อุปกรณ์เหล่านั้นเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมขนาดไหน

จากสินค้ากว่า 1,000 รายการ มีเพียงรายการเดียวเท่านั้นที่ผ่านมาตรฐานของรัฐ
การถกเถียงครั้งใหญ่เกี่ยวกับประเภทของต้นคริสต์มาสที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ยิ่งนานวันก็ยิ่งสับสนมากขึ้น เพราะข้างฝ่ายสมาคมผู้ปลูกต้นคริสต์มาสแห่งสหรัฐฯ กล่าวว่า การเพาะพันธุ์ต้นคริสต์มาสจริงๆ นั้น “เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” มากที่สุด ขณะที่ผู้ผลิตต้นคริสต์มาสเทียมก็แย้งว่า ต้นไม้พลาสติกต่างหากที่ดีต่อโลกเพราะสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ แล้วใครเป็นฝ่ายถูกกันแน่ ในเมื่อปัจจุบันมีสินค้ามากมายที่อ้างว่าดีต่อสิ่งแวดล้อมจนทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนจนตัดสินใจเลือกซื้อแทบจะไม่ถูก

ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการค้าสหรัฐฯ (เอฟทีซี) จึงเริ่มทบทวน “คู่มือเพื่อสิ่งแวดล้อม” อีกครั้งเพื่อให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น คู่มือดังกล่าวเป็นแนวทางโดยสมัครใจที่ขอร้องให้บริษัทต่างๆ นำไปปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงการทำผิดกฎหมายจากการทำการตลาดที่อาจทำให้คนเข้าใจผิดได้ “มีการกล่าวอ้างสรรพคุณเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นมาก” เจนิส โพดอลล์ แฟรงเคิล นักกฎหมายของเอฟทีซีฝ่ายการคุ้มครองผู้บริโภคกล่าว “เราต้องการทบทวนเพื่อให้แน่ใจว่า คู่มือนี้สะท้อนสภาวะตลาดในปัจจุบัน แนวความคิดของผู้บริโภค วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในสมัยนี้” คณะกรรมการได้เริ่มการสัมนาเชิงปฏิบัติการเมื่อวันที่ 8 มกราคมและจะดำเนินต่อไปตามลำดับเพื่อทำให้คู่มือเพื่อสิ่งแวดล้อมนี้ทันสมัยอยู่เสมอ

แล้วการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมหรือกรีน มาร์เก็ตติ้งนั้นถูกนำไปใช้อย่างหละหลวมแค่ไหน เทอร์ราชอยส์ เอ็นไวรอนเมนทัล มาร์เก็ตติ้ง ซึ่งเป็นผู้แนะนำเกี่ยวกับการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมได้ทบทวนคำกล่าวอ้างของบริษัทต่างๆ เกี่ยวกับสินค้าที่วางจำหน่ายจำนวน 1,018 รายการ โดยใช้บรรทัดฐานจากเอฟทีซีและองค์การรักษาสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ เทอร์ราชอยส์ได้สรุปว่า การกล่าวอ้างเกือบทั้งหมดไม่เป็นความจริงและอาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ ยกเว้นสินค้าแค่เพียงรายการเดียวเท่านั้น “ถ้าสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริงไม่สามารถถูกแยกแยะจากสินค้าที่กล่าวอ้างแบบผิดๆ ได้ล่ะก็ แนวคิดทั้งหมดเกี่ยวกับการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมก็จะล้มเหลวในที่สุด” สก็อต เคส รองประธานบริหารของเทอร์ราชอยส์กล่าว

เทอร์ราชอยส์แบ่งการกล่าวอ้างข้อมูลออกเป็นข้อๆ ได้แก่ “ความผิดจากการปกปิดข้อเสีย” ในส่วนนี้รวมถึงผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกที่ป่าวประกาศว่าคอมพิวเตอร์ เครื่องพิมพ์ และอุปกรณ์ไฮเทคต่างๆ ของตนประหยัดพลังงานแต่ไม่ได้เปิดเผยว่า อุปกรณ์เหล่านี้ทำจากโลหะเป็นพิษ “ความผิดจากการไม่แสดงหลักฐาน” รวมถึงผู้ผลิตกระดาษเช็ดหน้าและกระดาษชำระที่คุยโม้ว่าใช้วัตถุดิบรีไซเคิลแต่ไม่แสดงการรับรองในบรรจุภัณฑ์หรือในเว็บไซต์ของตน และยังมี “ความผิดจากการบอกข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง” เช่น การประกาศว่าเจลโกนหนวดหรือน้ำยาเช็ดกระจก “ไม่มีสารคลอโรฟลูออโรคาร์บอน” ซึ่งประเทศส่วนใหญ่นั้นห้ามใช้สารนี้ไปตั้งแต่ 30 ปีที่แล้ว

นักวิจารณ์เกี่ยวกับการตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้กล่าวว่า การทบทวนคู่มือของเอฟทีซีนั้นควรจะทำมาตั้งนานแล้ว เพราะเอฟทีซีได้ออกคู่มือเพื่อสิ่งแวดล้อมครั้งแรกตั้งแต่ในปี 1992 เพื่อขัดขวางไม่ให้ผู้ผลิตใช้คำ เช่น “นำกลับมาใช้ได้” ติดผนึกบนสินค้าที่เห็นได้ชัดว่าไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก เพราะแม้แต่บนภาชนะบรรจุยาฆ่าแมลงยังแปะฉลาก “ไม่มีสารพิษ” หรือผ้าอ้อมพลาสติกที่ต้องใช้เวลาเพื่อย่อยสลายจากการฝังกลบนานกว่า 500 ปี แต่กลับโน้มน้าวลูกค้าว่า สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ดังนั้น จึงมีการผลักดันให้คู่มือนี้เกิดขึ้นและบริษัทต่างๆ ตั้งแต่ อาเชอร์ แดเนียลส์ มิดแลนด์ ไปจนถึงมิสเตอร์ คอฟฟี่และออร์คินต่างก็โดนเอฟทีซีตักเตือนทั้งสิ้น แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากลับมีการดำเนินการตามกฎหมายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น เครดิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนและการซื้อขายสิทธิ์ในการแพร่คาร์บอน

การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อมก็มีออกมาเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน เช่น เนสท์เล่เรียกขวดน้ำแร่พลาสติกยี่ห้อโปแลนด์ที่ออกแบบใหม่ว่าเป็นขวดรูปทรงธรรมชาติ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วขวดนั้นก็ต้องถูกทิ้งลงถังขยะเช่นเดียวกับขวดแบบอื่นๆ ก็ตาม แต่ขวดบรรจุชนิดนี้ผลิตโดยใช้พลาสติกน้อยกว่าขวดในขนาดเดียวกัน 30% ดังนั้น ไฮดี้ พอล รองประธานบริหารของเนสท์เล่ วอเทอร์ส นอร์ธ อเมริกาจึงกล่าวว่า ขวดนี้มี “ผลเสียต่อธรรมชาติน้อยกว่า” แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยคลายความกังวลของโจเอล มาโคเวอร์ บรรณาธิการบริหารของเว็บไซต์กรีนบิซดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่คอยตามกระแสด้านสิ่งแวดล้อมเท่าไรนัก “มีเรื่องไม่ถูกต้องเกิดขึ้นมากมาย” เขากล่าว
หลอกลวงว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
การอ้างข้อมูลที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมกำลังแพร่ขยายอย่างรวดเร็ว
ผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม
คำว่า “ชีวภาพ” หรือ “ธรรมชาติ” ที่ใช้กล่าวอ้างกันทั่วไปนั้นยังไม่น่าเชื่อถือ นอกจากจะมีฉลากรับรองจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ (ยูเอสดีเอ) หรือสหภาพยุโรป
พลาสติกชีวภาพ
ป้ายบนแผ่นโลหะหรือผ้าอ้อมสำเร็จรูปที่บอกว่า “ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ” แต่การทำลายให้เป็นชิ้นเล็กๆ ส่วนใหญ่จะต้องใช้สถานที่หมักปุ๋ยทางอุตสาหกรรม ซึ่งมีเพียงแค่ประมาณ 110 แห่งเท่านั้นที่มีความพร้อมในด้านนี้
ผ้าฝ้ายจากธรรมชาติ
เส้นใยของผ้าลินินและผ้าขนหนูอาจมาจากธรรมชาติก็จริง แต่ผู้ผลิตยังต้องใช้สีสังเคราะห์ในการย้อมผ้า
© 2007 by The McGraw-Hill Companies Inc. All rights reserved.

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *