ขยะเมืองญี่ปุ่น 3

ขยะเมืองญี่ปุ่น 3

รถเก็บขยะและพนักงานเก็บขยะ
รถเก็บขยะในพื้นที่แต่ละอำเภอจะมาเก็บตามวันตามเวลา ไม่มีล่าช้า ไม่มีวันหยุดพักผ่อนพักร้อนพักหนาวใดๆ ทั้งสิ้น รถที่เก็บขยะครัวหรือขยะทั่วไป มักเป็นรถบรรทุกขนาดเล็ก (pick up) ปกปิดมิดชิด พนักงานที่นั่งมาข้างคนขับจะสวมถุงมือลงมาหิ้วถุงขยะ (แน่นอนว่าขนาดเดียวกันและผูกมัดรัดถุงเรียบร้อย) โยนขึ้นรถ ปิดท้ายรถ กลับขึ้นไปนั่งข้างคนขับ แล้วก็ออกไปอย่างรวดเร็วเหมือนตอนมา
ไม่มีการห้อยโหน ไม่มีถุงขยะผูกรุงรังหรือเปิดโร่อย่างท้าทาย ให้เป็นที่หวาดเสียวแก่คนที่ขับรถตามหลัง ว่าขยะจะหล่นลงมาบนหน้ารถของตนในนาทีใดนาทีหนึ่ง …เหมือนในบ้านเรา…
ในวันเก็บขยะขวดและกระป๋อง รถจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เพราะขยะประเภทนี้มีปริมาณมากและเก็บเดือนละสองครั้งเท่านั้น ในบางเขตข้าพเจ้าเคยเห็นรถจักรยานบรรทุกขยะกระป๋องเครื่องดื่ม ที่ใส่ถุงตาข่ายขนาดใหญ่ เข้าใจว่าคนขี่จักรยานคงต้องจูงไป (แต่ก็ไม่แน่นัก เพราะคนญี่ปุ่นทั่วไปขี่จักรยานชำนาญมาก)
รถขนขยะชนิดลำลองแบบนี้คงเกิดจากการที่ทางเขตเทศบาลหรืออำเภอ พยายามเก็บขยะในพื้นที่ของตนให้หมดจดเรียบร้อยและตรงตามกำหนดเวลา เข้าได้ถึงทุกพื้นที่ เช่นเดียวกับรถเก็บขยะที่เป็นรถบรรทุกเล็ก ซึ่งเข้าได้ในตรอกซอกซอยทุกแห่ง แม้ว่าคนญี่ปุ่นจะไม่ได้ตั้งถังขยะตามหน้าบ้านแต่ละบ้านก็ตาม
รถขนาดใหญ่หรือรถที่มีเครื่องบดขยะในตัว จะเห็นออกวิ่งปฏิบัติงานอยู่บ้างก็ในเขตกลางเมืองบางแห่งแต่ก็ไม่ได้เห็นบ่อยนัก โดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งรัด จะไม่มีรถขยะประเภทไหนออกมาวิ่งแย่งพื้นผิวจราจรกับรถประเภทอื่นๆ เลย
พนักงานเก็บขยะ ที่นั่งคู่มากับคนขับ จะแต่งตัวทะมัดทะแมงรัดกุม ส่วนมากมีถุงมือซึ่งจะใส่เมื่อเวลาลงมาเก็บถุงขยะโยนขึ้นรถ เก็บเสร็จก็จะถอดถุงมือกลับขึ้นไปนั่งประจำที่ รถก็จะถอยหลังหรือเดินหน้าออกไปปฏิบัติงานในจุดต่อไปอย่างรวดเร็ว กระฉับกระเฉง ไม่มีการอ้อยอิ่งชมนกชมไม้ หรือเลือกสรรขยะว่าถุงไหนจะทิ้งถุงไหนจะวางไว้สำหรับมาเก็บวันหลัง แต่ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะเก็บขยะโยนขึ้นรถโดยไม่ใช้ความสังเกต เพราะถ้ามีการทิ้งขยะผิดประเภท หรือผิดวัน หรือแม้แต่ผิดระเบียบ เช่นไม่ผูกป้ายทิ้งขยะ ที่มีราคาตามชนิดและขนาดของขยะประเภทพิเศษ เขาก็จะไม่เก็บขึ้นรถ (และอาจไปรายงานเจ้าหน้าที่เทศบาลมาดำเนินการต่อ)
รถที่มาเก็บขยะรีไซเคิลประเภทกระดาษ หนังสือ เอกสาร และกล่องหรือลังกระดาษแข็ง เท่าที่เคยเห็นจะเป็นรถบรรทุกแบบเปิด พนักงาน (ข้อลำล่ำสันเพราะขยะกระดาษนั้น หนักกว่าที่คนทั่วไปคิด) จะยกขึ้นรถเป็นมัดๆ หนังสือพิมพ์ที่มีสมาชิกบอกรับนั้น เวลาพนักงานส่งหนังสือพิมพ์มาเก็บเงินรายเดือน มักจะแจกถุงพลาสติกขนาดพอดีที่จะใส่หนังสือพิมพ์ได้ และรับน้ำหนักกระดาษได้
รถเก็บขยะประเภทนี้ก็จะสะอาดและไม่มีเศษกระดาษปลิวเกลื่อนกระจายเมื่อเวลาแล่นไปตามถนน …เหมือนบ้านเรา (อีกแล้ว) และข้าพเจ้าก็ยังไม่เคยเห็นใครในแถวบ้านที่พัก ขายกระดาษไม่ว่าประเภทใด ไม่เคยเห็นรถสามล้อแดงรับซื้อขยะไม่ว่าชนิดไหน โดยเฉพาะลังกระดาษหรือกล่องกระดาษ
ซึ่งตามซุปเปอร์มาร์เก็ตจะวางลัง (ที่เคยใช้บรรจุสินค้า) พับใส่กล่องใหญ่ๆ ไว้ให้ลูกค้าเลือกหยิบเอาไปใช้ได้ตามใจชอบ แถมยังวางแถบกระดาษกาวเอาไว้ให้สำหรับประกอบกลับคืนเป็นลังเรียบร้อย บรรจุของได้เลย ถ้าต้องการ หรือจะหอบหิ้วกลับไปประกอบที่บ้านก็แล้วแต่สะดวก เพียงแต่อย่าเอาม้วนกระดาษกาวของเขากลับไปบ้านด้วยเท่านั้น
แล้วอย่างนี้ รถรับซื้อกระดาษใช้แล้ว จะไปหาขยะมาจากไหน และข้อสำคัญจะเอาไปขายใครได้
ข้าพเจ้าเคยไปยืนคอยรถประจำทาง และเห็นรถมาเก็บขยะในถังบริเวณป้ายรถ ซึ่งไม่มีถุงขยะบรรจุ เพราะเป็นขยะที่คนคอยรถหรือคนที่ผ่านไปมา ทิ้งเอาไว้ พนักงานก็จะยกถังขยะเทใส่ท้ายรถ เก็บขยะที่อาจตกหล่นอยู่ตามพื้น รวมทั้งก้นบุหรี่ เศษกระดาษชิ้นเล็กชิ้นน้อย ใส่รถไปจนหมด แม้จะไม่ถึงขั้นกวาดพื้นให้ (เพราะเป็นหน้าที่ของหน่วยอื่นที่จะมาล้างถนนเป็นครั้งคราว) งานเหล่านี้ทำอย่างแคล่วคล่อง ชำนิชำนาญและรวดเร็ว สรุปลงได้ในคำเดียวว่า “ประสิทธิภาพ”
ขยะพลาสติกหรือขยะภาชนะโฟม ที่ทิ้งในถังหน้าซุปเปอร์มาเก็ต เป็นหน้าที่ของพนักงานในร้านจะต้องมีเวรผลัดกันมาถ่ายขยะออกใส่ถุงตาข่ายใหญ่ แยกชนิด และนำไปกำจัดต่อไป ถังขยะหน้าซุปเปอร์มาร์เก็ตเหล่านี้ จะต้องพร้อมให้คนทิ้งขยะได้เสมอ ไม่ใช่ปล่อยไว้พูนล้น เพราะถือว่าร้านค้าหรือบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ทำให้เกิดขยะแต่ละประเภท จะต้องรับผิดชอบขยะที่มาจากแหล่งผลิตของตน
ฉะนั้น ร้านขายกล้องถ่ายรูปและฟิล์ม ก็จะต้องรับผิดชอบกับแบตเตอรี่หรือชิ้นส่วนของสินค้าที่จำหน่าย บริษัทขายเครื่องไฟฟ้าจะต้องรับหน้าที่เก็บสินค้า (เมื่อวันก่อน) ของตนที่กลายเป็นขยะ (ของวันนี้) ไปแล้ว และป้ายที่คนทิ้งขยะต้องซื้อมาผูกกับขยะบางประเภท ในราคาต่างๆ กันตามชนิดและขนาดของขยะ ก็คือค่าขนขยะที่เทศบาลถือว่าเป็นความรับผิดชอบของผู้ผลิต ไม่ใช่ขยะธรรมดาสามัญที่เกิดจากการดำรงชีวิตประจำวัน
ถ้าไม่อยากจ่ายค่าป้ายผูกขยะก็ต้องแจ้งให้บริษัทผู้ผลิตมารับคืนเอาไป (ถ้าบริษัทยอมรับคืน) และขยะเหล่านี้ โดยเฉพาะพวกเครื่องไฟฟ้าจะต้องเก็บลงกล่องเดิมก่อนที่จะนำไปวางทิ้งหรือส่งคืน รวมทั้งหลอดไฟชนิดต่างๆ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อซื้อของพวกนี้มา จึงโยนกล่องทิ้งไปไม่ได้ง่ายๆ จนกว่าจะแน่ใจว่า ไม่ต้องการกล่องบรรจุเหล่านั้นแน่นอน ไม่ว่าในวันนี้หรือวันหน้า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *