ความกดดันและความตึงเครียด

ความกดดันและความตึงเครียด
ในจิตใจของคนเรา เมื่อมีเรื่องใดมากระทบ เราก็จะเริ่มรู้สึกถึง “ ความกดดัน” ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับความไม่สบอารมณ์ จากสิ่งที่มารบกวนจิตใจ รบกวนสติ เกิดความสับสน จิตใจก็ไม่ปกติ ไม่มีสติไตร่ตรอง ไม่มีความสุขุม ทำให้ความคิดหมกมุ่น ความรู้สึกและอารมณ์กระจุกตัวกัน พันกันอย่างยุ่งเหยิง ความคิดก็ยิ่งจับจด วนเวียนกลับไปกลับมาอยู่ตลอดเวลา ยิ่งคิดมากก็ยิ่งจะกลับกลายเป็นสิ่งที่แย่ลง นั่นก็คือ จาก “ ความกดดัน” ขยายวงกว้างขึ้น กว้างขึ้นเรื่อยๆ “ ความตึงเครียด” ก็เกิดขึ้น เมื่อความตึงเครียดไม่ลดลง จะมีผลกระทบต่อจิตใจอย่างมากมาย ซึ่งนักจิตวิทยาตระหนักถึงข้อนี้เป็นอย่างดี เพราะนี่เอง คือ จุดเริ่มต้นของความไม่สมดุลและเป็นปัญหาทางจิต และปัญหาเช่นนี้ เปรียบได้กับ ลูกบอลหิมะ เมื่อกลิ้งลงมาตามไหล่เขา ซึ่งจะค่อยๆสะสมรวมตัวใหญ่ขึ้นๆเรื่อยๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่อย่างไม่คาดฝัน

การจัดการกับจิตใจ

โยคีกล่าวว่า มีอยู่หลายวิธีที่ดึงตัวตนของเราออกจากจิตใจเมื่อเรารู้สึกว่าเรานั้นจะยึดติดมากเกินไป และเพื่อที่จะสร้างความกลมกลืน ความสมดุลให้กับตัวเอง เราจะต้องตั้งใจในการที่จะพัฒนาคุณภาพ ความเป็นตัวตน และธรรมชาติของเราเสียก่อน เริ่มจากการที่เราจะต้องปลดปล่อยความกังวลใจ ทุกสิ่งทุกอย่างออกไป ตามขั้นตอนของการผ่อนคลาย การผ่อนคลาย คือวิธีการที่เราปลดปล่อยสิ่งที่มาขวางกั้นอยู่ในจิตใจของเรา สิ่งที่มารบกวนใจเรา รวมถึงบกวนร่างกายของเราด้วย ปลดปล่อย ออกไปจากความคิดให้หมด หลังจากที่เราสามารถผ่อนคลายร่างกาย จิตใจและอารมณ์ได้แล้ว เราจะฝึกโยคะในขั้นต่อไป ที่ทำให้เกิดพัฒนาการตื่นรู้ ควบคุมสติ ในตัวตนของเรา โดยการที่เราจะตั้งจิตให้ตัวเรานั้น เปรียบเสมือนเป็นพยานของตัวเราเอง ในการที่เราจะติดต่อ หรือปฏิสัมพันธ์กับโลก สังคม ครอบครัว เราจะได้กระทำการต่างๆอย่างมีขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ความทะเยอทะยาน และความคาดหวัง ทุกอย่างเราจะรู้สึกว่า เราคือ พยานของตัวเรา เราจึงต้องชั่งน้ำหนัก ยั้งคิดให้ลึกซึ้งกว่าปกติ ก่อนที่เราจะกระทำการใดๆ การตื่นรู้ มีสตินี้ นำมาซึ่ง ผลลัพธ์จากการใช้โยคะในการดำรงชีวิตประจำวัน

หลังจากนั้น เราจึงค่อยพัฒนาต่อไป ทางด้านความรู้สึกของต่อตัวตนของเราในแง่บวก ต่อมาความรู้สึกในแง่บวกนี้ จะพัฒนาต่อไปได้ด้วยการฝึกฝน การพิจารณาอย่างมีเหตุมีผล การรวบรวมสติ ตั้งมั่น สุขุม รับรู้และพิจารณาความรูสึก ความเป็นตัวตนของตนเอง ซึ่งภาษาเราๆ เรียกว่า “ การทำสมาธิ ” เราจึงจะสามารถที่จะ ทำให้ระบบภายในของเรานั้น เกิดความกลมกลืนเป็นหนึ่งได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *