คาดอีก 20 ปี คนเมืองเสี่ยงโรคหัวใจ-หลอดเลือดกว่าชนบท 60%

คาดอีก 20 ปี คนเมืองเสี่ยงโรคหัวใจ-หลอดเลือดกว่าชนบท 60%
• คุณภาพชีวิต
เผยเครียด-อ้วน-ไม่ออกกำลังกาย สาเหตุหลักการก่อโรค

จากผลการสำรวจอัตราเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจ พบว่าในคนเมืองมีอัตราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงขึ้นเฉลี่ย 38% และคาดอีก 20 ปีข้างหน้า คนไทยจะเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นอีก 60% ซึ่งโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และการสูบบุหรี่ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการป่วย และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจในคนไทย ไม่ต่างจากข้อมูลการศึกษาในต่างประเทศ เพียงแต่อุบัติการณ์ของโรคหลอดเลือดหัวใจในประชากรไทยยังต่ำกว่าในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจต่อปีประมาณ 80 ต่อ 100,000 คนเท่านั้น

ศาสตราจารย์นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธารา ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจหลอดเลือดและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยในงานวันหัวใจโลก 2551 ว่า คนเมืองหรือคนกรุงเทพฯ มีอัตราเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่าประชาชนในเขตชนบท เฉลี่ยประมาณ 38% และในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า จะสูงถึง 60% ซึ่งมีอัตราการเพิ่มของโรคอย่างต่อเนื่องประมาณปีละ 160,000 คน สาเหตุทำให้คนเมืองป่วยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้น คือ 1.ความเครียด 2.โรคอ้วน 3.ออกกำลังกายน้อย เนื่องจากชุมชนเมืองขยายตัวมากขึ้น คนเมืองกรุงต้องทำงานหนัก มีความเครียด รับประทานอาหารที่มีไขมันมาก ทำให้อ้วนลงพุงและไม่มีเวลาออกกำลังกาย ผิดกับประชาชนในชนบท ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รับประทานอาหารที่ไขมันต่ำ

ซึ่งเมื่อก่อนโรคหัวใจและหลอดเลือดจะพบมากในคนรวย แต่ปัจจุบันคนรวยมีการดูแลสุขภาพมากขึ้น ทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกาย ผิดกับคนจนที่ชอบทานอาหารราคาถูก มีไขมันมากจึงเกิดการป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้น

ศ.นพ.ปิยะมิตรกล่าวต่อว่า อุบัติการณ์ของโรคหัวใจและหลอดเลือดกลับเพิ่มขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute coronary syndrome) การศึกษาเพื่อหาอุบัติการณ์ของโรคนี้ในประชากรไทยที่สัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยง ซึ่งทำในพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยศึกษาต่อเนื่องเป็นเวลาถึง 23 ปี พบว่าความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ และการสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการป่วยและเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจในคนไทย ไม่ต่างจากข้อมูลการศึกษาในต่างประเทศ เพียงแต่อุบัติการณ์ของโรคหลอดเลือดหัวใจในประชากรไทยยังต่ำกว่าในอังกฤษและสหรัฐอเมริกา โดยมีอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจต่อปีในพนักงานการไฟฟ้าฯ ประมาณ 80 ต่อ 100,000 คน

อัตราเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดพบว่า เพศชาย อายุ 35-60 ปี มีอัตราเสี่ยงมากว่าเพศหญิง ซึ่งโรคหัวใจและหลอดเลือดของเพศหญิงจะช้ากว่าเพศชาย เฉลี่ย 7-10 ปี เพราะผู้หญิงจะมีฮอร์โมนเพศหญิงที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ได้ ส่วนอัตราการเสียชีวิตของคนไทย พบว่าคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นอันดับ 2 รองจากอุบัติเหตุ และโรคมะเร็ง โดยพบว่าผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือด จะเป็นคนวัยทำงานที่มีอายุ 35-60 ปี เนื่องจากคนกลุ่มนี้มีอัตราเสี่ยงสูงมาก

สาเหตุทำให้คนไทยเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด คือ 1.อายุ 2.พันธุกรรม 3.โรคเบาหวาน การวิจัยพบว่า ผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด มักมีสาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยดังกล่าว โรคที่มาคู่กับโรคหัวใจและหลอดเลือด คือ โรคเบาหวาน เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลและไขมันในเส้นเลือดสูงทำให้เส้นเลือดแดงเสื่อม

คุณหมอยังฝากความห่วงใยอยากให้คนไทยทุกคนหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยกล่าวว่า การป้องกันควรจะเริ่มให้เร็วที่สุด เพราะว่าหากเริ่มช้า หลอดเลือดก็มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว แล้วมาเริ่มตอนกลางคน ผลการควบคุมก็จะไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นจึงแนะนำว่าให้เริ่มทำตั้งแต่วัยรุ่น บางคนที่ผ่านช่วงวัยรุ่นมาแล้วก็ให้ทำทันที ทั้งการออกกำลังกายเป็นประจำ, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์, หยุดสูบบุหรี่, รักษาน้ำหนัก ซึ่งคนอ้วนจะทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคหลอดเลือดตีบ และโรคหัวใจ ปัญหาว่าเมื่อไรจึงจะถือว่าอ้วน เราจะใช้ดัชนีมวลกายคนไทยให้ไม่เกิน 25 นอกจากนั้นยังใช้การวัดเส้นรอบเอว หากเกิน 90,80 ซม. พร้อมมั่นตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *