คณิสสรแนะนำขั้นตอน-วิธีการ นำภูมิปัญญาไทยแปลงเป็นทุน

คณิสสรแนะนำขั้นตอน-วิธีการ นำภูมิปัญญาไทยแปลงเป็นทุน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 4 กุมภาพันธ์ 2548 11:23 น.

ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุนภายใต้โครงการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง และผลงานที่เกิดขึ้นแม้จะไม่หวือหวาเหมือนโครงการอื่นๆ แต่ก็นับได้ว่าประสบความสำเร็จในการทำงานอย่างมาก เพราะสามารถทำให้คนไทยรู้จักทรัพย์สินทางปัญญาดีขึ้น และสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาได้เพิ่มขึ้น

นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดโอกาสให้ “ผู้จัดการรายวัน”ได้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอนและวิธีการนำทรัพย์สินทางปัญญาเข้าร่วมโครงการแปลงเป็นทุน เพื่อให้ผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญาไทยใช้เป็นแนวทางในการเข้าร่วมโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุนของรัฐบาลต่อไป

ทรัพย์สินทางปัญญาจะต้องทำอย่างไรถึงจะแปลงเป็นทุนได้

ในเบื้องต้นต้องเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีเอกสารสิทธิเดิมที่เจ้าของได้รับจากกรมฯ หรือมีหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาแขนงอื่นๆ ซึ่งเดิมมิได้มีการออกหนังสือสำคัญให้ ทั้งนี้ เพื่อให้มีเอกสารแสดงความเป็นเจ้าของสิทธิก่อน

มีทรัพย์สินทางปัญญาอะไรบ้างที่อยู่ภายใต้โครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน

ทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความคุ้มครองและอยู่ภายใต้โครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาให้เป็นทุน ได้แก่ สิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตร เช่น การประดิษฐ์กลไก โครงสร้าง สูตรหรือส่วนผสม และกรรมวิธีการผลิต การออกแบบผลิตภัณฑ์ รูปร่าง สีสัน หรือลวดลายของสินค้า เครื่องหมายการค้า เช่น ตราหรือโลโก้ที่ใช้แสดงว่าสินค้าหรือบริการของตนแตกต่างจากสินค้าของบุคคลอื่น การออกแบบผังภูมิวงจรรวม ได้แก่ แผนผังหรือภาพที่ทำขึ้นเพื่อให้เห็นถึงวิธีการจัดอันเป็นต้นแบบในการสร้างวงจรไฟฟ้า ความลับทางการค้า ได้แก่ สูตรการผลิตสินค้าหรือข้อมูลทางการค้า เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับ ลูกค้าที่เจ้าของความลับได้มีมาตรการในการรักษาความลับอย่างเหมาะสม ลิขสิทธิ์ เช่น สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในงานสร้างสรรค์ทางศิลปะดนตรี ภาพยนตร์งานเขียน และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตลอดจนสิทธิอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานข้างต้น สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เช่น ชื่อที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่ใช้กับสินค้าที่ผลิตในท้องที่ดังกล่าว และมีชื่อเสียงสืบเนื่องจากคุณสมบัติพิเศษของสินค้านั้น ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทย เช่น องค์ความรู้ของชุมชนท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรม พื้นบ้านที่มีอยู่ในประเทศไทย

การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญามีหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง

การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาจะทำโดยพิจารณาจากกระบวนการที่สร้างคุณค่าหรือการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ ในเชิงพาณิชย์ ภายใต้โครงการการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน จึงจะเริ่มจากแผนธุรกิจที่ใช้ทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ ซึ่งจะมีองค์ประกอบของดัชนีตัวชี้วัดมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญา ได้แก่ แผนการผลิต แผนการตลาด การประเมินการณ์ค่าใช้จ่าย รายได้ที่คาดว่าจะได้รับ ระยะเวลาการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ค่าลิขสิทธิ์ ความแปลกใหม่ ความยืดหยุ่นในการใช้งาน ความยืดหยุ่นในการถ่ายโอน และเนื่องจากทรัพย์สินทางปัญญาเป็นสินทรัพย์ที่มีความหลากหลายแง่มุมการใช้ประโยชน์ ดังนั้น การประเมินมูลค่าจึงเป็นการบูรณาการทรัพย์สินทางปัญญาหลายๆ ประเภทเข้าด้วยกันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์มากที่สุด การประเมินมูลค่าทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้โครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน จึงต้องพิจาณาจากคุณค่าของทรัพย์สินทางปัญญาที่ก่อให้เกิดกิจกรรมภายในโครงการที่ยื่นขอกู้เงินเป็นหลัก

วิธีการประเมินจะใช้หลักใดเกณฑ์

วิธีการประเมินจะขึ้นอยู่กับประเภทของกิจกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องมี 3 วิธีหลัก ได้แก่ ประเมินจากมูลค่าตลาดของทรัพย์สินทางปัญญาที่เหมือนกัน ประเมินจากต้นทุนการสร้างทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ หรือประเมินจากรายได้ที่คาดว่าจะได้รับจากทรัพย์สินทางปัญญานั้น โดยมีตัวแปรสำคัญ ได้แก่ ระยะเวลา คุ้มครองหรือระยะเวลาของโครงการ อัตราความเสี่ยงของการลงทุนและค่าเสื่อมค่าของเงินเป็นองค์ประกอบ

สถาบันการเงินที่ร่วมโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญามีสถาบันการเงินใดบ้าง

ตอนนี้มีสถาบันการเงินภาครัฐที่ร่วมโครงการฯ แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (IFCT) และธนาคารออมสิน และในระยะต่อๆ ไป คาดว่าสถาบันการเงินภาคเอกชนต่างๆ จะให้ความสำคัญกันโครงการนี้ และเข้าร่วมโครงการต่อไป

ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุนจะเริ่มต้นและเตรียมการอย่างไร เพื่อเข้าสู่โครงการฯ

ผู้ขอกู้เงิน ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา ต้องมาจดทะเบียนหรือจดแจ้งข้อมูลแล้วแต่กรณี เพื่อขอรับเอกสารสิทธิ์ และผู้ขอกู้เงิน ต้องจัดทำโครงการหรือกิจกรรมที่จะใช้ทรัพย์สินทางปัญญาให้เกิดประโยชน์ทางการเงิน เพื่อเสนอให้กับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการแปลงทรัพย์สินเป็นทุนพิจารณา ทั้งนี้ ผู้ขอกู้จะต้องมีแผนธุรกิจชี้แจงให้สถาบันการเงินทราบ พร้อมเอกสารประกอบการขอกู้เงินที่แสดงให้เห็นว่ามีขีดความสามารถในการชำระเงินคืนได้

เอกสารประกอบการกู้เงินตามโครงการฯ ประกอบด้วยอะไรบ้าง

ผู้ขอกู้จะต้องมี แผนธุรกิจ สำเนาเอกสารสิทธิ์ สำเนาหนังสือรับรองอำนาจกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ สำเนาทะเบียนรายชื่อผู้ถือหุ้น สำเนางบดุล งบกำไรขาดทุน และ Bank Statement ประวัติกิจการและประวัติบุคคลสำคัญในฝ่ายจัดการและโรงงาน สำเนาโฉนดที่ดินที่ตั้งโรงงาน สำเนาใบอนุญาตตั้งโรงงาน แบบแปลนโรงงาน รายละเอียดสิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักรอุปกรณ์ ฯลฯ ทั้งนี้ จะขึ้นอยู่กับสถาบันการเงิน ซึ่งจะเป็นผู้กำหนดรายละเอียดของเอกสารดังกล่าว

ใครเป็นผู้พิจารณายอดเงินกู้และอัตราดอกเบี้ย

สถาบันการเงินที่ร่วมโครงการจะเป็นผู้พิจารณาการอนุมัติสินเชื่อโดยอาศัยเกณฑ์พิจารณา (เบื้องต้น) ดังนี้ ศักยภาพของผู้กู้ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติของผู้กู้เงิน แผนธุรกิจ เอกสารประกอบการขอสินเชื่อตามเกณฑ์ทั่วไปของแต่ละสถาบันการเงิน วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการที่ยื่นขอกู้ ประเภททรัพย์สินที่ยื่นเป็นหลักค้ำประกัน (รวมทั้งทรัพย์สินประเภทอื่นๆ) การประเมินมูลค่าหลักประกัน ในการนี้ สถาบันการเงินไม่ได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำหรือสูงไว้เพราะต้องการให้โครงการ ทุกโครงการมีโอกาสได้รับการพิจารณาอย่างทั่วถึงและสามารถได้รับทุนเพื่อประกอบกิจการอย่างเหมาะสมในส่วนของอัตราดอกเบี้ยและวงเงินเงินกู้จะขึ้นกับราคาประเมินและอัตราความเสี่ยงที่สถาบันการเงินประเมินจากโครงการที่เสนอ

ในขั้นตอนการพิจารณาสินเชื่อ กรมฯ จะเข้ามามีบทบาทอย่างไร

กรมฯ จะเข้ามาตรวจสอบสถานะของทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องในโครงการที่ยื่นขอกู้ และให้คำปรึกษากับสถาบันการเงินในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญานั้นๆ หรืออาจให้คำแนะนำเพิ่มเติม ทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ในโครงการที่ยื่นขอกู้เงิน ทั้งนี้การอนุมัติสินเชื่อจะอยู่ในดุลพินิจของสถาบันการเงินที่ผู้ขอกู้ได้ทำการยื่นเรื่องไว้

ถ้าต้องการทราบรายละเอียดจะติดต่อใครอย่างไร

เจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ได้ที่ สำนักงานการแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นทุน ชั้น 4 กรมทรัพย์สินทางปัญญา 44/100 ถนนนนทบุรี 1 ตำบลบางกระสอ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000 โทรศัพท์ 0-2547-6033 โทรสาร 0-25474709 หรือ www.ipthailand.org

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *