จิตมนุษย์นั้นไซร้

จิตมนุษย์นั้นไซร้
โลกในมุมมองของ Value Investor : ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2550
การวิเคราะห์หุ้นเพื่อการลงทุนระยะยาวนั้น สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ผู้วิเคราะห์จะต้องรู้จักและเข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ เพราะพฤติกรรมของคนจะเป็นตัวกำหนดว่าผู้บริโภคจะทำอะไร และทำอย่างไร เมื่อเขามีเงินพอที่จะทำ โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์ทั้งโลกจะมีพฤติกรรมหรือวัฒนธรรมพื้นฐานเหมือนกันหมด แต่คนในสังคมหรือประเทศที่รวยกว่าจะบริโภค หรือทำบางสิ่งบางอย่าง ก่อนสังคมหรือประเทศที่จนกว่าเพราะเขามีกำลังเงินที่จะทำก่อน เมื่อสังคมที่จนกว่าเริ่มร่ำรวยหรือมีเงินมากพอสังคมนั้นก็จะเริ่มทำตาม ดังนั้น สำหรับนักลงทุนแล้ว การที่จะคาดการณ์แนวโน้มของสินค้าหรือบริการที่กำลังจะรุ่งเรืองหรือตกต่ำอย่างถูกต้องนั้น วิธีที่ดีที่สุดอย่างหนึ่งก็คือ ดูจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจของสังคมที่รวยกว่า
พฤติกรรมของมนุษย์นั้น ถ้าพูดเป็นรายบุคคลอาจดูว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนยากที่จะทำนาย แต่ถ้ามองเป็นสถิติหรือมองเป็นวัฒนธรรมของสังคมแล้วก็จะพบว่า มนุษย์เรานั้นมีพฤติกรรมพื้นฐานที่ธรรมดา ตรงไปตรงมา และคาดการณ์ได้เหตุผลคือ พฤติกรรมหรือวัฒนธรรมทั้งหมดของคนนั้น มาจาก “สัญชาตญาณ” ของการเอาตัวรอด และเผยแพร่ยีนหรือลูกหลานของตนเองให้มากที่สุด จากสัญชาตญาณที่ฝังอยู่ในตัวมนุษย์หรือพูดให้ถูกต้องก็คือ ในยีนของมนุษย์ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์นี้ ได้ทำให้มนุษย์เรามีพฤติกรรมหลักๆ หรือวัฒนธรรมพื้นฐานที่เราพบเห็นในปัจจุบันดังตัวอย่างที่ผมพอจะนึกได้ดังต่อไปนี้
พูดถึงการเอาตัวรอด นี่ทำให้มนุษย์เรามีวิวัฒนาการ ที่ชอบกินอาหารที่มีคุณค่าสูงในแง่ที่มันให้พลังงานมาก และทำให้เราเติบโตเร็วในยุคที่อาหารเป็นสิ่งที่หาได้ยากในสมัยดึกดำบรรพ์ และแม้ว่าในปัจจุบันอาหารจะมีเหลือเฟือ แต่คนก็ยังติดนิสัยชอบกินอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน และของหวานรวมทั้งชอบกินเนื้อสัตว์ เพิ่งจะเมื่อเร็วๆ นี้เองที่คนพูดกันว่าอาหารมันและของหวานเป็น “อาหารขยะ” และหันมาสนใจ “อาหารเพื่อสุขภาพ” เช่น พวกผักและผลไม้ที่ไม่หวาน แต่ในส่วนลึกของยีนของมนุษย์ซึ่งสืบเนื่องมาตั้งแต่ยุคหินหรือยุคน้ำแข็งมันบอกว่า ผักและผลไม้ที่ไม่หวานนั้น มันคือ “อาหารขยะ” ที่ไม่มีคุณค่า ดังนั้น คนส่วนใหญ่จึงไม่ชอบที่จะกินมัน นี่ทำให้เราต้องคิดให้หนักว่า เทรนด์ “อาหารเพื่อสุขภาพ” นั้น มันจะไปได้แค่ไหนถ้ามันค้านกับ “สัญชาตญาณ” ของคน
พฤติกรรมการเอาตัวรอดนั้น ยังสอนให้มนุษย์ชอบอยู่ในบรรยากาศที่เย็นกำลังดีประมาณ 20-25 องศาเซลเซียส เพราะอุณหภูมิขนาดนี้ทำให้มนุษย์สามารถอยู่รอดได้ดีกว่าบรรยากาศที่ร้อนหรือหนาวเกินไป เช่นเดียวกัน ความสะดวกสบายก็เป็นสิ่งที่คนทั้งโลกแสวงหา เพราะมันช่วยให้มนุษย์สามารถรักษาพลังที่จะสำรองเอาไว้หาอาหาร ในยุคที่คนยังต้องออกหาพืชผลและล่าสัตว์ มองในแง่นี้ ธุรกิจที่จะชนะในการดึงดูดลูกค้าก็คือ ธุรกิจที่สามารถให้ความสะดวกสบายแก่ลูกค้ามากที่สุด
การแพร่พันธุ์ยีนของตน ทำให้มนุษย์ทั้งผู้ชายและผู้หญิงต่างก็ต้องพยายามหาคู่ครองและมีลูกให้มากที่สุด และเพื่อที่จะดึงดูดเพศหญิง ผู้ชายจะต้องพยายามแสดงให้เห็นว่าตนเองมีพละกำลัง และอำนาจ มีทรัพยากรหรือทรัพย์สมบัติมาก มีความโดดเด่นในหน้าที่การงานหรือมีความสามารถพิเศษ ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงมั่นใจว่า ยีนหรือลูกของตนเองจะมีได้มาก และมีคนมาช่วยเลี้ยงให้รอดได้ ส่วนผู้หญิงนั้นสิ่งที่จะดึงดูดใจผู้ชายมากที่สุดก็คือ ความสวยงาม และรูปร่างหน้าตา ซึ่งในสมัยดึกดำบรรพ์เป็นเครื่องบ่งบอกว่าผู้หญิงดังกล่าวมีอายุน้อย และมีสุขภาพดีซึ่งจะทำให้สามารถมีลูกให้ผู้ชายได้มาก ดังนั้นไม่ว่าใครจะบอกว่าค่านิยมของคนในปัจจุบันเป็นอย่างไร และจะเปลี่ยนไปอย่างไรก็อย่าเพิ่งเชื่อถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่มาจากพื้นฐานทางจิตวิทยาที่ว่า ถ้าเป็นผู้ชายก็มักจะต้องอิงกับเรื่องของอำนาจ ทรัพย์สมบัติ ความโดดเด่นทางด้านหน้าที่การงาน ส่วนผู้หญิงนั้น เรื่องของความสวยงามอย่างไร ก็จะต้องยังอยู่เสมอ
วัฒนธรรมที่เป็นกันทั้งโลกเพราะว่ามันฝังอยู่ในยีนของมนุษย์ที่เราควรจะรู้ไว้ก็คือ เรื่องของการพนันและการเสี่ยงโชค นี่คือ สัญชาตญาณของการพยายามแสวงหาทรัพย์สมบัติโดยเฉพาะผู้ชายมักจะชอบการพนันมากกว่าผู้หญิง เพราะหน้าที่หลักของผู้ชายก็คือ การหาทรัพย์สมบัติ เช่นเดียวกัน ทุกสังคมในโลกต่างก็มีศาสนา หรือความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี่คือ การที่มนุษย์พยายามลดความเสี่ยงจากภยันตรายที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ หรือจากภัยธรรมชาติโดยที่ตนเองไม่สามารถอธิบายเหตุผลได้ ดังนั้น “พระเจ้า” หรือ “ปีศาจ” จึงเกิดขึ้น และคนบูชาเพื่อที่จะให้ช่วยคุ้มครองให้ตนเองแคล้วคลาดปลอดภัยหรืออย่างน้อยถ้า”ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่” เชื่อไว้ก่อนไม่เสียหาย และคนที่เชื่อในศาสนาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากกว่าก็คือ ผู้หญิงที่มักจะมีนิสัยอนุรักษนิยมมากกว่าผู้ชาย
พฤติกรรมสุดท้ายที่ผมจะพูดถึงแต่ที่จริงเป็นพฤติกรรมที่โดดเด่นที่สุดและเป็นอันดับหนึ่งของมนุษย์ (และสิ่งมีชีวิตทั้งหมด) ก็คือ “ความเห็นแก่ตัว” นั่นก็คือ มนุษย์นั้นโดยพื้นฐานแล้วต่างก็เห็นแก่ตัวอยากเห็นยีนของตนเองแพร่พันธุ์ออกไปให้มากที่สุด และทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ตนเองประสบความสำเร็จผ่านตัวตนที่เป็นมนุษย์ และพฤติกรรมต่างๆ ที่แสดงออกมาหรือเก็บซ่อนไว้ลึกในจิตใจก็มาจากเป้าหมายนั้น ดังนั้น แม้ว่าบางครั้งเราจะเห็นว่ามีการ “เสียสละ” แต่จริงๆ แล้วการเสียสละดังกล่าวก็มักจะส่งผลให้ตน “ได้ดี” เช่น มีคนยกย่อง ซึ่งก็คือการ “เห็นแก่ตัว” นั่นเอง
ทั้งหมดนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะดูถูกหรือลดศักดิ์ศรีของคนหรือผู้หญิงแต่อย่างใด เช่นเดียวกัน ไม่ได้แปลว่าผมเห็นชอบด้วยกับพฤติกรรมอย่างนั้น แต่มันเป็นเรื่องหลักการทางทฤษฎีจิตวิทยาวิวัฒนาการซึ่งเป็นข้อเท็จจริง และเป็นวิทยาศาสตร์ ซึ่งสามารถอธิบายพฤติกรรมของมนุษย์ได้ดี และแน่นอน เป็นประโยชน์ต่อนักลงทุน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *