ความแตกต่างระหว่างสมองของหญิงและชาย

ความแตกต่างระหว่างสมองของหญิงและชาย
มองมุมใหม่ : รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2550
สัปดาห์นี้คงจะเป็นตอนสุดท้ายในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความแตกต่างระหว่างผู้หญิงและผู้ชายนะครับ ถือว่าเป็นการคั่นบรรยากาศทางการเมืองที่เริ่มร้อนแรงแล้วกัน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้อธิบายสาเหตุประการแรกที่ทำให้ผู้หญิงและผู้ชายต่างกันแล้วว่า มาจากพฤติกรรมที่ติดตัวเรามาตั้งแต่สมัยเป็นมนุษย์ถ้ำ ก็มีท่านผู้อ่านหลายท่านที่แสดงความเห็นมาทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย อย่างเช่น ญาติผมคนหนึ่งก็บอกว่า สาเหตุที่ทำให้ผู้ชายชอบนั่งหันหน้าออกไปทางประตูนั้น ไม่ใช่เพื่อคอยระวังภัยเหมือนมนุษย์ถ้ำในอดีตหรอก แต่เป็นเพราะต้องการมองสาวๆ มากกว่า (เป็นอย่างงั้นไป)
คราวนี้มาดูสาเหตุประการที่สอง ที่ทำให้หญิงและชายต่างกันต่อนะครับ ซึ่งเชื่อว่าสาเหตุประการที่สองนั้น คงจะมีกระแสไม่เห็นด้วยน้อยกว่าสาเหตุประการแรกนะครับ เนื่องจากมีผลวิจัยทางการแพทย์มายืนยัน นั่นคือสมองของผู้หญิงและผู้ชายมีความต่างกัน ผมเคยพบเจอผู้บริหารหลายท่านที่ชอบบอกว่า ผู้หญิงและผู้ชายทำงานเหมือนกัน และไม่มีความต่างกัน ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นด้วยในใจตลอดนะครับ จนกระทั่งพบว่าจริงๆ แล้ว ผู้หญิงและผู้ชายมีความต่างกันพอสมควรเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าดูจากสมองของผู้หญิงและผู้ชาย ก็ยิ่งชัดเจนเลยครับว่ามีความต่างกัน
ปัจจุบันเทคโนโลยีในด้านสมองพัฒนาไปมาก ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาองค์ประกอบต่างๆ ของสมองได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งปฏิกิริยาของสมองในแต่ละส่วน เมื่อกระทำกิจกรรมแต่ละกิจกรรม อย่างไรก็ดี การศึกษาเกี่ยวกับสมองแรกเริ่มนั้นมาจากผู้ป่วยที่มีความเสียหายของสมอง ซึ่งพบว่าผู้ชายที่มีความเสียหายหรือได้รับบาดเจ็บในสมองส่วนซ้าย จะสูญเสียความสามารถในการพูด ในขณะที่ผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บในสมองส่วนซ้ายเหมือนกัน จะไม่สูญเสียทักษะในการพูดเท่ากับที่ผู้ชายสูญเสีย
เมื่อวิทยาศาสตร์มีการพัฒนาขึ้น นักวิทยาศาสตร์และแพทย์ก็พบว่า ผู้ชายนั้นจะใช้สมองส่วนซ้าย สำหรับงานที่เกี่ยวข้องกับการพูด ในขณะที่ผู้หญิงจะใช้ทั้งสมองส่วนซ้ายและขวา (เลยไม่แปลกใจว่า ทำไมผู้หญิงส่วนใหญ่จะพูดมากกว่าผู้ชายทั่วๆ ไป) นอกจากนี้ ยังพบอีกนะครับว่า เด็กผู้หญิงจะมีพัฒนาการของสมองส่วนซ้าย ที่รวดเร็วกว่าเด็กผู้ชาย ทำให้เรามักจะพบว่าเด็กผู้หญิงนั้นจะพูด อ่าน รวมทั้งเรียนภาษาที่สองได้เร็วกว่าเด็กผู้ชาย
นอกจากนี้ ระหว่างสมองส่วนซ้ายและขวา จะมีเส้นใยประสาทที่เชื่อมทั้งสองส่วนเข้าด้วยกันที่เขาเรียกว่า corpus callosum ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นสายเคเบิลสำหรับสมองทั้งสองข้างในการสื่อสารและส่งข้อมูลถึงกัน ซึ่งพบว่าในผู้หญิงนั้นจะมีจำนวน corpus callosum มากกว่าผู้ชายถึงร้อยละ 30 ซึ่งผลจากการวิจัยแสดงให้เห็นครับว่า ยิ่งมีสายเคเบิลที่เชื่อมโยงมากเท่าไร คนผู้นั้นจะยิ่งมีความสามารถในการสื่อสารด้วยการพูดมากขึ้นเท่านั้น
นอกจากนี้ การมีสายเคเบิลที่เชื่อมโยงประสาททั้งสองข้างเข้าไว้ด้วยกันที่มากกว่าผู้ชาย ซึ่งทำให้มีการส่งข้อมูลระหว่างประสาททั้งสองข้างได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้หญิงส่วนใหญ่สามารถวิเคราะห์ และตัดสินใจในเรื่องเกี่ยวข้องกับคนได้เร็วกว่าจนดูเหมือนมีสัมผัสที่หก
ท่านผู้อ่านลองสังเกตดูก็ได้นะครับว่า หลายครั้งที่ผู้หญิงจะรับสัญญาณบางอย่างที่ส่งออกมาจากคนอื่นได้ดีกว่าผู้ชาย เช่น คำพูดหรือประโยคบางประโยคนั้น ผู้หญิงจะสามารถตีความและวิเคราะห์ได้ถึงเบื้องลึกของประโยคนั้น ในขณะที่ผู้ชายก็เพียงแค่รับฟังและไม่ได้คิดอะไรมาก ซึ่งส่วนใหญ่เราก็มักจะมองว่า เป็นเพราะผู้หญิงอ่อนไหวง่ายกว่าผู้ชาย แต่ถ้าดูจากการทำงานของสมองแล้วก็คงต้องบอกว่า เป็นเพราะผู้หญิงมี corpus callosum มากกว่าผู้ชายนั้นเองครับ
นอกจากนี้ ยังพบอีกครับว่า สมองของผู้ชายนั้นได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานได้ทีละอย่าง เช่น ในขณะที่เรากำลังขับรถ และหาป้ายถนนหรือป้ายซอยนั้น สังเกตซิครับว่า ผู้ชายส่วนใหญ่จะชอบปิดหรือหรี่เสียงวิทยุ หรือผมเองเวลาจะนั่งเขียนบทความนี้ ก็ต้องปิดวิทยุหรือโทรทัศน์ไปเลย แต่สำหรับผู้หญิงทั่วๆ ไปนั้น สมองของเธอได้รับการออกแบบมาให้สามารถทำงานได้หลายอย่างพร้อมๆ กัน ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะผู้หญิงมี corpus callosum ที่มากกว่านั้นเองครับ ทำให้สามารถใช้หลายๆ ส่วนของสมองได้พร้อมๆ กัน
แต่ข้อเสียของการใช้ทั้งสมองส่วนซ้ายและขวาได้พร้อมๆ กันก็มีนะครับ ท่านผู้อ่านลองสังเกตซิครับว่า เวลาเราขับรถแล้วมีผู้หญิงคอยบอกทางนั้น หลายครั้งที่จะคอยหงุดหงิดและทะเลาะกัน เนื่องจากเธอมักจะมีอาการหลงทิศว่า ข้างไหนขวาข้างไหนซ้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องบอกอย่างฉุกเฉินหรือกะทันหันแบบไม่ทันได้คิด ซึ่งก็เกิดขึ้นมาจากการใช้สมองทั้งสองข้างทำงานพร้อมๆ กันนั้นเองครับ
เป็นไงครับ เรื่องความแตกต่างระหว่างหญิงและชาย ถ้าสนใจก็ลองหาหนังสือของ Allan และ Barbara Pease ที่ชื่อ Why Men Don’t Listen & Women Can’t Read Maps อ่านเพิ่มเติมได้นะครับ ก่อนจากขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์หน่อยครับ ทางหลักสูตร IT in Business ของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ จะให้นิสิตในระดับปริญญาโท มานำเสนอโครงการพิเศษทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอีกแล้วครับ จะมีโครงการหลายๆ โครงการที่น่าสนใจ และสามารถนำไปใช้ได้ในภาคธุรกิจ สนใจรีบโทรไปสอบถามได้ที่ 0-2218-5715-6 นะครับ เขาจะจัดในวันที่ 1 ธันวาคมนี้แล้ว

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *