คัดคนผ่าน life style VS โหงวเฮ้ง เหมาะกับนาย ได้ใจทีมงาน

คัดคนผ่าน life style VS โหงวเฮ้ง เหมาะกับนาย ได้ใจทีมงาน

หมดยุคการหา “ใครก็ได้” มานั่งในองค์กร เขาหรือเธอคนนั้นต้องคือคนที่ ” ใช่ ”
ความยากมาเยือน HR เมื่อการเฟ้นหาคนยากกว่างมเข็มในมหาสมุทร
” วิทยาการสมัยใหม่ VS โหงวเฮ้ง ” เส้นทางรัดคัดคนเข้าองค์กรได้เร็วและแม่นยำ
ร่วมเปิดรับความรู้ งานอดิเรก กีฬา ดนตรี และอวัยวะบนใบหน้า จะช่วยหาคนที่ ” ใช่ ” ได้หรือไม่ ?

ปัจจุบันสภาพการแข่งขันในธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นการที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งจะประสบความสำเร็จได้ คนหรือพนักงานถือได้ว่าเป็นสิ่งที่ชี้ชะตาว่าองค์กรใดจะอยู่รอดหรือไม่ ฉะนั้นการเริ่มรับคนๆ หนึ่งเข้ามาภายในองค์กร จะต้องเลือกบุคคลที่ “ใช่” ไม่ใช่เลือก “ใครก็ได้” แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกองค์กรจะต้องรับคนที่ทำงานได้ดีหรือดีที่สุด

ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็นการรับในตำแหน่งใด บริษัทควรจะมีแนวทางที่สามารถที่สามารถระดม Candidateให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ยังต้องสามารถออกแบบใบสมัครให้ง่ายต่อการพิจารณา ตามด้วยระบบการ Screen ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อเลือกคนมาสัมภาษณ์ นั่นคือจะทำอย่างไรเราจะเลือกได้คนที่ดีที่สุดใช้เวลาที่น้อยที่สุด โดยเฉพาะให้เร็วกว่าคู่แข่ง

3 หลักพิจารณาคนที่ ” ใช่ ”
Drive Talent Aptiude
3 สิ่งหลักที่ HR ต้องพิจารณาจากใบสมัครคือ แรงขับ (Drive) ความสามารถ( Talent)ความถนัดและทัศนคติ (Aptiude) ซึ่งแรงขับนั้นจะพิจารณาจากตำแหน่งที่ต้องการ ลักษณะงานที่อยากทำ เงินเดือนที่คาดหวัง ส่วนความสามารถจะพิจารณาจาก การศึกษา ประสบการณ์ทำงาน หรือจุดแข็งที่คิดว่าตัวเองมีอยู่ ซึ่ง 2 ข้อแรกนั้นสามารถพิจารณาได้ง่าย สามารถประเมินผลได้ทันทีจากประวัติ แต่ทว่าในส่วนของ ทัศนคติและความถนัด ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอก สามารถประเมินได้ยาก ว่าคนๆ นั้นจะมีอุปนิสัยอย่างไร

ด้วยเหตุนี้ผู้ให้บริการเว็บไซด์หางาน jobtopgun.com ได้ทำการวิจัยและสำรวจถึงความสัมพันธ์ระหว่างงานอดิเรกที่ชื่นชอบกับพฤติกรรมของคนที่มีผลต่อการทำงาน เนื่องด้วยงานอดิเรกนั้นถูกมองข้ามจาก HR มาโดยตลอดสาเหตุเพราะมองว่าไม่สำคัญกับการทำงาน แต่ในความเป็นจริงแล้วงานอดิเรกหรือกีฬานั้นเป็นเรื่องที่คนๆนั้นชื่นชอบส่วนตัว ในขณะที่ความเป็นจริงทักษะบางอย่างจะเกิดขึ้นจากการเล่นกีฬาหรือกิจกรรมนั้นบ่อยๆ เช่น ผู้ที่เล่นหมากรุกเป็นประจำ จะมีทักษะพิเศษในด้านการคิดวิเคราะห์และการคิดในเชิงกลยุทธ์

ซึ่งการวิจัยได้แยกออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ แนวเพลงที่ฟังและชนิดของกีฬาที่เล่น โดยแบ่งแนวการฟังเพลงเป็น 4 ประเภท คือ 1. แนวคลาสสิก JASS FOLK ซึ่งคนที่ชื่นชอบแนวเพลงแบบนี้ มักจะมีแนวโน้มที่เป็นคนแบบนักคิด นักประดิษฐ์ มีความอดทนอดกลั้นต่อคนรอบข้าง ปฏิเสธแนวคิดแบบ conservative 2. คือคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงแนว Rock,Alternative,Heavy metal มักจะมีลักษณะเป็นคนที่อยากรู้อยากเห็นอะไรแปลกใหม่ แตกต่าง ชื่นชอบความเสี่ยง เป็นพวกกระตือรือร้น มักคิดว่าตัวเองฉลาด

ถัดมาคือแบบที่ 3 แนวเพลงแบบ Country,Sound tracks,pop ผู้ที่ชื่นชอบแนวเพลงแบบนี้จะมีลักษณะ ร่าเริง ชอบคบค้าสมาคม น่าเชื่อถือ ชอบช่วยเหลือคนอื่น เป็นพวกประเพณีนิยม มักคิดว่าตัวเองเป็นคนน่าคบ แบบสุดท้ายคือ แนวเพลงแบบ Pap Hip Hop,Dance เป็นคนที่ ช่างพูดช่างเจรจา มีพลังสูง มักไม่ถือโทษโกรธเคือง

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างกีฬาที่เล่นกับความสามารถของบุคคลหนึ่ง ในที่นี้จะกล่าวถึงจุดเด่นๆ ของความสามารถของกีฬาบางชนิด ยกตัวอย่างพอให้เห็นภาพ เช่น ผู้ที่ชื่นชอบการเล่นกอล์ฟ มักเป็นเป็นผู้ที่สุขุมรอบคอบ ทำงานเป็นระบบ มีความอดทน มีความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ ผู้ที่ชอบเล่นวอลเลย์บอล บาสเก็ตบอล จะมีจุดเด่นคือมีความสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้ดี และเก่งในการสร้างทีม ซึ่งเหมาะกับงานลักษณะที่ต้องทำงานเป็นทีมร่วมกับผู้อื่นอยู่เสมอ

ขณะที่ผู้ที่ชอบการออกกำลังกายแบบแอโรบิค มักจะเป็นผู้ที่มีบุคลิกดีและชื่นชอบการเข้าสังคม และมีอัธยาศัยที่ดี อาจจะเหมาะสมกับงานที่ต้องติดต่อสื่อสารกับคนอื่นอยู่เสมอ แต่หากต้องการผู้ที่เก่งในการควบคุมดูแล และมีความเด็ดเดี่ยวในการทำงาน ต้องเลือกผู้ที่เล่นกีฬาขี่ม้า แต่หากต้องการผู้ที่สามารถควบคุมบริหารเวลาได้ดีอาจจะต้องพิจารณาจากผู้ที่ชื่นชอบการเล่นดำน้ำ เป็นต้น

”โหงวเฮ้ง” ศาสตร์คัดคน
tool ที่ HR ไม่ควรมองข้าม
ขณะที่การดูโหงวเฮ้งก็เป็นศาสตร์หนึ่งที่ได้รับความสนใจจากการคัดเลือกระดับผู้บริหารเข้ามาในองค์กรนั้นๆ แต่ปัจจุบันศาสตร์ที่ว่าด้วยการดูโหงวเฮ้งนี้ได้แพร่หลายในระดับพนักงาน ซึ่งเป็นเครื่องมือหนึ่งของ HR ที่ได้นำมาใช้

ซึ่ง อ.ธวัชพงศ์ ธนิตลิมปะพงศ์ ที่ปรึกษา บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) บอกว่า ในบางครั้งการเลือกบุคคลเข้าร่วมทีม คนๆ นั้นอาจไม่จำเป็นต้องเก่งไปเสียทุกด้าน ในบางครั้งเราอาจจะต้องการคนที่มีความโดดเด่นในเรื่องสติปัญญาเพื่อให้มานั่งเป็นกุนซือของบริษัท ขณะที่บางครั้งก็ต้องการคนที่มีความซื่อสัตย์เป็นพิเศษ เราจึงได้แบ่งวิธีการเลือกคนจากอุปนิสัยเด่นๆ เพื่อให้ผู้คัดเลือกสามารถมองได้ง่ายขึ้น คือ

ถ้าต้องการพนักงานที่เน้นการปฏิบัติ ขยัน จะสามารถพิจารณาได้จาก ขอบหูด้านในต้องขนานกับขอบหูด้านนอก ยาวจรดถึงติ่งหู กรามไม่แห้งไม่ตอบ มีเนื้อหุ้มเต็ม ดูได้จากไหล่คนที่มีความรับผิดชอบ ไหล่ต้องหนา กว้าง ไม่ห่อ ไม่บาง

ถ้าต้องการพนักงานที่มีจุดเด่นที่เป็นนักคิด นักวางแผน ต้องดูจากสติปัญญา ซึ่งพิจารณาจากขอบหูด้านนอกโค้งสวยงามยางจรดติ่งหู คิ้วสวยสดใส มีความเป็นระเบียบยาวจรดหางตา มีตาที่สดใสเป็นประกาย ตาดำตัดกับตาขาวอย่างชัดเจน

ถ้าต้องการพนักงานที่มีหัวครีเอทีฟ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จะพิจารณาจากความสูงของหน้าผาก กว้างมากจะดี อิ่มเต็ม โค้งสวยงาม ความกว้างของหน้าผากจะเป็นจุดที่บอกถึงลักษณะความแม่นยำของความจำ ความสูงของจมูกต้องไมทรุดต่ำ

ถ้าต้องการพนักงานที่มีความอดทนสูง ไม่ว่าจะมาจากความยากของงานหรือแรงกดดันจากสิ่งอื่นๆ ให้พิจารณาจากความกว้างของปีกจมูก กว้างมากจะอดทนมาก คางมีเนื้อหุ้มเต็ม ไม่แคบแหลม

แต่หากต้องการพนักงานที่มีความเด่นเรื่องความซื่อสัตย์เป็นหลัก จะต้องพิจารณาจากหูที่ไม่ช้อนจนเกินไป ปากต้องไม่เอียง ไม่เบี้ยว ริมฝีปากบนของทั้งสองข้างเท่ากัน จะสังเกตได้ว่านักการเมืองหลายคนเวลาพูดปากจะเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง นั่นคือบ่งบอกถึงความไม่ซื่อสัตย์นั่นเอง

ซินแสชื่อดัง ให้ข้อมูลต่อไปอีกว่า นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาส่วนอื่นบนใบหน้าประกอบด้วย เช่น คิ้ว ตา หรือปาก ควบคู่กันไปด้วย เริ่มจากคิ้ว คิ้วนั้นมีความสำคัญค่อนข้างมากเพราะเป็นที่รวมของสติปัญญา การไตร่ตรอง ความนึกคิดที่มาจากสมอง คิ้วเปรียบเสมือนแม่น้ำคือจะต้องมีความมันวาว ปลายคิ้วจะต้องเลยหางตาทั้งสองข้าง คนไหนขนคิ้วเรียงเป็นระเบียบแสดงว่าเป็นคนที่มีความระเอียดรอบคอบ ถ้างานไหนต้องการความระเอียดรอบคอบเป็นพิเศษก็ต้องใส่ใจในจุดตรงนี้

หัวคิ้วซ้ายเป็นศูนย์รวมของอำนาจ ซึ่งเป็นที่รวมของสัญชาตญาณและความนึกคิด หัวคิ้วนี้บ่งบอกถึงโชคลาภ หัวคิ้วขวา หมายถึง ลมหายใจแห่งจักรวาลเป็นจุดกำเนิดของสิ่งเร้นลับ หรือประสาทสัมผัสและสัญชาตญาณพิเศษทั้งหลาย

ด้วยเหตุนี้คนโบราณจึงไม่ปล่อยให้หัวคิ้วชนกันเพราะจะไม่ทำเกิดพลังสัญชาตญาณของการคำนวณ ผู้ที่มีหัวคิ้วสวย หว่างคิ้วไม่มีเสกเส้นหรือรอยตำหนิ จะเป็นคนที่สามารถหยั่งรู้เหตุการณ์ณ์ล่วงหน้า ที่เรียกว่าสัมผัสที่หก มีความสามารถด้านการพยากรณ์ เช่น การขึ้นลงของทิศทางการตลาด การประเมินสถานการณ์ต่างๆได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้คิ้วยังหมายถึงความกลมเกลียวระหว่างเพื่อนฝูง ความสามารถในการร่วมงานกับผู้อื่นได้มากน้อยแค่ไหน

และ อวัยวะถัดมาคือ ตา การพิจารณาต้องดูว่าสีของตาดำตัดกับตาขาวอย่างชัดเจน ถ้าดำต้องดำให้สนิท ถ้าเป็นสีอื่นก็ขอให้ชัดเจน ตาขาวห้ามแดงหรือขุ่นมัวเพราะจะทำให้ชีวิตขึ้นๆลงๆไม่ชัดเจน ชีวิตไม่สงบสุข ซึ่งมีผลต่อศักยภาพในการทำงาน ตาเล็กใหญ่ไม่สำคัญ แต่ถ้าให้ดีต้องมีความยาวรี ยิ่งตากลมและยาวรีด้วยแล้วถือว่าดีที่สุด นัยน์ตาที่เป็นมงคลจะต้องมีประกายอ่อนโยน แต่ไม่ใช่อ่อนแอจนขาดพลัง แนวสายตาไม่เอียง ไม่ไร้แวว ไม่มองคนด้วยหางตา มีแววตาเป็นประกาย

ส่วน อวัยวะสุดท้ายที่ อ.ธวัชพงศ์ ได้กล่าวถึง คือ ปาก ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสังเกตได้ว่าผู้นำที่มีชื่อเสียง หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จ ส่วนใหญ่มักมีวาทศิลป์ทั้งสิ้น ลักษณะของปากที่ดีคือ ถ้าเป็นผู้ชายริมฝีปากบนต้องหนากว่าริมฝีปากล่าง(ผู้หญิงจะสลับกัน) มีเสกเส้นบนริมฝีปากยิ่งมากยิ่งดี และต้องละเอียดเหมือนกลีบดอกไม้ น้ำเสียงต้องดังกังวานใส สม่ำเสมอ

ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยส่วนหนึ่งของการคัดสรรคน แต่อย่างไรก็ตาม HR ควรนำปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ มาเกี่ยวข้องด้วย

ที่มา : http://www.siamhrm.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *