ความเสี่ยงกับความคิดสร้างสรรค์

ความเสี่ยงกับความคิดสร้างสรรค์
มองมุมใหม่: รศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพธุรกิจ วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2549
แนวโน้มการบริหารในปีใหม่ 2549 คงหนีไม่พ้นในเรื่องของบริหารความเสี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับหลายๆ องค์กร
สิ่งที่พบเห็นคือบทบาทและความสำคัญของการบริหารความเสี่ยงที่จะมีมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ทั้งในแง่พัฒนาการของการนำเรื่องการบริหารความเสี่ยงไปใช้ และลักษณะองค์กรที่นำหลักการนี้ไปใช้ จากที่เริ่มต้นในภาคเอกชน ก็จะเข้าไปในส่วนราชการมากขึ้น เชื่อว่าในการบริหารในปีใหม่นี้ผู้บริหารหลายท่านจะมีการตัดสินใจและบริหารงานองค์กรโดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่างๆ มากขึ้น รวมทั้งกำหนดมาตรการหรือแนวทางที่จะบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
คำถามสำคัญที่ผู้บริหารต้องคำนึงถึงเสมอคือ การคำนึงถึงความเสี่ยงที่มากขึ้นนั้นจะส่งผลกระทบต่อการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ให้กับองค์กรหรือไม่?
หรือ คำนึงถึงความเสี่ยงมากเกินไปจนกระทั่งไม่สามารถก่อให้เกิดคุณค่าให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้น ซึ่งนำไปสู่การที่ผู้บริหารจะต้องสร้างความสมดุลระหว่างการระวังและป้องกันความเสี่ยงเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย กับการพร้อมที่จะเสี่ยง เพื่อที่จะก่อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่
ความเสี่ยงเป็นเรื่องธรรมชาติขององค์กรและชีวิต การดำเนินงานในทุกองค์กรหรือการดำเนินชีวิตย่อมต้องมีความเสี่ยงเข้ามาเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการเสี่ยง และบริหารความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาและคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลา
ผู้อ่านลองนึกดูการข้ามถนนก็ได้ ท่านพร้อมที่จะเสี่ยงข้ามทางม้าลาย เพื่อให้ประหยัดเวลา หรือลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น แต่เสียเวลา โดยเดินไปอีกระยะหนึ่งเพื่อข้ามสะพานลอย หรือสำหรับองค์กรธุรกิจที่พร้อมจะเสี่ยงเข้าไปลงทุนในประเทศจีน หรือลดความเสี่ยงโดยยังไม่รีบเข้าไปลงทุนในจีนจนกว่าจะพร้อมกว่าปัจจุบัน?
มีข้อสมมติฐานกันว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้องค์กรล้มเหลวในช่วงที่ผ่านมานั้นเกิดขึ้นเนื่องจากผู้บริหารองค์กรไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นเมื่อปัญหาหรืออุปสรรคเกิดขึ้นจึงไม่สามารถแก้ไขหรือบรรเทาความรุนแรงลงไปได้
มีงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่า เกือบครึ่งหนึ่งของบริษัทธุรกิจทั่วไปจะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่รุนแรงอย่างน้อยครั้งหนึ่ง และที่สำคัญผู้บริหารและผู้ถือหุ้นก็ไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะรับความเสี่ยงกันเท่าใด
จากงานวิจัยของบริษัทที่ปรึกษาชื่อดังอย่าง McKinsey ในปี 2002 พบว่า 36% ของกรรมการบริษัทที่ทำการสำรวจที่ไม่ได้มีความเข้าใจต่อความเสี่ยงที่สำคัญที่บริษัทกำลังเผชิญ และ 19% ของที่สำรวจทั้งหมดระบุว่า องค์กรของตนเองขาดกระบวนการในการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง
จากการที่ผู้บริหารเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของความเสี่ยงและการบริหารความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้ในปัจจุบันองค์กรขนาดใหญ่ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้หันมาให้ความสำคัญ กับเรื่องของการบริหารความเสี่ยงมากขึ้นในช่วงระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถึงขั้นมีการตั้งผู้บริหารขึ้นมาดูแลเรื่องของความเสี่ยงโดยเฉพาะ และความเสี่ยงที่พูดถึงกันในปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเสี่ยงทางการเงินอย่างเดียว
ตั้งแต่ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงทางการตลาด ความเสี่ยงในการลงทุน ความเสี่ยงทางกลยุทธ์ ล้วนถูกนำมาพิจารณา บริหารจัดการกันหมด จนทำให้การตัดสินใจที่สำคัญหลายๆ ครั้งก็จะมีการนำปัจจัยเรื่องความเสี่ยงมาร่วมพิจารณาด้วย นั่นคือ การให้ความสนใจต่อเรื่องของความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าไม่รู้จักเสี่ยงบ้าง จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จได้อย่างไร และสิ่งสำคัญคือจะสร้างความสมดุลที่เหมาะสมได้อย่างไร เนื่องจากความสำเร็จขององค์กรหลายครั้งมาจากความพร้อมและความกล้าที่จะเสี่ยง
ผู้บริหารบางท่านระบุว่า สาเหตุที่ทำให้ผลการดำเนินงานขององค์กรตนเองตกต่ำลงนั้นเนื่องจากวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่กล้าเสี่ยง เวลาทำสิ่งใดมักจะยึดแนวอนุรักษ์ตลอด จนทำให้ไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาได้
แต่ถ้ามองในอีกมุมหนึ่งพวกที่นำระบบบริหารความเสี่ยงมาใช้อย่างดีอาจจะโต้แย้งว่า เมื่อนำระบบดังกล่าวมาใช้แล้ว ทำให้มีระบบในการตรวจสอบที่แน่นอนและพร้อมที่จะเสี่ยงและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มากกว่าอดีตเสียด้วยซ้ำ เนื่องจากระบบบริหารความเสี่ยง ทำให้องค์กรมีระบบในการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงต่างๆ อย่างถี่ถ้วนและชัดเจนขึ้น
จริงๆ แล้วในระบบบริหารความเสี่ยงที่ใช้กันอยู่ทั่วไป เขาก็ได้มีการกำหนดกลยุทธ์ด้านความเสี่ยง (Risk Strategy) ที่มีการกำหนดระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ (Risk Appetite) และความเสี่ยงใดที่สามารถนำไปสู่ความสำเร็จ และระดับของความเสี่ยงที่ยอมรับได้
ดังนั้นการกำหนดกลยุทธ์ด้านความเสี่ยงที่เหมาะสมอาจจะเป็นคำตอบต่อคำถามที่ได้ถามไว้ในตอนต้นก็ได้ว่า จะสร้างความสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร
ประเด็นที่ผู้บริหารจะต้องระวังก็คือ การให้ความสนใจเรื่องของความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องระวังอย่าให้ไปปิดกั้นความคิดสร้างสรรค์ ความกล้า และการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาในองค์กร ผู้บริหารจะต้องหาจุดที่สมดุลและเหมาะสมให้ได้นะครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *