คาดหวังแต่พอประมาณ

คาดหวังแต่พอประมาณ

ในชีวิตของแต่ละคน มีสิ่งที่มุ่งหวังและคาดหวังต่างกันออกไป บางคนสามารถกำหนดสิ่งที่เราคาดหวังให้เป็นไปตามที่เราต้องการ แต่บางคนก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าสิ่งที่คาดหวังไว้นั้นมันยิ่งใหญ่ และไกลเกินไปกว่าที่เราจะไปถึง ในการทำงานเช่นกัน การรู้จักคาดหวังเป็นเรื่องที่ดี ที่ทุกฝ่ายควรที่จะต้องมี แต่บางครั้งการคาดหวังกับอะไรอย่างหนึ่งมากจนเกินไป ก็อาจทำให้เกิดความล้มเหลวกับองค์กรได้เหมือนกัน
เชื่อว่าการทำงาน ไม่ว่าคุณจะอยู่ฝ่ายไหน แผนกไหน ย่อมมีความคาดหวัง อยากให้ผลงานที่ทำออกมาดี มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เมื่อเรายิ่งอยากได้งานที่มีประสิทธิภาพมากเท่าไหร่ การคาดหวัง ต่างๆก็ย่อมมากขึ้นตามไปด้วย และเมื่อใดก็ตามที่คุณคาดหวังอย่างเต็มที่ เมื่อผลที่ออกมาไม่เป็นไปตามที่คุณคิด ผลกระทบที่ตามมาจากความผิดหวังก็จะส่งผลกับงานของคุณไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

มีผู้บริหารหลายๆ ท่านที่มักคาดหวังให้ผลงานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด รู้ไหมคะว่าการคาดหวังถ้าเรายิ่งมีมากเท่าไหร่ เมื่อผลที่ออกมาไม่เป็นตามที่คุณคิด ความรู้สึกมั่นใจที่คุณมีจะหมดไปทันทีไม่มากก็น้อย รวมทั้งความรู้สึกของผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณด้วย เพราะทันทีที่คุณเริ่มคาดหวังกับผลงานของเขา สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นก็ความรู้สึกกังวล กลัวว่าจะทำงานให้คุณไม่ดี โดยเฉพาะถ้าคุณยิ่งแสดงความคาดหวังให้เขาเห็นมากเท่าไหร่ เช่น บอกกับคนอื่นว่าคุณมั่นใจมาก ว่างานครั้งนี้จะประสบความสำเร็จได้ดี แบบไม่มีที่ติ หรือเรียกเขามาพูด ทำนองว่า “คุณเป็นลูกน้องคนเดียวที่ผมไว้ใจมากที่สุด ผมเชื่อว่าครั้งนี้เราจะต้องทำได้ดีกว่าบริษัทอื่น ผมไม่เคยมั่นใจในความสำเร็จเท่านี้มาก่อนเลย” การพูดอย่างนี้เหมือนเป็นการให้กำลังใจ แต่มันไม่ใช่กับทุกคนหรอกนะคะ เพราะสำหรับบางคนการพูดอย่างนี้หมายถึงสัญลักษณ์แห่งความกดดัน “อย่าทำพลาดนะ ถ้าทำพลาดตายแน่ เพราะเขาหวังกับเราไว้มาก” จากความมั่นใจ จะกลายเป็นความกังวลหรือลน ลนจนผิดพลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้างานไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร สิ่งที่ตามมาก็คือ ความรู้สึกที่เสียไปของเขา เขาจะไม่มั่นใจในการทำงานครั้งต่อไป กลัวพลาด จนไม่กล้าที่จะเริ่ม เพราะกลัวว่าจะผิดพลาด ทำให้คุณเสียความรู้สึก เป็นครั้งที่สอง

สำหรับคุณการคาดหวังกับอะไรที่มากเกินไป เมื่อสิ่งนั้นไม่เป็นไปตามที่คุณคิด คุณจะเสียความรู้สึกทันที ดีไม่ดีอาจเสียหน้าด้วย ก็คุณไปบอกกับใครต่อใครแล้วนี่คะ ว่างานต้องออกมาดีมาก อย่างที่สอง คุณจะเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจในตัวผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีเลย ถ้าคุณจะเอาความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว มากำหนดประสิทธิภาพของเขา จนลืมดูว่า คุณเองหรือปล่าวที่ตั้งความหวังกับเค้ามากจนเกินไป หน่วยงานใดที่มีความรู้สึกที่ไม่มั่นใจเกิดขึ้น งานจะไม่มีทางสำเร็จได้เลย เพราะต่างคนต่างไม่มั่นใจซึ่งกันและกัน แต่พูดอย่างนี้ ไม่ได้หมายถึงไม่ให้คุณคาดหวังอะไรกับผลงานของผู้ใต้บังคับบัญชาคุณเลยหรอกนะคะ คาดหวังน่ะเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ควรมีขอบเขต ไม่ใช่คาดหวังมากเกินไป จนลืมดูไปถึงขีดจำกัดความสามารถของผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ หรือไม่มีการเตรียมใจรับกับความผิดพลาดไว้เลย เมื่อไหร่ที่งานพลาดขึ้นมา นอกจากคุณและผู้ใต้บังคับบัญชาจะเสียความรู้สึกกันแล้ว ยังเสียงานอีก ก็มัวแต่มั่นใจนี่คะ คาดหวังมากจนลืมที่จะเตรียมแนวทางแก้ไขไว้ได้ทัน เพราะคิดอยู่เสมอว่าคงไม่มีอะไรผิดพลาด มารู้อีกทีก็สายแล้ว
การคาดหวังเป็นเรื่องที่ดี แต่ควรคาดหวังอย่างพอประมาณ ไม่ใช่คาดหวังเต็มที่จนเกินไป เพราะนอกจากจะทำให้คุณเพลินอยู่กับการคาดหวังจนลืมเตรียมทางแก้ไขเผื่อข้อผิดพลาดแล้ว ยังอาจไปกดดันผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณ ให้เขาทำงานอย่างกังวล ไม่มีความสุขกับการทำงานได้ คาดหวังอย่างพอดี ดีกว่าค่ะ นอกจากจะเปิดโอกาสให้คุณได้เผื่อใจรับความผิดพลาดของงานแล้ว ยังทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณไม่กดดันเวลาทำงานด้วย ที่สำคัญเวลาที่คุณคาดหวังอย่างไม่เต็มที่เมื่องานออกมาดีกว่าที่คุณคิด คุณก็จะรู้สึกดีมากๆ กับงานชิ้นนั้น ในทางตรงกันข้าม ถ้าคุณคาดหวังมาก แต่ผลงานไม่เป็นอย่างที่ใจคุณต้องการ คุณก็ต้องรู้สึกผิดหวังก็มากเช่นกัน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *