ก้าวเดิน’ART LANDER’ บอกลาแค่งานช่าง ขอนั่งเก้าอี้เสี่ย

ก้าวเดิน“ART LANDER” บอกลาแค่งานช่าง ขอนั่งเก้าอี้เสี่ย

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤษภาคม 2548 15:18 น.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

วิรัช เจริญพานิช

การทำงานที่ผ่านมาวิรัช

เคยเป็นส่วนหนึ่งในทีมงานสร้างโมเดลในสวนสนุกดีสนีย์แลนด์

เปิดใจ “วิรัช เจริญพานิช” อดีตช่างปั้นหล่อไฟเบอร์กลาสฝีมือเยี่ยม ที่เคยเป็นหนึ่งในทีมงานผลิตโมเดลให้กับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ที่ปัจจุบัน ได้ผันตัวเองจากแค่รับจ้างผลิต มาสู่เจ้าของกิจการ ด้วยความหวังจะสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วิรัช เจริญพานิช ผู้ผลิตงานปั้นหล่อไฟเบอร์กลาส ในนาม “ART LANDER” เปิดเผยว่า เดิมเป็นช่างรับจ้างผลิตงานไฟเบอร์ฯ มามากกว่า 10 ปี โดยตระเวนรับจ้างงานทั่วประเทศ เน้นตกแต่งบ้านที่มีสไตล์ อีกทั้ง เคยได้เข้าไปทำงานให้กับบริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ผลิตโมเดลต่างๆ ให้กับสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ทั่วโลก

แต่อย่างไรก็ตาม เขาบอกว่า ที่ผ่านมา การทำงานของเขา จะอยู่บนฐานที่คิดว่า ตัวเองเป็นช่าง สิ่งสำคัญคือฝีมือ ไม่ได้คิดจะนำความรู้การผลิตงานไฟเบอร์ฯ มาต่อยอดเป็นธุรกิจของตัวเอง

“เราไม่เคยคิดว่า งานช่างฝีมือจะไปเมืองนอกได้ ที่แล้วมา ช่างก็จะแค่รับจ้างทำงาน ต่างชาติจะยอมรับในฝีมือของช่างไทย เพราะค่าแรงต่ำ และมีความเป็นช่างสูง รวมทั้งกฎหมายไทยก็เอื้อ จนมาวันหนึ่ง ตอนผมยังเป็นผู้จัดการโรงงานบริษัทฯ ได้เห็นลูกค้ามากขึ้น เมื่อก่อน เป็นช่าง ก็แค่รับคำสั่ง แต่มาเป็นผู้จัดการ ทำให้รู้ความต้องการลูกค้ามากขึ้น ทำให้ได้เรียนรู้พฤติกรรมลูกค้า และชั้นเชิงทางธุรกิจ”

“จนมองว่า โอกาสที่เราจะโตน้อย และคนรุ่นใหม่ก็กำลังขึ้นมา ฝีมือก็ตามขึ้นมา ในวงการช่าง จะมองกันแค่ฝีมือใครเหนือกว่า และละเอียดกว่า แต่ในมุมมองธุรกิจมันไม่ใช่ ผมมองว่า คนทำธุรกิจ เขาหาช่างที่ไหนก็ได้ เราเป็นแค่ตัวเลือกส่วนหนึ่ง รู้สึกเสียเปรียบ กลับมามอง ตัวเองขาดอะไร เราขาดด้านการทำธุรกิจ จึงเริ่มมาศึกษาด้านธุรกิจตั้งแต่พื้นฐาน”

“ต้องยอมรับ ไม่มีพื้นความรู้ธุรกิจเลย ผมเลยไปเรียนอบรมความรู้ของเอสเอ็มอี เมื่อปลายปี 46 เป็นการจุดประกายไฟ จะไม่เป็นแค่ช่างแล้ว แต่จะสร้างบริษัทของตัวเอง เลยลาออกจากงานประจำ มาเริ่มสร้างพื้นฐานทุกอย่าง ทั้งการตลาด จดนิติกรรม การทำบัญชี ภาษี ฯลฯ แม้ฝีมือช่างเราจะไม่ได้พัฒนา แต่มาเพิ่มด้านธุรกิจ ผมเปรียบตัวเองเป็นเหรียญ เมื่อก่อนเราเคยมีด้านหนึ่ง แต่ตอนนี้ เรามีอีกด้าน เราเป็นคนสองด้าน ทั้งมีความเป็นช่าง และรู้ด้านธุรกิจ มองรู้ว่า ลูกค้าคือใคร”

เขา เผยว่า จากการศึกษาทำให้มองออกว่า ธุรกิจที่จะเริ่มต้องอาศัยปัจจัยสองด้าน คือ เงิน และพันธมิตร ในขณะที่การทำตลาด เมื่อก่อน ถ้าเป็นช่าง จะนั่งรอลูกค้า มาหา โดยคิดแต่ว่า ถ้ามีฝีมือดี และชื่อเสียงโด่งดัง ลูกค้าจะเข้ามาเอง แต่กว่าจะถึงวันที่ลูกค้ารู้จัก ต้องมีช่างอีกมากมาย ขึ้นมาเป็นคู่แข่ง เราก็จะเป็นแค่ตัวเลือกหนึ่ง ทำให้เปลี่ยนแนวโดยจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาลูกค้าเอง ในกลุ่มที่คิดว่าเป็นเป้าหมาย 5 กลุ่ม คือ 1. ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้านจัดสรร 2. ธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม สปา อนุสาวรีย์ประจำแหล่งท่องเที่ยว 3. บริษัทออกแบบ ตกแต่งภายใน 4. ประมูลงานราชการ โครงการของรัฐบาล และ 5. เป้าหมายสูงสุดคือ ส่งออก

ทั้งนี้ หลักที่ใช้ในการเข้าพบลูกค้า จะเริ่มจากดูความพร้อมของตัวเองก่อน

“เราต้องรู้ตัวเองว่า รับงานได้แค่ไหน ระยะเวลาเท่าไร ใช้เงินหมุนเวียนเท่าไร ขณะนี้ ผมรับงานได้หลักไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อเดือน นี่คือ สิ่งที่เปลี่ยนไป จากการเรียน ถ้าเป็นอย่างช่างทั่วไป ทำไม่เสร็จ ก็บอกเลื่อนลูกค้า เขามาจ้างครั้งเดียวก็ไป ในที่สุดก็เสียลูกค้า แต่ตอนนี้ ถ้ามีงานมาหลายอย่าง จัดสรรได้ ทำเองไม่ทัน ก็มีพันธมิตร จ่ายงานได้ คุ้มต้นทุนได้”

วิรัช เผยต่อว่า ปัจจุบันเขามีโรงงานขยายย่อยๆ ของตัวเอง ลงทุน ประมาณ 3 แสนบาท มีพนักงานช่างในสังกัดประมาณ 10 กว่าคน และมีหน้าร้านที่ประตูน้ำเซ็นเตอร์ ผลิตงานปั้นหล่อด้วยไฟเบอร์ฯ รายได้หลักแสนต่อเดือน โดยที่แล้วมา ยังรับงานแบบบุคคลธรรมดา แต่กำลังจะเปลี่ยนทำในรูปบริษัท ในชื่อ “ART LANDER” ช่วงกลางปีนี้ โดยจะรับงานตกแต่งด้วยไฟเบอร์ฯ ทำได้ทั้ง แบบตามออเดอร์ลูกค้า กับเป็นงานที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เน้นงานน้ำพุ เพราะมันเกี่ยวโยงด้านฮวงจุ้ย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม

ทั้งนี้ มองตลาดการผลิตของตกแต่งด้วยไฟเบอร์กลาสว่า จะเติบโตสูง เพราะสามารถเข้าไปใช้ทดแทนวัตถุดิบอื่นๆ ได้เหมือนหมด ทั้งไม้ หิน แก้ว ทราย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่พบ คือ พนักงานช่าง เนื่องจากงานลักษณะนี้ มีความเป็นศิลปะสูง การจะไปบังคับช่างให้ทำงานในกรอบเป็นเรื่องยาก ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจ และบริหารให้ได้ทั้ง ลูกค้า และการผลิตของตัวเอง

“ผมเคยเป็นช่างมาก่อน ผมรู้ว่า เขาต้องการอะไร จะไม่ไปกดขี่การทำงาน หรือกดราคา อยากให้ทุกคนพอใจ อยู่ด้วยกันได้ ให้เขามีความสุขที่อยากจะอยู่ด้วยกัน”

วิรัช กล่าวทิ้งท้ายว่า การตัดสินใจ ที่ผันตัวเองจากนายช่าง มาสู่เจ้าของธุรกิจ เพื่อต้องการเติบโตอย่างยั่งยืน เมื่อก่อนเป็นช่าง แม้ว่า ตัวเองจะมีฝีมือ เฉพาะแค่รับจ้าง ก็มีรายได้เพียงพอ เลี้ยงดูตัวเองได้ไม่มีปัญหา แต่จะเป็นการโตคนเดียว แต่ถ้าอยู่ตรงนี้ สามารถพาพนักงานให้โตไปด้วยได้

“ผมมองธุรกิจนี้ว่าไปได้ ไม่เช่นนั้น การเป็นช่างธรรมดา ในที่สุด ก็ต้องจบที่เปิดร้านหรือโรงงานเล็กๆ แต่จะไปรับงานต่างประเทศ หรือขยายงานต่อไป ไม่ได้ ในอนาคต ผมต้องการโต ไม่ใช่จมอยู่กับที่ รับจ้างผลิตไปวันๆ ในที่สุด ก็จะมีคนมาแซงเรา”

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *