คิดข้ามฟาก : คบ 'เด็ก' สร้าง 'งาน'

คิดข้ามฟาก : คบ “เด็ก” สร้าง “งาน”
ประภาส ทองสุข กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 03 เมษายน พ.ศ. 2552
เมื่อพูดถึง ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) หลายๆ คน โดยเฉพาะนักการตลาดคงรู้จักเขาเป็นอย่างดี
ธุรกิจของเขา ไม่ว่าจะเป็นสินค้าและบริการในหลากหลายรูปแบบกว่า 200 บริษัท ภายใต้แบรนด์เดียวกันหมด คือ “Virgin” ความคิดแบบท้าทายและแหกกฎทางการตลาดของเขาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นมาก ซึ่งวันนี้ต้องให้เกียรติเรียกเขาโดยเรียกว่า Sir Richard Branson
หนังสือเล่มหนึ่งของเขาชื่อ “Screw it, let’s do it. Lessons in life and Business” เป็นหนังสือที่ติดอันดับขายดีของโลก เพราะผู้คนสนใจการสร้างแรงบันดาลใจ วิธีคิดทางธุรกิจ และการสื่อสารทางการตลาดที่แปลกแหวกแนวของเขา
บทที่ 14 ของหนังสือเล่มนี้ ริชาร์ดพูดถึงความคิดแบบ “Think Young” โดยอธิบายความค่อนข้างชัดเจนว่า “I don’t mean you have to be young.” และบอกว่า “People who stop thinking and feeling young tend to be rigid in their approach to life and that’s not creativity, growth, personal development is all about.”
ขอทำความเข้าใจตรงกันก่อนว่า คำว่า “เด็ก” ที่ผมหมายถึงนั้น ไม่ได้หมายถึงเด็กเล็ก แต่หมายถึงนักศึกษา ที่กำลังจะจบการศึกษา และก้าวเข้าสู่วิชาชีพหรือเริ่มต้นธุรกิจ และคำว่า Young ในที่นี้ ก็ไม่ใช่เรื่องของอายุ แต่เป็นเรื่องของความคิด เช่นเดียวกับที่ ริชาร์ด แบรนสันบอกไว้
ทุกๆ ปี นักศึกษาที่ใกล้จะเรียนจบ ไม่ว่าสาขาวิชาชีพใดก็ตาม ต้องหาประสบการณ์ตรงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นท่าบังคับของมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรการเรียนการสอน เพื่อให้ได้เรียนรู้และเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน ซึ่งมีความแตกต่างกับชีวิตวัยเรียนในมหาวิทยาลัย เชื่อว่าในองค์กรของท่าน คงต้องมีกลุ่มเด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ ปะปนเข้าไปเรียนรู้งานจากท่านและเพื่อนร่วมงานบ้างไม่มากก็น้อย
ถ้าคิดว่าจะต้องสอนงานให้พวกเขา คงเป็นเรื่องภาระที่ยุ่งยาก เพราะงานประจำที่เราทำอยู่ในแต่ละวันก็ยุ่งพอแรงอยู่แล้ว บางคนหรือบางองค์กร จึงมองเห็นศักยภาพของหนุ่มสาวเหล่านี้เพียงแค่เป็นแรงงานช่วยเหลืออะไรเล็กๆ น้อย เช่น การถ่ายเอกสาร ซื้อโอเลี้ยง ฯลฯ เสียเวลาด้วยกันทั้งสองฝ่าย
แต่ลองคิดแบบสนุกๆ ดูบ้างซิครับ เปลี่ยนวิธีคิดจากที่เราต้องสอนและดูแลพวกเขา แล้วเพิ่มบทบาทให้เราเป็นผู้เรียนและเขามาเป็นผู้ให้ความรู้ดูบ้าง ทีนี้ “ภาระ” จะกลายเป็น “ขุมความคิด” ขึ้นมาทันที
เราจะเรียนรู้อะไรได้จากพวกเขา ? ลองย้อนขึ้นไปอ่านประโยคที่ริชาร์ด แบรนสัน ที่ผมกล่าวถึงในช่วงต้นอีกสักครั้ง เพราะเด็กหนุ่มสาวเหล่านี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ทั้งความคิด และความกระตือรือร้นในการทำงาน ขณะที่พวกเรา โดยเฉพาะหากทำงานกันมากว่า 10 ปีขึ้นไปต้องยอมรับว่า มันเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า เบื่อหน่าย และเริ่มจำเจกับการทำงาน
บางทีการได้เห็นความกระตือรือร้นของพวกเขา ก็ช่วยคืนความรู้สึกที่เริ่มเลือนหายจากชีวิตการทำงานของเราให้กลับคืนมา
และถ้าได้ลองแลกเปลี่ยนความเห็นกับพวกเขาดูบ้าง อาจพบความอ่อนด้อยประสบการณ์ทำให้เขามีความเห็นที่แตกต่างจากเรา แต่หากเปิดใจรับฟัง บางทีเรื่องบางเรื่องที่ผ่านความคิดโดยไม่ได้ติดอยู่กับข้อจำกัดต่างๆ มากมายที่คนรุ่นเรามีอยู่ บางทีมันเป็นแนวคิดแปลกใหม่ ที่เราสามารถนำไปพัฒนาต่อได้
หรือนำความกระตือรือร้นของเขา มาช่วยในงานบริการลูกค้า ความ “สด” และ “ใหม่”
ในการทำงานในชีวิตจริง ทำให้เขาพร้อมและเต็มใจจะบริการลูกค้าด้วยรอยยิ้ม และทุ่มเท เพราะการทำงานคือการเรียนรู้ของเขา ไม่เพียงลูกค้าจะรู้สึกดีกับความตั้งใจในการให้บริการของพวกเขาเท่านั้น
แต่ผลพลอยได้คือความรู้สึกดีๆ ที่ลูกค้าอาจมีให้กับองค์กรในฐานะที่ให้โอกาสกับคนหนุ่มสาวเหล่านี้ แม้บางครั้งอาจมีข้อผิดพลาดบ้าง ผมเชื่อว่าลูกค้าก็ให้อภัย เพราะรู้ดีว่าพวกเขาอยู่ในช่วงของการเรียนรู้และฝึกหัด
องค์กรของผม มีโครงการสำหรับเด็กหนุ่มสาวจากรั้วมหาวิทยาลัย ที่ชื่อว่า “Learn and Earn @ KTC” สำหรับผมแล้ว คำว่า Learn ไม่ได้แปลว่าเขามาเรียนรู้การทำงานจากเราเท่านั้น เพราะเป็นเรื่องตรงไปตรงมาอยู่แล้ว ที่เขาจะเข้ามาเรียนรู้และหาประสบการณ์สัมผัสชีวิตจริงของการทำงาน ที่ไม่สามารถหาได้จากตำราหรือในห้องเรียน
แต่เป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการทำให้องค์กรของเรา Think Young จากเด็กนักศึกษาเหล่านี้ ผ่านรูปแบบการใช้ชีวิตข้อมูลข่าวสารทันยุคสมัย ที่เราสามารถแลกเปลี่ยนกับเขาได้แบบไม่เป็นทางการจากการพูดคุย หรืออาจถึงขั้นเป็นแนวคิดทางธุรกิจ เมื่อนำข้อมูลของพวกเขาเป็นข้อมูล Insight ของคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ในบางกรณีได้เลย
คำว่า Earn ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของค่าตอบแทนตามความเหมาะสม ผมยืนยันได้เราไม่เอาเปรียบแรงงานและความรู้ของพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งผมเชื่อคุณค่าที่เหนือค่าตอบแทน คือการที่เด็กหนุ่มสาวเหล่านี้เห็นคุณค่าและภูมิใจกับความสามารถของตนเองในทำงานหาเงินด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก
วันนี้ในองค์กรของผม เรานับการเข้ามาฝึกฝนและเรียนรู้งานจากองค์กร เป็น “กำลัง” สำคัญในการช่วยธุรกิจของเรา เพราะทุกวันนี้มีกลุ่มเด็กหนุ่มสาวเหล่านี้ประมาณเกือบ 300 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาแลกเปลี่ยนการเรียนรู้กับพนักงานของเรา
เมื่อพวกเขาจบการศึกษา เราก็สามารถคัดเลือก Top Performer ให้เป็นพนักงานประจำของเรา ทำงานต่อเนื่องได้ทันที โดยไม่ต้องไปเสียเวลารับสมัคร คัดเลือก ฝึกอบรมให้เข้าใจลักษณะงาน และวัฒนธรรมองค์กร
แต่บางส่วนที่ไม่ได้ทำงานกับเราต่อ เราถือว่าอย่างน้อยเราก็ได้ให้ความรู้และประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้การทำงานในองค์กร เพื่อเขาเหล่านั้นจะได้เป็นทรัพยากรที่สำคัญของชาติได้ในวันข้างหน้า หรือแม้แต่สร้างธุรกิจของตัวเขาเอง
เชื่อผมหรือยังครับว่า คบเด็ก (หนุ่มสาว) ช่วยสร้างธุรกิจได้เลยนะครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *