ความคิดและจิตใจของคนฉลาด

ความคิดและจิตใจของคนฉลาด”
ข้อมูลทางบรรณานุกรม
อุษณีย์ อนุรุทธ์วงศ์ (โพธิสุข). 2545. ความคิดและจิตใจของคนฉลาด.
กรุงเทพฯ: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.

หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือชุด “สร้างเด็กให้เป็นอัจฉริยะ” ซึ่งหนังสือเล่มนี้
จะเป็น 1 ใน 6 ของหนังสือชุดนี้ซึ่งได้แก่ เล่มที่ 1 “สำรวจแววเด็ก”
เล่มที่ 2 “กลยุทธ์สร้างเด็กปัญญาเลิศ” เล่มที่ 3 “ฝึกเด็กให้เป็นนักคิด” เล่มที่ 4
“ความคิด และจิตใจของคนฉลาด” เล่มที่ 5 “EQ ปัญญานำมนุษยชาติ” และเล่มที่ 6
“สมองมหัศจรรย์” สำหรับเล่มอื่นๆ จะได้นำมาเสนอสาระที่น่าสนใจในลำดับต่อ ๆ ไป

สาระสำคัญจากหนังสือโดยสรุป มีดังนี้
ปัญหาหลักในด้านอารมณ์และจิตใจที่พบสำหรับกลุ่มเด็กที่มีความสามารถพิเศษ
1. ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้าง เพราะคนไม่ค่อยเข้าใจความคิดความรู้สึก
2. รู้สึกว่าตนเองต่ำต้อยด้อยค่า ไม่มีคุณค่าในตนเอง (Low self-esteem)
3. รู้สึกว่ามีปัญหาในการปรับตัว มีทักษะทางสังคมต่ำ (Low social skill)
4. มีความเครียดสูง จากสาเหตุต่าง ๆ ทั้งเรื่องความคาดหวังและการที่ตัวเอง
อยู่ในสภาพที่โดนกดดัน
5. กลัวความล้มเหลว ในกรณีที่เด็กถูกคาดหวังจากคนใกล้ชิดมากเกินไป
6. ขาดความมั่นใจในตนเอง ไม่กล้าแสดงออก
7. ขาดสมาธิ เป็นโรคสมาธิบกพร่อง
8. ฝึกทำงานไม่ค่อยเสร็จ มีความคิดดีๆ พูดอะไรเข้าใจรวดเร็ว คิดเก่ง คิดไว
แต่ลงมือทำไม่สำเร็จ

เก่งแต่ไม่ดี ไม่มีประโยชน์
ต้องสอนลูกให้รู้จักต่อสู้ในทางที่ถูก ไม่ใช่ต่อสู้แบบใช้กำลังกาย แต่ต้องสู้
เพื่อเกียรติศักดิ์ศรี เพื่อความถูกต้อง ไม่โอนอ่อนไปตามคนเลว และไม่ปล่อยให้คนเลว
มาควบคุมความรู้สึกว่าได้รับความรักอย่างเต็มที่ในวัยเด็กเป็นหัวใจที่จะทำให้เด็ก
มีความพอใจในตนเองรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า เป็นพื้นฐานของคุณค่าในตนเอง
(self-esteem) เป็นฐานสำคัญสำหรับจริยธรรมและการเรียนรู้

พ่อแม่ควรฝึกลูกในสิ่งต่อไปนี้
1. ฝึกให้มีความเป็นอิสระทางความคิด
2. การให้เด็กประจักษ์และเข้าใจในความสามารถของตนเอง
3. การฝึกให้มีเกีรยติยศแห่งตน มีความซาบซึ้งในความเป็นมนุษย์อย่างมีคุณค่า
4. การฝึกกลยุทธ์ในการแก้ปัญหาชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
5. ฝึกให้มีทักษะพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่น เช่น การติดต่อสื่อสาร
การมีมนุษย์สัมพันธ์
6. การรู้จักและเข้าใจตนเองและผู้อื่น
7. การเคารพตนเองและเคารพผู้อื่น ตลอดจนทักษะในการลดความขัดแย้ง
การกดดันต่าง ๆ

คนที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างไร?
1. เป็นคนทำงานมีเป้าหมาย มีการวางแผนระยะสั้น – ระยะยาว เป็นระบบทุกๆ เรื่อง
ทำงานเป็นระบบ
2. เป็นคนเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อว่าตนเองจะต้องทำงานนั้นให้สำเร็จ
3. เป็นคนทำงานแบบไม่ท้อถอย แม้มีอุปสรรคขัดขวางก็ไม่ยอมให้อุปสรรค
เป็นสิ่งหยุดยั้งความตั้งใจ
4. เป็นคนที่มีความกล้าที่จะตัดสินใจ กล้าเสี่ยงกล้าได้กล้าเสีย ไม่กล้วความล้มเหลว
5. เป็นคนที่มีความคิดในด้านดี ไม่มองอะไรในแง่ลบ คิดแบบเชิงบวกเสมอ
6. เป็นคนที่มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีเกียรติยศแห่งตน มีความพึงพอใจในตนเอง
รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าต่อคนอื่น มีความหมายต่อหน้าที่การงานและสังคม
7. เป็นคนมีวินัยในตนเอง มีระเบียบในการทำงาน ไม่ละทิ้งงาน ทั้งงานส่วนตัว
และงานในหน้าที่
8. เป็นคนที่ต้องทำงานให้ดีกว่าความคาดหมาย มีมาตรฐานความสำเร็จสูง
ต้องเป็นงานที่ทำออกมาดีไม่ใช่ทำเพียงแค่ผ่านๆ
9. เป็นคนมีความเอื้ออาทร เป็นที่ยอมรับของคนอื่น มีมนุษยสัมพันธ์ดี

สัญญาณของการเป็นเด็กเก่ง (Signs of Giftedness)
1. มีความทรงจำเป็นเลิศ
2. มีภาษาที่ลุ่มลึกและอ่านเร็วกว่าวัย
3. มีการใช้เหตุผลทางคณิตศาสตร์เป็นเยี่ยม
4. เก่งเรื่องความคิดรวบยอดต่าง ๆ
5. คิดสลับซับซ้อนได้เป็นอย่างดี
6. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์เป็นเยี่ยม
7. ฟังเหตุผลดี
8. มีการสังเกตดี
9. มีความคิดน่าทึ่ง (เกินวัย)
10. มีความสนใจใฝ่รู้และชอบถามตลอดเวลา
11. มีพละกำลังเหลือเฟือ (ทำให้ผู้ใหญ่เหนื่อย)
12. มีการรับรูที่ดีเยี่ยม (ไม่ใช่พูดอย่างหนึ่งแต่ฟังเป็นอีกอย่างหนึ่ง)
13. มีการหยั่งรู้ที่พิเศษในหลายรูปแบบ
14. มีอารมณ์ขันมากมาย
15. อาจมีความสามารถโดดเด่นในเรื่อง ศิลปะ ดนตรี ภูมิศาสตร์
วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
16. อาจสอบตกเรื่องภาษาที่สองและวิชาที่ต้องการศัยการฟัง การลำดับขั้นตอน
และความจำ

สัญญาณของการเป็นเด็กที่มีปัญหาทางการเรียนรู้ (Signs of Learning Disbilities)
1. มีความจำระยะสั้นที่แย่มาก เช่น จำหมายเลขโทรศัพท์ไม่ได้
2. พูดจาฉลาดรู้เรื่องมากมาย แต่เขียนไม่ค่อยได้
3. มีปัญหาเรื่องการใช้คำต่าง ๆ ที่เหมาะสม
4. ความสามารถทางการคำนวณไม่ดี
5. ปฏิเสธที่จะทำงานที่ต้องเขียน
6. ลายมือแย่
7. มีปัญหาเรื่องการสะกดคำและการผันวรรณยุกต์อย่างมากผิดปกติ
8. มีปัญหากับสิ่งง่าย ๆ หรือสิ่งที่ต้องมีการลำดับเหตุการณ์หรือผลที่ตามมา
9. ไม่มีสมาธิระหว่างเรียน อยู่ไม่นิ่ง
10. ใช้อารมณ์เหนือกว่าเหตุผล
11. มีความจำจากการฟังที่แย่มาก
12. มีทักษะการฟังที่ไม่มี
13. มีปัญหาเรื่องไวยกรณ์ ภาษา หลักภาษา การใช้ภาษา ฯลฯ
14. ไม่สามารถเรียนได้หากไม่สนใจ
15. ถ้าถูกทดสอบที่มีเวลากำหนด จะทำได้ไม่ดี
16. ไม่มีระบบระเบียบอย่างมาก
17. หาทางหลบหลีกอย่างชาญฉลาด เพื่อจะไม่ต้องเผชิญกับจุดที่ตัวเองอ่อนด้อย

“ในครอบครัวควรมีเวลาที่พ่อแม่ลูกทำกิจกรรม “ร่วมกัน” มิใช่อยู่ด้วยกันแบบ
“คนละโลกเดียวกัน” เพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกันให้อบอุ่นและมั่นคง”
—อย่าลืมว่า ถึงแม้ว่าการเป็นพ่อแม่ของลูกที่ฉลาดล้ำจะนำความ “ยุ่งยาก”
และ “เหนื่อยมาก” มาให้สักปานใด แต่ลูกเช่นนี้ เป็นรางวัลวิเศษเกินกว่ารางวัลใด ๆ
ความสำเร็จของลูก จะเป็นเครื่องบอกที่ชัดเจนว่าพ่อแม่ได้พยายามมากขนาดไหน—
* หมายเหตุ ภาพประกอบจาก http://bookstore.manager.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *