ค่าจ้างแท้จริงขึ้นต่ำสุดรอบ 7 ปี

ค่าจ้างแท้จริงขึ้นต่ำสุดรอบ 7 ปี
ใกล้สิ้นปีเข้าไปทุกที เชื่อว่าเกือบทุกบริษัทจะต้องมี “แรงจูงใจ” ให้พนักงานของตน เพื่อเป็นแรงผลักดันให้พนักงานสร้างผลประกอบการที่ดี อันจะนำมาซึ่งความสำเร็จของบริษัท

แรงจูงใจที่ว่าเห็นจะเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้นอกเสียจาก “เงินเดือน” และ “สวัสดิการ” ต่างๆ ที่พนักงานพึงได้รับ บางคนถึงกับนึกฝันไปไกลเสียแล้วว่าจะนำ “โบนัส” ตอนปลายปีไปทำอะไรดี

ทว่าการให้แรงจูงใจที่มากหรือน้อยเกินไปก็ล้วนแต่ส่งผลเสียกับบริษัททั้งสิ้น จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรื่องการจ่ายเงินเดือนและโบนัสเป็นกลยุทธ์สำคัญที่แต่ละบริษัทต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ

จากผลสำรวจเรื่องแนวโน้มของทรัพยากรบุคคลในไตรมาสที่สี่ 2548 (HR Trend Report: Q4/2005) ของบริษัท วัทสัน ไวแอท (ประเทศไทย) จำกัด ในเรื่องแนวโน้มเงินเดือนและสวัสดิการของประเทศไทย พบว่า อัตราการขึ้นเงินเดือนของธุรกิจไทยแนวโน้มโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2547 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 5.9%

แต่เมื่อหักอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยออกไปแล้วจะพบว่าอัตราเพิ่มของค่าจ้างที่แท้จริงเหลืออยู่แค่ 2.3% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดนับจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจอย่างชัดเจนนับตั้งแต่ปี 2542

จากการสำรวจยังพบด้วยว่า อัตราการจ่ายโบนัสทั้งแบบคงที่และแบบผันแปรในปีนี้อยู่ที่ประมาณ 1.5 และ 2.5 เดือน

นี่คือผลสำรวจจากบริษัทชั้นนำ 397 แห่งทั่วประเทศใน 14 อุตสาหกรรม ครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้เป็นบริษัทสัญชาติไทย ส่วนใหญ่มีพนักงานน้อยกว่า 500 คน และมากกว่าครึ่งหนึ่งมีรายได้ 1,000 ล้านบาทต่อปีหรือมากกว่า

(ตาราง 1)

อัตราการขึ้นเงินเดือนในรายอุตสาหกรรม

อุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น (%)

การผลิต 5.4

อิเล็กทรอนิกส์ 5.4

ยานยนต์ 6.8

ปิโตรเคมีและพลังงาน 6.7

สินค้าอุปโภคบริโภค 6.1

การเงิน (ธนาคาร) 5.8

การเงิน (ไม่ใช่ธนาคาร) 6.1

ประกันชีวิต-ประกันวินาศภัย 6.0

โทรคมนาคมและไอที 7.1

เวชภัณฑ์ 6.7

การค้า 6.3

โลจิสติกส์และขนส่ง 6.8

ก่อสร้างและวิศวกรรม 6.6

อื่นๆ 5.7

เฉลี่ยทุกอุตสาหกรรม 6.1

การสำรวจของวัทสัน ไวแอท (ประเทศไทย) อุตสาหกรรมที่เป็น “ผู้นำ” ในการขึ้นเงินเดือนในปีนี้คือ อุตสาหกรรมโทรคมนาคมและไอที โดยมีอัตราการขึ้นเงินเดือนโดยเฉลี่ยนที่ 7.1 % สูงเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันมา 3 ปีซ้อน (ตั้งแต่ปี 2003-2005)

ส่วนรองอันดับ 1 และรองอันดับ 2 เป็นของอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์-ขนส่ง ซึ่งมีค่าเฉลี่ยของการขึ้นเงินเดือนที่ 6.8%

ในทางตรงข้ามอุตสาหกรรมที่มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดคือ อุตสาหกรรมการผลิตและอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีเงินเดือนเพิ่มขึ้น 5.4% คงที่จากปี 2004

(ตาราง 2)

ประเทศ 2005 2006

จำนวนแท้จริง (%) ประมาณการ (%)

ออสเตรเลีย 4.0 5.0

จีน 7.5 7.0

ฮ่องกง 2.0 5.0

อินเดีย 12.0 12.0

อินโดนีเซีย 10.5 9.5

ญี่ปุ่น 1.5 1.5

เกาหลี 6.5 6.5

มาเลเซีย 5.0 5.5

นิวซีแลนด์ 4.0 3.5

ปากีสถาน 10.0 9.0

ฟิลิปปินส์ 8.5 9.0

สิงคโปร์ 3.0 3.5

ไต้หวัน 4.5 4.5

เวียดนาม 6.0 8.0

หันมาดูประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิกกันบ้าง จากการสำรวจของวัทสัน ไวแอท ถึงแนวโน้มเงินเดือนในเอเชียแปซิฟิก ทั้งจำนวนที่แท้จริงในปี 2005 และที่ประมาณการในปี 2006 จะเห็นได้ว่าประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย และปากีสถานเป็นเพียง 3 ประเทศ ที่มีเงินเดือนเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลข 2 หลัก ขณะที่ฮ่องกง ญี่ปุ่น และสิงคโปร์อยู่ในตำแหน่งท้ายๆ

ในภาพรวมของทั้งภูมิภาค การเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 2% หลังหักเงินเฟ้อ โดยอินเดียและจีนเป็นประเทศที่มีการปรับขึ้นของค่าจ้างดีที่สุด โดยอยู่ที่ 7.2% และ 5.0% ตามลำดับ

ส่วนทางด้านการจ่ายโบนัส จากผลการสำรวจพบว่าธุรกิจในเมืองไทยยังนิยมจ่ายโบนัสแบบคงที่ (fixed) โดยมีสัดส่วนเกือบครึ่ง (49%) แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า 76% ของกลุ่มตัวอย่าง มีแผนการจ่ายโบนัสแบบผันแปร และจากการเปรียบเทียบผลสำรวจของทั้ง 2 ปี คือปี 2547 และ 25748 แผนการจ่ายโบนัสแบบผันแปรได้รับการยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ โดยสัดส่วนของบริษัทที่ใช้แผนดังกล่าวเพิ่มจาก 70% ในปี 2547 เป็น 76% ในปี 2005

อุตสาหกรรมที่มีการจ่ายโบนัสแบบคงที่ (fixed) สูงที่สุด คืออุตสาหกรรมยานยนต์ โดยคิดเป็น 2.3 เท่าของเงินเดือน มากกว่าค่าเฉลี่ยโดยรวมที่ 1.5 เท่าของเงินเดือน

แต่หากพิจารณาตามสัญชาติของบริษัทที่ทำการสำรวจ จะพบว่าพนักงานจากบริษัทของเอเชีย และโอเชียเนียได้รับโบนัสสูงที่สุด อยู่ที่ 1.7 เท่าของเงินเดือน ลดลงจากปี 2547 ซึ่งอยู่ที่ 1.9 เท่าของเงินเดือน

ขณะที่บริษัทจากอเมริกาเหนือและยุโรปมีการจ่ายโบนัสแบบคงที่อยู่ที่ 1.2-1.3 เท่าของเงินเดือน

สำหรับการจ่ายโบนัสแบบผันแปร พบว่าค่าเฉลี่ยของโบนัสแบบผันแปรอยู่ที่ 2.5 เท่าของเงินเดือน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปี 2004 ซึ่งอยู่ที่ 2.3 เดือน และเมื่อเปรียบเทียบในแต่ละอุตสาหกรรม พบว่าอุตสาหกรรมการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) มีการจ่ายสูงที่สุด อยู่ที่ 4.7 เท่าของเงินเดือน ตามด้วยอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมการเงินธนาคาร (Bank) อยู่ที่ 3.7 และ 3.3 เท่าของเงินเดือนตามลำดับ

วัทสัน ไวแอท ยังสำรวจแนวโน้มการจ่ายเงินชดเชยและสวัสดิการอีกด้วย โดยในแบบสอบถามมีคำถามข้อหนึ่งเกี่ยวกับวิธีจ่ายเงินชดเชยให้พนักงานในช่วงที่ราคาน้ำมันและราคาสินค้าสูงขึ้น พบว่ามีหลายวิธีที่สามารถทำได้ ทั้งแบบที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงิน โดยการจ่ายชดเชยที่พบในแบบสอบถามที่พบมากที่สุดก็คือ การชดเชยค่าน้ำมัน การเพิ่มโอที การจัดตารางเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น และการชดเชยค่าที่พักอาศัย

บริษัทที่มีการจ่ายชดเชยให้พนักงาน ส่วนใหญ่ (45%) ได้ปรับเงินชดเชยค่าน้ำมันแล้ว ที่เหลือได้ปรับค่าโอที และค่าอาหาร รวมทั้งปรับตารางเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น และให้เงินชดเชยค่าที่พักอาศัย

ด้านการเข้าออกของพนักงาน หรือ Staff turnover จากผลสำรวจอัตราการหมุนเวียนของพนักงานนั้นคำนวณจากการลาออกจากงานแบบ “สมัครใจ” ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (กันยายน 2004 – สิงหาคม 2005) พบว่ามีค่าเฉลี่ยทุกอุตสาหกรรมอยู่ที่ 11% ลดลงจากปี 2004 ที่อยู่ที่ 12.8%

อุตสาหกรรมที่มีอัตราการเข้าออกของพนักงานสูงที่สุดคือประกันภัยและประกันชีวิต โดยมีค่าเฉลี่ยที่ 15.2% ซึ่งเป็นอัตราสูงที่สุดและพบในทุกระดับของการจ้างงานยกเว้นระดับผู้เชี่ยวชาญ

อันดับสองของอุตสาหกรรมที่มีการหมุนเข้าออกของพนักงานได้แก่ อุตสาหกรรมการค้า (Trading) ที่มีค่าเฉลี่ยที่ 14.4%

จากการสังเกตเพิ่มเติมแยกตามสัญชาติของบริษัท พบว่าบริษัทจากญี่ปุ่นมีอัตราการเข้าออกของพนักงานต่ำที่สุดในทุกระดับของการจ้างงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่เน้นการจ้างงานในระยะยาว (Life-long employment) ของชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี ต่างจากบริษัทจากอเมริกาและยุโรปที่ยึดผลงานเป็นหลัก

ทั้งนี้ผลสำรวจยังพบว่าการเข้าออกของพนักงานลดลงในทุกระดับชั้นของการจ้างงาน โดยลดลงจาก 12.8% ในปี 2004 ไปอยู่ที่ 11% ในปี 2005

โดยเฉลี่ย อัตราการเข้าออกของพนักงานในระดับผู้บริหาร โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง (Top management) ลดลงอย่างเห็นได้ชัดจาก 9.6% เป็น 4.4% และในระดับผู้บริหาร (Management) อยู่ที่ 6.6% ในขณะที่กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Professional/Supervisor) นั้นยังคงมีอัตราเท่าเดิม คือ 9.0% สำหรับระดับพนักงานทั่วไป (Staff) นั้นมีอัตรา turnover อยู่ที่ 10.3%

เรื่อง : พอใจ พุกะคุปต์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *