ความเย่อหยิ่ง…หลุมพรางของคนรู้มาก

ความเย่อหยิ่ง…หลุมพรางของคนรู้มาก

ผู้นำแบบใดจะได้รับการยอมรับและความร่วมมือมากกว่ากัน ระหว่าง คนรู้มากแต่หยิ่ง กับ คนรู้ไม่มากแต่ถ่อมใจ ?
คมคิด : ความเย่อหยิ่งของคนนำเขาให้ต่ำลง แต่คนที่มีใจถ่อมจะได้รับเกียรติและปัญญา
“สมศักดิ์ ช่วงนี้มีไอเดียอะไรใหม่ๆ จากทีมงานบ้าง จะได้นำมาปรับปรุงพัฒนางานที่ทำอยู่” วรรณฤดีถาม หลังจากสังเกตว่า ทีมงานเริ่มทำงานแบบไปเรื่อยๆ เข้าเกียร์ว่าง “อย่างของสมศรี คราวก่อนก็เคยเสนอไอเดียดีๆ หลายอย่างเลยนะ”
“ก็มีบ้างครับ แต่ผมคิดว่าไม่เวิร์ค ก็มีไอเดียผมเท่านั้นแหละครับที่จบมาสูงกว่า จะช่วยบริษัทได้” สมศักดิ์พูดน้ำเสียงเย้ยหยัน “สมศรีนะ เสนอเก่งแต่จะทำหรือเปล่า อีกเรื่องหนึ่ง” แล้วหันไปมองสมศรีด้วยหางตา
“น้ำเต็มแก้ว ใครจะเติมอะไรอีกได้” สมศรีพูดเปรยๆ ขณะมือจับแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มอยู่
จากมุมมองปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หากเราไม่ระมัดระวัง ความเย่อหยิ่งอาจใช้ความรู้และเหตุผลเป็นเครื่องมือ เพื่อทำให้ตนเองดูดีและรู้สึกมีอำนาจเหนือผู้อื่น วิธีหนึ่งที่จะสร้างภูมิคุ้มกันความเย่อหยิ่งได้ก็คือการเปิดใจเรียนรู้จากผู้อื่น
การเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ (Openness) เป็นหนึ่งใน Five-Factor Model ของบุคลิกภาพที่เอื้อต่อผลการปฏิบัติงาน (Performance) และศักยภาพแห่งภาวะผู้นำ (Leadership capabilities) ซึ่งหาไม่พบในคนที่เย่อหยิ่ง ผู้บริหารที่เชื่อมั่นตัวเองเกินขนาด อาจแสดงออกเป็นการพูดโอ้อวดเกินจริง การกล่าวโจมตีข้อบกพร่องคนอื่น ไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ซึ่งบางครั้งทำไปเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้รู้สึกด้อย เพื่อรักษาความภาคภูมิใจในตนเอง (Self esteem) วันนี้ท่านมีบุคลิกนี้มากน้อยเพียงใด มาสำรวจด้วยกัน
ท่านเป็นคนเย่อหยิ่งหรือไม่
ในการประชุมล่าสุด การเสนอความคิดของท่านเป็นอย่างไรบ้าง
กรุณากาเครื่องหมาย ?หน้าข้อความที่เห็นว่าตรงกับตัวท่าน
?ฉันมั่นใจในความคิดของตนเองเมื่อรับฟังและประเมินข้อคิดเห็นของผู้อื่นแล้ว ?ฉันมั่นใจในความคิดของตน โดยไม่จำเป็นต้องฟังข้อคิดเห็นของคนอื่นๆ
?ฉันสามารถปรับความคิดของตนได้ เมื่อได้ข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ ?ฉันคิดว่าข้อมูลใหม่ๆ ก็ไม่ต่างอะไรกับความคิดที่ฉันได้เสนอไปนักหรอก
?ฉันมีความเป็นตัวเองสูง ซึ่งช่วยเป็นทิศนำทางผู้อื่นได้ ?ฉันมีความเป็นตัวเองสูง จนครอบงำผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว
ข้อเสนอแนะ : หากท่านได้กาเครื่องหมาย ?ในฝั่งขวามากกว่าฝั่งซ้าย อาจใช้ “ทักษะถ่อมตนอย่างปราชญ์” ช่วยได้
ทักษะถ่อมตนอย่างปราชญ์ (Smart humility) ช่วยท่านได้
(ทักษะเสริมได้แก่ ทักษะเห็นคุณค่าคนเก่ง, ทักษะผนึกศักยภาพ, ทักษะหูของปราชญ์ ดูได้ใน www.oknation.net/blog/youthana
ทักษะนี้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันความเย่อหยิ่ง บนความเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนมีความแตกต่างกัน ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และความแตกต่างมีไว้เพื่อเติมเต็ม มิใช่เพื่อแตกแยก ทำให้เริ่มมองเห็นสิ่งดีของผู้อื่นที่เราไม่มี ทักษะนี้สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ประการ ดังโมเดลและคำอธิบายดังนี้
1.มองหาข้อดีของผู้อื่น เป็นการค้นหาสิ่งดีๆ จากข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นของผู้อื่น บนความเชื่อว่าเราไม่ได้เก่งไปหมดเสียทุกเรื่อง ผู้อื่นย่อมมีบางอย่างที่เก่งกว่าเรา เราจึงควรรับฟังเขา ซึ่งจะทำให้เราเปิดใจกว้าง ไม่ได้มุ่งจับผิดผู้อื่นอย่างเดียว
2.มองหาข้อด้อยของตนเอง เป็นการค้นหาจุดอ่อนในตนเอง อาจเป็นด้านพฤติกรรมการแสดงออก คำพูด บุคลิกนิสัย ท่าทีแรงจูงใจ บนความเชื่อว่าไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบ ไม่เคยผิดพลาดเลย ซึ่งจะทำให้เราไม่เชื่อมั่นตัวเองเกินขนาด แต่เชื่อมั่นอย่างสมจริง
3.อย่าเปรียบเทียบกับผู้อื่น แต่จงเรียนรู้จากผู้อื่น เป็นการหันทิศความคิดเชิงเปรียบเทียบให้ถูกทาง ไม่ใช่เอาแต่เปรียบเทียบเพื่อแข่งขันโจมตีคนอื่นว่าเราเหนือกว่าเขาตรงไหน เขาไม่ได้เรื่องตรงไหน แต่หันมาเรียนรู้ว่าที่เขาเสนอมามีอะไรที่น่าสนใจ อะไรใหม่ อะไรที่สามารถต่อยอดเพื่อเสริมสร้างได้
4.อย่ามองข้ามคุณค่าคำตักเตือน อาจเริ่มจากขอคนสนิทให้ช่วยเตือนสติเราในการทำงาน ในการวางตัว ในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เราประเมินตนเองอย่างสมจริงและพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง
“ข้อเสนอแนะล่าสุด มีสิ่งที่เป็นประโยชน์อะไรบ้างที่ท่านอาจมองข้าม”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *