่น เทนนิส ก็แค่ไปดูสนามว่าจะเล่นสนามไหน เป็นสนามหญ้า หรือ สนามแบบไหน แต่หนักใจเรื่องที่ต้องเปลี่ยนไปทำงานกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ขณะที่เคยชินกับคนกลุ่มหนึ่งแล้ว ต้องปรับตัว ตอนนี้ทำงานเข้าขากันดี ทั้งนี้ก็ต้องเห็นผลงานกันก่อน”
อีกปัญหาหนึ่งที่หนักใจสำหรับวิวรรณ แต่ทำให้คนอื่นแอบอมยิ้มก็คือ ที่ผ่านมา “ชื่อกองทุน” แต่ละกองทุนของบลจ.กสิกรไทย นั้นยาวเฟื้อยเสียจนทำให้ยากต่อการจดจำ เธอเองใช้เวลาถึง 6 เดือนจึงสามารถท่องชื่อได้ครบ
เป็นข้อคิดที่ว่าขนาดผู้บริหารยังจำไม่ได้เลย แล้วลูกค้าล่ะ ทำให้นำไปสู่การแก้ไข คือเปลี่ยนชื่อให้สั้นกระชับขึ้น โดยมีอักษร K นำหน้าทุกกองทุน
เกิดเป็นภาพความทันสมัย จำง่าย และโดนใจลูกค้าวัยโจ๋ เพราะได้นำเอาหลัก “การตลาด” ที่เล่าเรียนมาช่วยจับความรู้สึกของลูกค้าว่าอยากได้ หรือ ไม่อยากได้อะไร และต้องทำอย่างไร จึงจะทำให้ลูกค้าสนใจภายใต้โจทย์ที่ว่าลูกค้าไม่อยากได้แต่เราอยากจะขาย
ธุรกิจนี้เรื่องที่ยากที่สุดคือการทำให้สินค้าที่จับต้องไม่ได้ คือในอนาคตกองทุนจะกำไรหรือขาดทุน…ไม่รู้ สร้างให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องไว้ใจผู้จัดการกองทุน และบริษัท ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ
วิวรรณบอกว่าปรัชญาที่ใช่สำหรับเธอในขณะนี้ก็คือ “ถ้าเป็นเรือลำเล็กใช้แหตาถี่ เรือลำใหญ่ใช้แหตาห่าง ความเป็นเรือเล็กจำเป็นต้องเก็บลาย ละเอียดทุกอย่าง ปลาซิวปลาสร้อยก็ทิ้งไม่ได้ แต่เมื่อเป็นเรือลำใหญ่แล้วก็ต้องหาแต่ปลาตัวใหญ่ และต้องมองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้ได้”
ล่าสุดแม้จะออกตัวว่าเป็นความร่วมมือของทีมงานแต่ก็นับว่าวิวรรณมีส่วนสำคัญที่ทำให้ บลจ.กสิกรไทย คว้ารางวัลไฮไลต์ที่ชื่อ Best Overall Fund Group ในฐานะกองทุนที่มีการดำเนินงานยอดเยี่ยม และอีก 4 รางวัล ได้แก่ Best Equity Fund Group ,Best Fund 3 Years Mixed Asset ,Best Fund 5 Years Mixed Asset และ Best Fund 5 Years Mixed Asset Flexible ในเวที The Post Lipper Thailand Fund Award 2008 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ไปครอง
เธอบอกว่าเป้าหมายของชีวิตอาจจะไม่คงที่ จากอดีตที่ต้องการจะทำให้ชีวิตนั้นมีความมั่นคงทางด้านการเงินด้วย ไม่ได้มาจากครอบครัวร่ำรวยนัก แต่เมื่อบรรลุแล้วก็ต้องมาถามตัวเองใหม่ว่าชีวิตปัจจุบันมีจุดมุ่งหวังอย่างไร “เปลี่ยนได้แต่ชีวิตไม่มีเป้าหมายไม่ได้” เพราะการมีเป้าหมายและทำให้ถึงเป้าหมายนั้น มันทำให้ชีวิตมีความหมายและมีคุณค่า
” ตอนนี้สิ่งที่มุ่งเน้นคือการทำประโยชน์ให้กับคนในสังคมให้มาก โชคดีที่มีโอกาสได้ไปเรียนด้านการเงิน การลงทุน เราจึงช่วยบริหารเงินของคนอื่นกระทั่งของตัวเองให้งอกเงยขึ้น ทั้งยังช่วยแนะนำให้คนอื่นรู้ว่า จะสามารถให้เงินทำงานแทนตัวเองได้อย่างไร ”
เธอให้คำแนะนำว่าการลงทุนนั้นเริ่มได้ด้วยเงินไม่กี่บาท สำหรับพวกมือใหม่หัดขับไม่เคยลงทุนเลยนั้น วิวรรณบอกว่าควรจะเรียนรู้จากคนเก่งที่มีประสบการณ์ก่อน เปรียบเหมือนการวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ จู่ๆ จะยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าแล้วดุ่มๆ ไปตายเอาดาบหน้ามันคงหวาดเสียว ทางที่ดีควรไปซื้อแพ็คเกจ จากบริษัททัวร์เที่ยวเป็นกลุ่ม รวมกันเราอยู่แยกกันเราตายก่อนสักหนึ่งรอบ เมื่อปิ๊งไอเดียแล้วจากนั้นหากมั่นใจลุยเองได้ก็ลุย
“ต้องมีครั้งแรก” เป็นสิ่งที่วิวรรณบอกว่าลืมไม่ได้ เพราะเป็นครั้งที่จะต้องหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและบาดเจ็บให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนโปรดศึกษาก่อนการตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง ”
หากอยากรู้กลเกมเคล็ดลับมากกว่านั้น มีข่าวดีว่าวิวรรณกำลังจะส่งงานเขียนเล่มใหม่ชื่อ “มันนี่โปร เงินก้อนโตคุณทำได้” ไปปรากฏตัวในงาน สัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม -7 เมษายน 2551 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *