ความลี้ลับของทุน

ความลี้ลับของทุน
บ้านเขาเมืองเรา : ไสว บุญมา sarwaib@hotmail.com กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2551
เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า ทุนเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนา ฉะนั้นในช่วง 40-50 ปีที่ผ่านมา เมื่อดินแดนที่เป็นเมืองขึ้น ของมหาอำนาจ ได้เอกราชและเริ่มเร่งรัดพัฒนากันอย่างจริงจัง ประเทศกำลังพัฒนาพยายามแสวงหาเงินทุน ในขณะที่ประเทศก้าวหน้าพยายามหาเงินทุนให้ แต่หลังจากเวลาผ่านไปหลายสิบปี ประเทศที่พัฒนาสำเร็จมีเพียงหยิบมือเดียว เช่น เกาหลีใต้ ไซปรัสและสิงคโปร์ ส่วนประเทศที่มีเงินทุนมากมายโดยเฉพาะจากการขายน้ำมัน กลับต้องล้มลุกคลุกคลาน เช่น เวเนซุเอลา แอลจีเรีย ลิเบีย ไนจีเรีย อิหร่านและอิรัก
เมื่อผู้สนใจในด้านการพัฒนาหันกลับไปค้นหาสาเหตุ ก็มักพบว่าปัญหามักไม่ได้อยู่ที่การขาดแคลนเงินทุน หากเป็นการขาดปัจจัยที่ไม่สามารถแสวงหาได้จากภายนอก นั่นคือ ทุนทางสังคม
อย่างไรก็ตามยังมีคนหัวรั้น เช่น เฮอร์นันโด เดอ โซโต ผู้เขียนหนังสือเรื่อง The Mystery of Capital และลูกศิษย์อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งยังหลงผิดคิดว่า ถ้ามีเงินทุนเมื่อไร เมื่อนั้นปัญหาของการพัฒนาจะหมดไปทันที (หนังสือเรื่องนี้มีบทคัดย่อ และบทวิพากษ์อยู่ในหนังสือชื่อ “คิดนอกคอก ทำนอกคัมภีร์”) การนำแนวคิดของเดอ โซโต มาใช้อย่างกว้างขวาง เช่น การจะสร้างผู้ประกอบการอันมั่งคั่งจำนวนมากจากโครงการกองทุนหมู่บ้าน และโครงการเปลี่ยนสินทรัพย์เป็นทุนในเมืองไทย จึงนำไปสู่ความล้มเหลว
เนื่องจากทุนทางสังคมมีส่วนประกอบจำนวนมาก ซึ่งล้วนยากแก่การวัดออกมาเป็นตัวเลข ผู้สนใจในด้านการพัฒนาจึงถกเถียงกันมานาน และเข้มข้นจนเข้าลักษณะไม่รู้จบสิ้นว่ามันมีอะไรบ้าง มีบทบาทสูงเท่าไรและจะสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไร
การถกเถียงกันอย่างเข้มข้นเริ่มต้นขึ้น 100 กว่าปีมาแล้ว คือ ตั้งแต่นักเศรษฐศาสตร์ชาวเยอรมันชื่อ Max Weber พิมพ์หนังสือเรื่อง The Protestant Ethic and the Spirit of Capitalism เมื่อปี 2447 เมื่อเร็วๆ นี้ก็ยังมีหนังสือพิมพ์ออกมาอีกหลายเล่ม เช่น เรื่อง The Wealth and Poverty of Nations: Why Some Are So Rich And Some So Poor ของ David S. Landes เรื่อง Bowling Alone: The Collapse and Revival of American Community ของ Robert D. Putnam และเรื่อง Active Social Capital: Tracing the Roots of Development and Democracy ของ Anirudh Krishna
งานเขียนเหล่านี้มักถูกอ้างถึงเมื่อมีการถกเถียงกันเรื่อง การพัฒนาประชาธิปไตยในอิรัก ซึ่งเป็นหัวข้อใหญ่ในแวดวงของนักวิพากษ์ในสหรัฐในช่วงนี้ ทั้งที่มีเงินทุนจำนวนมากจากการขายน้ำมัน แต่อิรักพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เศรษฐกิจและสังคมอย่างต่อเนื่องไม่ได้ เพราะไม่มีทุนทางสังคมมากพอ เช่น ชาวอิรักแบ่งพรรคแบ่งพวกกันออกเป็นหลายกลุ่มตามเชื้อชาติบ้าง ตามศาสนาบ้าง และตามเผ่าดั้งเดิมบ้าง ความแตกแยกรุ่นแรงเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตอนนี้สหรัฐพยายามจะสนับสนุนให้อิรักปกครองแบบประชาธิปไตย แต่ทำไม่ได้เพราะชาวอิรักยังแตกแยกกันอย่างรุนแรงถึงขั้นฆ่าแกงกันรายวัน เมื่อสหรัฐยกกองทัพกลับไป อิรักคงกลับไปใช้ระบบเผด็จการเช่นในสมัยซัดดัม ฮุสเซ็นอีกครั้ง
ตัวอย่างของการพัฒนาอย่างล้มลุกคลุกคลานเพราะไม่มีทุนทางสังคมมากพอ ซึ่งกำลังเกิดขึ้นให้เห็นอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ ในปากีสถานและในเคนยา นักการเมืองคนสำคัญของปากีสถานเพิ่งถูกสังหารชีวิตในระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง เขาไม่ใช่คนแรกและคงไม่เป็นคนสุดท้าย
สังคมปากีสถานมีความแตกแยกและความฉ้อฉลสูง ประชาชนในบางส่วนของประทศยังคิดว่า ตนเป็นสมาชิกของเผ่ามากกว่าเป็นชาวปากีสถาน นักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศ ไม่ว่าจะมาจากการปฏิวัติหรือจากการเลือกตั้ง มักมุ่งสร้างความร่ำรวยด้วยความฉ้อฉล ทั้งที่มีความยากจนอย่างแพร่หลาย แต่ปากีสถานต้องการเป็นมหาอำนาจ ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากหมดไปกับการสร้างกองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมทั้งอาวุธนิวเคลียร์ด้วย
ในเคนยา การเลือกตั้งประธานาธิบดีนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งลุกลามมาจากการก่อจลาจล เพราะประชาชนส่วนหนึ่งเชื่อว่าประธานาธิบดีโกงการเลือกตั้ง การประท้วงวิวัฒน์ไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ส่วนหนึ่ง เพราะประชาชนยังคิดว่าตนเป็นสมาชิกของเผ่ามากกว่าเป็นชาวเคนยา
ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันและการกระทบกระทั่งกันในหมู่ชาวเคนยาเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง ยังผลให้ชาวเคนยายากจนติดต่อกันมาเป็นเวลานาน ในช่วงที่ประชากรมีไม่มากนัก เผ่าต่างๆ อยู่ร่วมกันได้เพราะไม่ต้องแย่งชิงทรัพยากรกัน เมื่อประชากรเพิ่มขึ้นและการแย่งชิงกันเข้มข้นขึ้น การแตกแยกกันโดยการใช้เผ่าพันธุ์เป็นข้ออ้างก็เริ่มปรากฏ เรื่องทำนองนี้มิใช่ของใหม่ในแอฟริกา การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาเมื่อไม่นานมานี้ เป็นตัวอย่างที่ถูกอ้างถึงเสมอ เท่าที่ผ่านมา ชนชั้นผู้นำของเคนยาไม่ต่างกับของปากีสถาน นั่นคือ มีความฉ้อฉลสูงมาก
เมื่อเทียบกับประเทศเหล่านั้น เมืองไทยไม่ถึงกับขาดแคลนทุนทางสังคมแบบหนักหนาสาหัสนัก เช่น สังคมไทยไม่เคยแตกแยกกันออกเป็นเผ่าพันธุ์ หรือตามการเลือกนับถือศาสนา แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเมืองไทยจะพัฒนาต่อไปได้อย่างราบรื่นจนประสบความสำเร็จเช่นบางประเทศที่กล่าวถึง
การเลือกตั้งและรัฐบาลที่ผ่านๆ มา เป็นตัวบ่งชี้อย่างดีว่าเพราะอะไรระบอบประชาธิปไตยในเมืองไทย จึงล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลาถึง 75 ปี คนไทยส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจจะศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า การปกครองแบบนี้มีกฎเกณฑ์อย่างไร ส่วนผู้ที่เข้าใจก็มักไม่เคารพกฎเกณฑ์เหล่านั้น การใช้วิชามารและการซื้อเสียงจึงมีอยู่อย่างแพร่หลาย เมื่อได้เป็นรัฐบาล ชนชั้นผู้นำก็ตั้งหน้าตั้งตาหาผลประโยชน์ใส่ตัว ครอบครัวและพวกพ้อง นานๆ จะมีหัวหน้ารัฐบาลที่ไม่ฉ้อฉลสักครั้ง แต่พวกเขาก็อยู่ได้ไม่นาน
ในขณะที่เราต้องการผู้นำ เช่น ลี กวน ยู เรากลับได้ผู้นำจำพวกปลาไหล การสร้างผู้นำให้ได้ในระดับลี กวน ยู ไม่มีสูตรแน่นอน มันเป็นความลี้ลับเช่นเดียวกับการสร้างส่วนประกอบของทุนทางสังคมอื่นๆ สังคมไทยต้องไขความลี้ลับเหล่านี้ให้ได้ มิฉะนั้นเมืองไทยจะไม่มีวันพัฒนาสำเร็จ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *