ก้าวสู่…ที่ปรึกษามืออาชีพ

ก้าวสู่…ที่ปรึกษามืออาชีพ
Post Today – “ที่ปรึกษา” ในองค์กรธุรกิจ นับเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ผู้ประกอบการหลายรายฝากความหวังเอาไว้ ด้วยเพราะคนที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเป็นเสมือน “คนกลาง” ที่ได้รับการว่าจ้างมา เพื่อช่วยบำบัด และปัดเป่า สารพัดปัญหาให้กับแต่ละองค์กร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ว่า ทำอย่างไรดีให้ทรัพยากรบุคคลทำงานกันอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม หรือแม้แต่เรื่องที่ว่า ถึงเวลาที่จะต้องมีการปรับโครงสร้างองค์กรได้หรือยัง ในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ เหล่านี้เป็นสารพัดปัญหาที่คนยึดอาชีพ “ที่ปรึกษา” ต้องเข้ามาช่วยสะสาง มาดูกันว่าการเป็นที่ปรึกษาอย่างมืออาชีพ เพื่อให้อยู่ในวงการนี้ ต่อไปได้นานๆ นั้น มีแนวทางในการทำงานอย่างไรบ้าง
ช่วยแก้ “โจทย์” ให้ลูกค้า
โอ๋ อภิชัย สมบูรณ์ปกรณ์ ที่ปรึกษาองค์กรเอกชนแห่งหนึ่ง บอกว่า เขาเคยผ่านการเป็นที่ปรึกษาให้หลายองค์กรแล้ว และพบว่า แต่ละองค์กรก็มีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับลูกค้า อย่างแต่ละองค์กรก็มีโจทย์ที่แตกต่างกันออกไป อย่างเดี๋ยวนี้ องค์กรมีการปรับโครงสร้างกันมากขึ้น สภาพแวดล้อมที่องค์กรเผชิญหน้าก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป และที่สำคัญก็คือ บุคลากรในองค์กร ได้มีการปรับเปลี่ยนตามสภาพองค์กรไปด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นโจทย์ ซึ่งที่ปรึกษาองค์กรต้องเผชิญ
“ส่วนใหญ่แล้ว คนที่เป็นที่ปรึกษามักจะเรียนจบมาด้านวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือไม่ก็บัญชี เพราะต้องรู้เรื่องตัวเลขด้วย และที่สำคัญคือ ถ้าเรียนจบปริญญาโทด้าน MBA หรือไม่ก็เรียนหลักสูตรด้านการบริหารจัดการ ควบคู่กันไปก็จะเป็นผลดีต่อวิชาชีพมาก” อภิชัย กล่าว
ต้องการทักษะหลากหลาย
การเป็นที่ปรึกษาต้องมีทักษะหลากหลาย เพราะต้องสามารถให้คำแนะนำอย่างเฉียบคม แก่ผู้ประกอบการที่ว่าจ้างบุคคลกลุ่มนี้มา ยังมีที่ปรึกษาแบบหนึ่งที่เราเรียกว่า ที่ปรึกษาในเชิงลึก (Indepth Consultant) หมายถึง คนที่มีทักษะเฉพาะในด้านใดด้านหนึ่ง รู้ลึกซึ้งในด้านนั้นจริงๆ อีกประเภทหนึ่งคือที่ปรึกษาทั่วๆ ไป (General Consultant) หมายถึง ที่ปรึกษาที่ทำงานร่วมกันเป็นทีมงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นการใช้ทักษะที่หลากหลาย ผนวกกันไป
“ที่ปรึกษาในทุกวันนี้จะสังกัดอยู่ในหน่วยที่เรียกว่า Special Stategic Planning คนที่ต้องการจะเป็นที่ปรึกษา อาจเริ่มต้นจากการเรียนจบด้าน MBA มา จากนั้นก็ลองสมัคร เข้ามาทำงานในบริษัทที่ปรึกษาทางด้านธุรกิจทั่วไปก่อนก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น อย่างคนที่เป็น Industrial Expert Consultant เมื่อเราถามอะไรเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรม เขาจะรู้รอบ ครอบคลุมไปหมดทุกประเด็น ยังมีที่ปรึกษาอีกกลุ่มหนึ่ง ก็จะรู้เรื่องการวิเคราะห์ด้วย อย่างในโครงการหนึ่งๆ ต้องมีที่ปรึกษาหลายประเภท บางคนอาจจะมีความรู้ด้านการวิเคราะห์ อย่างบางคนอาจไม่มีประสบการณ์นั่งอยู่ในบอร์ดของผู้บริหาร แต่เขาก็สามารถให้คำปรึกษาได้ดี เนื่องจากเป็นคนที่มีทักษะ รู้รอบ และร่ำเรียนมาด้านใน บวกกับประสบการณ์หลายๆ ปีที่ผ่านมา ก็จะช่วยได้มาก” ที่ปรึกษาองค์กรเอกชนแห่งหนึ่งกล่าว
ประสบการณ์มากได้เปรียบ
สำหรับบุคคลที่จะก้าวมาเป็นที่ปรึกษาอย่างมืออาชีพ และเป็นคนเก่งของวงการนี้ได้นั้น อาจจะต้องใช้ความพยายามสักนิดหนึ่ง จะยิ่งดีมาก ถ้าสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารในระดับ Top ขององค์กรได้ เพราะสามารถช่วยการันตีความสามารถได้ “ขอแนะนำว่าสำหรับคนที่เรียนจบใหม่ และคุณมีปริญญาโทด้านใดด้านหนึ่ง หรือจบทางด้าน MBA มา อาจไปลองงานด้าน Marketing ดูก่อน หรือถ้าจะให้ดี ก็เข้าไปทำงานในบริษัทที่เป็น Consult Firm จริงๆ เลย หรือการเข้าไปทำงานในบริษัทใหญ่ๆ ในต่างประเทศ ก็จะได้ประสบการณ์มาก เพราะบริษัทพวกนี้ส่วนใหญ่ จะมีรูปแบบการทำงาน ที่เป็นระบบ ทำให้เราได้เกิดการเรียนรู้อย่างจริงจัง ส่วนตัวแล้ว ผมยังอยากทำงาน ตรงนี้ต่อไป อยากทำในระยะยาว บางทีการทำงานเป็นที่ปรึกษาตรงนี้ก็สามารถโยกย้ายไปเป็นที่ปรึกษาในระดับสูงได้เหมือนกัน หน้าที่ของที่ปรึกษา ก็เหมือนกับคนที่คอยให้แนวความคิด ไม่ได้เน้นที่รายละเอียด เน้นที่ตัวของแก่นงานมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น ที่ปรึกษาทางด้านไอที ก็เหมือนมาประชุม แล้วให้แนวคิดว่า ถ้าเจอปัญหาแบบนี้ เราจะแก้ไขได้อย่างไร” อภิชัย กล่าว
แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ
ทางด้าน ออ อดิศัย กุญชร ณ อยุธยา ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง และสำเร็จปริญญาโทด้านรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย Cambridge หลังสำเร็จการศึกษา ก็มาทำงานเป็นที่ปรึกษาของบริษัท เฮย์ กรุ๊ป บริษัทข้ามชาติของอเมริกา มีสาขาอยู่ 88 แห่งทั่วโลก ทำงานเป็นที่ปรึกษามาเป็นเวลา 7 ปีแล้ว เขายอมรับว่าทุกวันนี้ยังสนุกกับงานที่ทำอยู่ เพราะมีอะไรที่น่าท้าทายอยู่เสมอ และงานนี้ค่อนข้างให้ผลตอบแทนเป็นที่น่าพอใจอีกด้วย
“ลักษณะงานของผมคือการเป็นที่ปรึกษาองค์กร เราต้องมีหน้าที่ให้คำปรึกษาองค์กรต่างๆ อย่างแต่ละองค์กรที่เป็นลูกค้า เขาจะมาปรึกษาว่าทำอย่างไรให้องค์กรของเขาเจริญเติบโตยิ่งๆ ขึ้น หรือเราได้รับโจทย์จากองค์กรหนึ่งว่า ทำอย่างไรให้การบริหารงานในองค์กรของเขามีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงประเด็นที่ว่า จะพัฒนาบุคลากรขององค์กรได้อย่างไรบ้าง ทำอย่างไรพนักงานของเขาจึงจะพัฒนางานออกมาได้ดี เป็นที่ถูกใจ เหล่านี้เป็นสิ่งที่คนทำงานที่เป็นที่ปรึกษาต้องเจอ หน้าที่ของเราคือต้องมองหาทางออกให้กับเขา บางบริษัทก็มาปรึกษาว่าทำอย่างไรให้บริษัทของเขากลายเป็นที่รู้จักในตลาดมากยิ่งขึ้น งานที่ปรึกษานับวันยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างบางเรื่องในองค์กร เราต้องไปหาคนกลางจากภายนอกมาทำ มาช่วยแก้ปัญหาให้ ซึ่งคนกลางในที่นี้ก็คือที่ปรึกษานั่นเอง”
ไอเดีย ต้องใช้ได้จริง
เมื่อองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ตกลงว่างจ้าง “ที่ปรึกษา” แล้ว นั่นหมายความว่า ที่ปรึกษาคนนั้นต้องเอาใส่ใจ และทำงานอย่างเต็มที่ “เราต้องไปเจอลูกค้า หน้าที่ของเราคือต้องแก้โจทย์ของลูกค้า หาทางออกให้กับเขาให้ได้ การตอบโจทย์ลูกค้า ต้องให้ดูเข้าที และเหมาะสมกับเขาด้วย เรียกได้ว่าตอบโจทย์ให้ตรงตามมาตรฐานสากล เราต้องทำให้ไอเดียเราชัดเจน เป็นรูปธรรม พูดง่ายๆ ก็คือไอเดีย เป็นคำพูด แต่หน้าที่ของเราคือ ต้องอธิบายออกมาให้เป็นภาพให้ได้
ยกตัวอย่างให้พอเข้าใจง่ายๆ เช่น ไลฟ์สไตล์และการทำงานเขาเป็นแบบนี้ เราเลยแนะนำให้เขาใส่เสื้อแบบนี้ แต่งตัวสไตล์นี้ เพราะมีความเหมาะสมกับเขา และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงอีกด้วย แม้จะมีเสื้อผ้าอินเทรนด์เป็นตัวเลือกก็ตาม แต่เราก็ต้องบอกเขาตรงไปตรงมาว่า บางทีเสื้อผ้าที่อินเทรนด์มากๆ อาจไม่เหมาะสมกับเขาก็ได้ เราต้องมีการปรับแนวทางการแก้ปัญหา ปรับไป ปรับมา จนกว่าจะสามารถนำไปใช้จริงได้ และบริษัทที่เป็นฝ่ายว่าจ้างเรา เกิดการยอมรับในที่สุด ในการเป็นที่ปรึกษา เราต้องมีการประเมินด้วยว่า แนวคิดที่เราแนะนำไปนั้น ผลที่สุดประสบผลสำเร็จหรือเปล่า การประเมินผลในตอนท้ายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” อดิศัย กล่าว
ทำเรื่องยาก ให้เป็นเรื่องง่าย
อย่ามองภาพคนที่เป็นที่ปรึกษาว่า เป็นงานที่ต้องได้แต่งตัวดีๆ นั่งอยู่ในรถคันโก้ ตอนที่ออกไปติดต่องานตามองค์กรต่างๆ นี่เป็นเพียงภาพภายนอกเท่านั้น งานนี้ยังมีอะไรอีกเยอะที่ซ่อนอยู่ เช่น ความยากของการทำอาชีพนี้คือ จะต้องแก้ไขปัญหาของลูกค้าให้ได้ และลูกค้าเกิดความพึงพอใจ อดิศัยเล่าอีกว่า ลูกค้าแต่ละคน มีเป้าหมายของเขาไม่เหมือนกัน เราต้องพยายามตอบโจทย์ให้ได้มากที่สุด ส่วนกรณีที่ว่า ที่ปรึกษาบางคน เมื่อมองจากภายนอก อาจจะยังดูเด็กอยู่และต้องเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารสูงสุดในองค์กรหนึ่ง ที่อายุมากกว่า ลูกค้าอาจจะเริ่มสงสัยว่าเอ๊ะ เราอายุยังน้อย แถมหน้าเด็กด้วย เราจะช่วยบริษัทเขาได้ไหมนะ เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น ต้องสร้างความเชื่อใจกับลูกค้าให้ได้ แสดงความจริงใจ และหวังดีกับเขาจริงๆ ตรงกับคำกล่าวที่ว่า หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ที่อยากจะบอกเพิ่มคือ เรื่องของบุคลิกภาพก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะเป็นงานที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้พบเห็น
รักงานที่ทำ
อดิศัยบอกว่า การรักงานที่ทำ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด “ผมคิดว่าเรียนอะไรก็ไม่สำคัญ ประเด็นหลักอยู่ที่ว่า เราอยากทำงานนี้หรือเปล่า เพราะงานที่ปรึกษาสามารถเรียนรู้กันได้ อย่างบริษัทที่ปรึกษาหลายแห่งก็ยินดี ที่จะรับพนักงานเข้าไป จากนั้นก็ไปฝึกอบรมเอง เรียกได้ว่ามาเรียนรู้ที่บริษัทได้ อย่างในบริษัทผม เรียนจบกันหลากหลายมาก บางคนก็จบวิศวกรรมศาสตร์ บริหารธุรกิจ แพทยศาสตร์ก็ยังมี อย่างในองค์กรตอนนี้ก็มีที่ปรึกษาประมาณ 20 คน แต่ละคนก็จะมีความถนัดที่แตกต่างกันออกไป อย่างตัวผม จะถนัดการให้คำปรึกษาประเด็นเรื่อง HR ด้านการบริหารจัดการต่างๆ ขององค์กร” ขณะที่ อภิชัย บอกว่า ธุรกิจทุกวันนี้เกือบทุกแขนง ได้ว่าจ้างบุคคลในตำแหน่งที่ปรึกษาองค์กรควบคู่ไปด้วย คนที่จะมาทำในสายงานนี้ จะต้องรู้ทุกอย่าง รู้ทุกแขนง ตั้งแต่เรื่องบริหารจัดการ การเงิน ถ้าเรียน MBA มาจะยิ่งง่าย เพราะจะรู้ทุกๆ ด้าน
มีจรรยาบรรณ
เคยเกิดความสงสัยว่า สมมติว่าการที่บริษัทแห่งหนึ่งว่าจ้างที่ปรึกษาเขาไปทำงาน เพื่อเสนอแนวทางในการปรับโครงสร้างองค์กรเสียใหม่นั้น แสดงว่า ที่ปรึกษาคนนั้นก็ต้องรู้ความลับบางส่วนของบริษัทนี้ ทีนี้ถ้าบริษัทคู่แข่งของบริษัทแห่งนั้น กลับว่าจ้างที่ปรึกษาคนเดียวกันล่ะ แบบนี้จะเกิดผลกระทบอะไรหรือเปล่า
“ตอนทำงาน เราจะไม่มีการพูดถึงชื่อลูกค้ารายอื่นให้เขารู้ ถือเป็นจรรยาบรรณอย่างหนึ่ง เราอาจจะพูดยกตัวอย่างว่า บริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อเจอกรณีแบบนี้ เขาก็หาทางออกด้วยวิธีการปรับโครงสร้างภายในองค์กรในลักษณะนี้ เราจะบอกกับลูกค้าว่า ข้อดีของวิธีนี้เป็นอย่างไร จะพูดในเชิงภาพรวมมากกว่า

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *