จะเลือกสิ่งใด ระหว่างงานกับคุณภาพชีวิต?

จะเลือกสิ่งใด ระหว่างงานกับคุณภาพชีวิต?
มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2548
ในยุคของการแข่งขันและการทำงานเช่นในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าผู้อ่านเกือบทุกท่าน จะต้องมีภาระความรับผิดชอบเกี่ยวกับงาน ที่จะต้องทำมากกว่าสองอย่างพร้อมกันเป็นประจำ
ท่านผู้อ่านมีอาการเหล่านี้ไหม? ทำงานหรือประชุมในเรื่องหนึ่งอยู่ โทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น แล้วก็มีเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องเดิมมาให้ปวดหัว หรือจะต้องออกจากการประชุมก่อนหมดเวลาทุกครั้ง เนื่องจากจะต้องวิ่งไปประชุมอีกงานหนึ่ง หรือจะต้องรับประทานอาหารเที่ยงบนโต๊ะทำงานหรือในรถ เนื่องจากมีเวลาไม่พอจะนั่งทานข้าวแบบปกติ หรือตารางการนัดหมายไม่มีช่องว่างระหว่างวันให้ท่านพัก
อาการข้างต้นนี้เป็นอาการที่เป็นปกติธรรมดามากขึ้นในสภาวะแวดล้อมการทำงานในปัจจุบัน ผมเชื่อว่าบางท่านก็ชอบที่จะให้เกิดอาการเหล่านั้น (หมายถึงว่าท่านมีความสำคัญ หรือมีงานเข้ามามาก) ซึ่งบางคนก็สามารถทำได้ดี (ไม่ทราบเหมือนกันนะครับว่า เขาทำได้อย่างไร?) แต่บางคนก็เจอภาวะวิกฤติในชีวิตไปเลย
บทความในสัปดาห์นี้ไม่ได้เขียนขึ้นมาสำหรับคนกลุ่มแรก (ที่ชอบอาการเหล่านี้และประสบความสำเร็จภายใต้ภาวะข้างต้น) แต่สำหรับผู้ที่ยังอยากใช้ชีวิตแบบปกติสุขแบบคนทั่วไปในอดีตครับ การที่งานล้นหรือมากเกินไปมักจะเกิดมาจากงานที่เข้ามามากเกินไป หรือเวลาที่มีอยู่น้อย หรือการที่ไม่สามารถปฏิเสธผู้อื่นได้ หรือบางครั้งก็เนื่องจากไม่รู้จักพอดี (คำว่าพอดีในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเงินอย่างเดียวนะครับ ทั้งตำแหน่ง ชื่อเสียง งานที่ต้องทำ) สุดท้ายอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นยอดมนุษย์ก็ได้
ถ้าผู้อ่านเลือกและอยากที่จะใช้ชีวิตแบบมีคุณภาพ (เช่น ไม่ต้องทานข้าวหรือเปลี่ยนเสื้อผ้าบนรถ) ท่านก็ต้องเริ่มจากการไม่ไปหมกมุ่น และให้ความสำคัญกับผลิตภาพและประสิทธิภาพจนมากเกินไป รวมทั้งไม่ต้องไปสนใจต่อคำชมของผู้อื่นว่า ท่านเป็นพวกที่สามารถทำงานได้หลายๆ อย่างพร้อมกัน (Multitasking) และเป็นผู้ที่มีประสิทธิภาพ บางทีเราก็มักจะหลงไปยึดติดและหมกมุ่นกับคำเหล่านี้มากเกินไป จนทำให้ชีวิตเราไม่มีความสุขได้ เวลาที่ท่านผู้อ่านนึกถึงคำว่า ผลิตภาพ ประสิทธิภาพ หรือ Multitasking ขึ้นมาทีไรนะครับ ขอให้นึกถึงคำอื่นตามมาด้วย เช่น ครอบครัว สุขภาพ พักผ่อน ความสุข แล้วท่านอาจจะลืมคำในชุดแรกไปเลยก็ได้ บางท่านอาจจะเถียงผมว่า ถ้าเราขาดผลิตภาพ ขาดประสิทธิภาพในการทำงาน ก็อาจจะส่งผลต่อผลงานและความก้าวหน้าในอาชีพได้ ซึ่งก็ถึงประเด็นสำหรับแต่ละคนแล้วครับว่า จะเลือกอะไร ผลิตภาพ ประสิทธิภาพ หรือคุณภาพชีวิตที่ดี ผมไม่ค่อยเจอเท่าไหร่นะครับที่คำทั้งสองกลุ่มนั้น สามารถที่จะไปด้วยกันด้วยดีในระยะยาว
สาเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเราแต่ละคนมีงานล้นมือกันตลอดเวลา ก็ต้องโทษความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ในอดีตเทคโนโลยี (โดยเฉพาะด้านการสื่อสาร) ยังไม่ก้าวหน้าเท่าปัจจุบัน ผมก็เห็นคนรุ่นพ่อรุ่นแม่สามารถมีชีวิตอย่างมีความสุขแล้วก็ก้าวหน้าในอาชีพการงานได้
เราเคยคิดว่า เทคโนโลยีทำให้ชีวิตสะดวกขึ้น มีผลิตภาพและประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของเรา เริ่มง่ายๆ ก็โทรศัพท์มือถือที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตามเราไปทุกที่ บางบริษัทให้พนักงานพักร้อนได้ แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องเปิดโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา และยิ่งพัฒนาการที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น เราก็เป็นทาสของมันมากขึ้น
ผมเองก็เป็นประจำครับ เมื่อใดก็ตามที่พาครอบครัวไปเที่ยวทะเล แต่ต้องพกโน้ตบุ๊คไปด้วยเพื่อนั่งพิมพ์บทความให้ท่านผู้อ่านในขณะที่นั่งมองลูกๆ เล่นทราย ประเด็นที่สำคัญอีกประการเกี่ยวกับเทคโนโลยีก็คือ เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้าขึ้น ความคาดหวังก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ต่อให้ท่านไปเที่ยวต่างประเทศ เมื่อมีเรื่องด่วนลูกน้องท่านก็สามารถส่งข้อความ sms ไปที่มือถือของท่าน เพื่อให้ท่านรีบโทรกลับมาที่ทำงาน
ในบางกรณีท่านอาจมีเวลาเพียงพอที่จะทำงานให้สำเร็จ โดยไม่ทำให้คุณภาพชีวิตเสีย แต่ท่านก็ทำไม่ได้เนื่องจากท่านไม่สามารถจัดระเบียบชีวิต หรือจัดระเบียบในการทำงานได้ ซึ่งในเรื่องนี้ผมมองว่า ขึ้นอยู่กับบุคลิกและลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคน ปัจจุบันก็ได้มีเทคโนโลยีหรือเครื่องมือจัดการที่ทำให้เราสามารถมีระเบียบในการทำงานได้มากขึ้น แต่ทีนี้ก็มีข้อควรระวังนะครับ นั้นคือยิ่งคนรอบข้าง (เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน และลูกน้อง) ทราบว่า ท่านมีความสามารถในการจัดระเบียบการทำงานได้ดี พวกเขาเหล่านั้นก็จะยิ่งมีความคาดหวังในตัวของท่านมากขึ้น
ตัวอย่างง่ายๆ เมื่อเราได้รับมอบหมายงานมาชิ้นหนึ่ง ซึ่งเจ้านายคาดว่าน่าจะใช้เวลาสองวันเสร็จ แต่เนื่องจากท่านมีความสามารถในการทำงานและจัดระเบียบในการทำงานได้ดี ทำให้ท่านสามารถทำงานนั้นเสร็จในเวลาหนึ่งวัน ทัศนคติที่เจ้านายมีต่อท่านก็จะเปลี่ยนไป งานที่จะมอบให้รับผิดชอบก็จะมากขึ้นและต้องการเวลาน้อยลงเรื่อยๆ หลายคนมักจะชอบบ่นครับ ว่ายิ่งเก่งก็ยิ่งได้รับการคาดหวังมากขึ้น แล้วก็ยิ่งเหนื่อยมากขึ้น ในขณะที่บางคนอาจจะทำงานได้เสร็จเร็วกว่ากำหนด แต่ยังไม่ยอมนำส่งงานจนกว่าจะถึงเวลา บุคคลเหล่านี้ก็จะมีเวลาว่างมากขึ้น และความคาดหวังที่ได้รับก็จะไม่สูงเท่าพวกแรก
ถึงตรงนี้ผู้อ่านก็จะต้องเลือกเส้นทางของตนเองว่าจะเอาอย่างไร จะเป็นคนเก่ง มีโอกาสก้าวหน้า ได้รับความคาดหวังไว้สูง แต่ในขณะเดียวกันงานหนัก เหนื่อย ไม่มีเวลาหายใจ หรือจะเป็นผู้ที่ทำงานดี อาจจะก้าวหน้าช้ากว่าพวกแรก มีประสิทธิภาพและผลิตภาพในการทำงานที่น้อยกว่า แต่มีเวลากลับมาทานข้าวเย็นกับครอบครัวทุกวัน เสาร์ อาทิตย์ ก็ได้หยุดพักผ่อน
ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่า ผมกำลังจะบอกให้ลดผลิตภาพและประสิทธิภาพในการทำงานลง ส่งผลให้ความก้าวหน้าในอาชีพช้าลง ซึ่งก็แล้วแต่จะมองนะครับ ท่านผู้อ่านคงจะต้องเป็นผู้เลือกเองว่า จะเอาอย่างไร? สัปดาห์หน้าเรามาดูกันต่อนะครับว่า ทำอย่างไรถึงจะให้ชีวิตมีคุณภาพดีขึ้น และไม่มีงานล้นมือมากเกินไป

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *