ก่อผนังอิฐมอญ 2 ชั้น บ้านสวยไร้มุมเสา-กันร้อน-กันเสียงได้ดี

 

ก่อผนังอิฐมอญ 2 ชั้น บ้านสวยไร้มุมเสา-กันร้อน-กันเสียงได้ดี

 

“คอนกรีตมวลเบา” หรือ อิฐมวลเบา วัสดุก่อสร้างที่กำลังได้รับความนิยมโดยเฉพาะในโครงการบ้านจัดสรร  ด้วยคุณสมบัติที่ประหยัดพลังงานสามารถกันความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา ก่อสร้างได้เร็ว ทำให้โครงการจัดสรรส่วนหนึ่งเริ่มหันมานิยมใช้อิฐมวลเบาก่อสร้างบ้านให้กับลูกค้า ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้อิฐมวลเบาขาดตลาดไปในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง

เมื่อมีความต้องการสูง แต่สินค้าขาดตลาด ทำให้อิฐมวลเบาราคาแพงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการบ้านจัดสรรที่กำลังก่อสร้าง โดยเฉพาะรายเล็ก รายกลาง ที่ไม่มีกำลังพอในการต่อรองกับผู้ผลิต หรือไม่สามารถสั่ง สต๊อกสินค้าจำนวนมากล่วงหน้าเป็นปีๆ เหมือนกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้บางโครงการประสบปัญหาไม่สามารถหาวัสดุก่อสร้าง (อิฐมวลเบา) ตามสเป็กที่กำหนดไว้

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เคยใช้ “อิฐมวลเบา” ก่อสร้างบ้านให้กับลูกค้า จึงต้องหาวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นมาทดแทน แต่ได้บ้านที่มีคุณภาพไม่แตกต่างจากการใช้อิฐมวลเบา วิธีและวัสดุที่ผู้ประกอบการนำมาทดแทนอิฐมวลเบา คือ การใช้อิฐมอญก่อผนังเป็น 2 ชั้น มีช่องว่างตรงกลาง (ปกติจะก่อผนังเพียงชั้นเดียว) ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติกันความร้อน กันเสียงได้ดี โดยผนังด้านนอกจะเป็นส่วนที่รับแสงแดดโดยตรง ช่องว่างตรงกลาจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนและเก็บเสียงได้ไม่แตกต่างจากการใช้อิฐมวลเบา

นอกจากนี้การก่อผนัง 2 ชั้น ส่วนใหญ่ช่างจะก่อเต็มหน้าเสา เมื่อฉาบปูนจะไม่เห็นมุมเสาซึ่งกลายเป็นส่วนเดียวกับผนังบ้าน ทำให้ห้องต่างๆ ภายในบ้านดูเรียบร้อยสวยงาม ง่ายต่อการตกแต่ง หรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และที่สำคัญอิฐมอญสามารถหาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าอิฐมวลเบา

จากคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ทำให้บริษัทจัดสรรหลายรายหันมาใช้วิธีก่อผนัง 2 ชั้น ถึงแม้ต้นทุนจะเพิ่มอีกเท่าตัวเมื่อเทียบกับการก่อเพียงชั้นเดียว แต่เมื่อเทียบกับการใช้อิฐมวลเบาที่มีราคาแพง ต้นทุนไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

นอกจากนี้ยังมีวิธีการก่อสร้างบ้านด้วย อิฐมอญ หรืออิฐบล็อค ที่ทำให้บ้านสามารถหยัดพลังงานหรือกันความร้อนได้ไม่แพ้อิฐมวลเบา เช่น ก่อด้วยอิฐสองชั้นใส่โฟมตรงกลางช่องว่างช่วยกันความร้อนและกันเสียงได้ดี แต่วิธีการก่อสร้างเหล่านี้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลาในการก่อสร้างนานต้นทุนอาจจะบานปลายได้ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในการสร้างบ้านในโครงการจัดสรร ที่ต้องควบคุมต้นทุนการก่อสร้างไม่ให้บานปลาย และมีกำหนดเวลาที่จะต้องส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า

เทียบคุณสมบัติ-ราคา-คุณภาพบ้าน

ใช้อิฐมอญก่อ 2 ชั้น-อิฐมวลเบา Q-CON

 

คุณภาพบ้านจะดีหรือไม่ดี สามารถประหยัดพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับวิธีการก่อสร้าง ความชำนาญงานของช่าง เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติ คุณภาพของบ้าน ที่สร้างด้วยอิฐมวลเบา และอิฐมอญก่อ 2 ชั้น (มีช่องว่างตรงกลาง) แยกเป็นประเด็นได้ดังนี้ (ดูตารางประกอบ)

คุณสมบัติทางกายภาพ อิฐมวลเบา หนา 10 เซนติเมตร เมื่อรวมน้ำหนักวัสดุรวมปูนฉาบจะหนัก 120 กิโลกรัม ในขณะที่อิฐมอญก่อ 2 ชั้น (เว้นช่องว่างตรงกลาง) จะหนัก 180 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักของการก่ออิฐมอญจะมากกว่าทำให้ต้องเตรียมโครงสร้างเผื่อกันรับน้ำหนักในส่วนนี้ด้วย ทำให้ต้นทุนโครงสร้างเพิ่มขึ้น

การกันความร้อน   หากเป็นกรณีปกติ “อิฐมวลเบา”จะมีค่าการนำความร้อนที่ต่ำกว่าอิฐมอญประมาณ 8-11 เท่า แต่การก่อผนังภายนอกอิฐจะต้องมีความหนา 10 เซนติเมตร และผนังภายในหนา 7 เซนติเมตร ขึ้นไป จึงจะสามารถกันความร้อนได้ดี แต่ในกรณีใช้อิฐมอญก่อ 2 ชั้น ตัวช่องว่างตรงกลาง จะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี และอิฐแถวด้านในไม่สัมผัสความร้อนโดยตรง จึงทำให้คุณสมบัติตรงนี้ของอิฐมอญจะมีความสามารถในการกันความร้อนได้ดีกว่า แต่การเว้นช่องว่างไม่ควรต่ำกว่า 5 เซนติเมตร

การกันเสียง ปกติอิฐมวลเบาจะกันเสียงได้ดีกว่าอิฐมอญประมาณ 20% แต่ในกรณีใช้อิฐมอญก่อ 2 ชั้น ช่องว่างตรงกลางจะทำหน้าเป็นฉนวนกันเสียงได้ดีกว่าเกือบ 2 เท่า แต่อิฐมวลเบาจะลดการสะท้อนของเสียงได้ดีกว่า

 

การกันไฟ  อิฐมอญก่อ 2 ชั้นมีฉนวนตรงกลาง (ช่องว่างตรงกลาง) จะกันไฟได้ดีกว่าอิฐมวลเบาเล็กน้อย

 

ความแข็งแรง การใช้งานทั่วไปไม่ต่างกัน แต่ผนังอิฐมอญจะเหมาะสำหรับการใช้วัสดุกรุผนังที่มีน้ำหนักมาก เช่น หินแกรนิต หรือหินอ่อน

การก่อสร้าง ความเรียบร้อยของการก่ออิฐมอญจะขึ้นอยู่กับฝีมือในการก่อให้ได้แนวดิ่งของช่างก่อ หากก่อไม่ได้แนวดิ่งและการฉาบความหนาของปูนไม่สม่ำเสมอ อาจจะทำให้ปูนฉาบเกิดการแตกร้าวได้ ใช้เวลาก่อนานกว่าเนื่องจากมีขนาดเล็ก รวมถึงขั้นตอนการเตรียมและจัดเก็บวัสดุซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญเสียวัสดุจากการก่อสร้างไปมากพอสมควร ในขณะที่อิฐมวลเบาการสูญเสียวัสดุจะน้อยกว่า เพราะขั้นตอนการทำงานง่ายกว่า และวัสดุมีขนาดใหญ่แต่ละก้อนได้มาตรฐานเดียวกัน มีน้ำหนักเบาทำให้ก่อสร้างได้รวดเร็วและเรียบร้อยกว่า

ราคาวัสดุและค่าแรง เมื่อเทียบราคาวัสดุบวกค่าแรงต่อตารางเมตร อิฐมวลเบาหนา 10 เซนติเมตร ราคาเฉลี่ยประมาณ 360-400 บาท/ตารางเมตร ส่วนอิฐมอญก่อ 2 ชั้น (เว้นช่องว่างตรงกลาง) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 400-420 บาท/ตารางเมตร 

นอกจากนี้การก่ออิฐมอญ 2 ชั้น หากก่อกินพื้นที่ด้านในมาก จะทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านลดลง แต่ปกติโดยทั่วไปช่างจะก่อเต็มหน้าเสา

เปรียบเทียบลักษณะคุณสมบัติอิฐมอญกับคอนกรีตมวลเบา Q-CON

ข้อเปรียบเทียบคุณสมบัติวัสดุ 

อิฐมอญ

คอนกรีตมวลเบา  Q-CON
ราคา
โครงสร้างบล็อค ตัน  กลวง 
ก่อผนังเป็นผนังรับแรง ไม่ได้  ได้ 
การดูดซึมน้ำ สูง  ปานกลาง 
ความหนาของปูนก่อระหว่างก้อน 1.5 เซนติเมตร  2.3 มิลลิเมตร 
ความหนาของปูนที่ฉาบ 20-25 มิลลิเมตร  10 มิลลิเมตร 
น้ำหนักวัสดุ (กก./ตร.ม.) 130  45 
น้ำหนักผนังรวมฉาบปูน 2 ด้าน  (กก./ตร.ม.)      180  90 
จำนวนใช้งานต่อ 1 ตร.ม. (ก้อน/ตร.ม.) 130 – 145  8.33 
ค่ากำลังอัด ( Compressive Strength ) (กก./ตร.ซม.) 15 – 40  30 – 80 
ค่าการนำความร้อน ( Thermal Conductivity ) ( วัตต์/ม.เคลวิน ) 1.15  0.13 
ค่าการถ่ายเทความร้อนรวม OTTV  ( วัตต์/ตร.ม. ) 58 – 70  32 – 42
อัตราการกันเสียง ( STC Rating ) ( เดซิเบล ) 38  43 
อัตราการทนไฟ ( Fire Rating ) (ความหนา  10 เซนติเมตร)  2  4 
ความเร็วในการก่อ  ( ตร.ม./วัน ) 6-12  15-25 
เปอร์เซ็นต์สูญเสีย / แตกร้าว 10 – 30 %  0 – 3 % 
การติดตั้งวงกบประตู-หน้าต่าง หล่อเสาเอ็นทับหลัง 

และต้องมีค้ำยัน 

ไม่ต้องเททับหลัง 

และไม่ต้องมีค้ำยัน 

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะใช้วัสดุคอนกรีตมวลเบา หรือ อิฐมอญ จะมีข้อดีและข้อด้อย และต้นทุนที่แตกต่างกันไป เช่น ก่อผนังด้วยอิฐมวลเบาทั้งหมดราคาค่าก่อก่อสร้างจะมีตัวเลขสูงขึ้นกว่าการก่อด้วยอิฐมอญชั้นเดียว แต่เมื่อนำอิฐมอญมาก่อผนัง 2 ชั้นราคาค่าก่อก่อสร้างกลับสูงกว่า เราจะเห็นบางโครงการจะใช้ทั้งคอนกรีตมวลเบา และอิฐมอญ สร้างบ้านหลังเดียว โดยส่วนผนังภายนอกที่ได้รับแสงแดดโดยตรง จะก่อด้วยอิฐมวลเบาหรือก่ออิฐมอญ 2 ชั้น ส่วนผนังภายในอาจจะก่อด้วยอิฐมอญชั้นเดียว หรืออิฐมวลเบาที่ความหนาน้อยกว่า

……………………………………………………………………………………………………………….

ที่มา : นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์ 

ก่อผนังอิฐมอญ 2 ชั้น บ้านสวยไร้มุมเสากันร้อนกันเสียงได้ดี

 

คอนกรีตมวลเบาหรือ อิฐมวลเบา วัสดุก่อสร้างที่กำลังได้รับความนิยมโดยเฉพาะในโครงการบ้านจัดสรร  ด้วยคุณสมบัติที่ประหยัดพลังงานสามารถกันความร้อนได้ดี มีน้ำหนักเบา ก่อสร้างได้เร็ว ทำให้โครงการจัดสรรส่วนหนึ่งเริ่มหันมานิยมใช้อิฐมวลเบาก่อสร้างบ้านให้กับลูกค้า ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้อิฐมวลเบาขาดตลาดไปในช่วงที่ตลาดมีความต้องการสูง

 

เมื่อมีความต้องการสูง แต่สินค้าขาดตลาด ทำให้อิฐมวลเบาราคาแพงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้ประกอบการบ้านจัดสรรที่กำลังก่อสร้าง โดยเฉพาะรายเล็ก รายกลาง ที่ไม่มีกำลังพอในการต่อรองกับผู้ผลิต หรือไม่สามารถสั่ง สต๊อกสินค้าจำนวนมากล่วงหน้าเป็นปีๆ เหมือนกับผู้ประกอบการรายใหญ่ ทำให้บางโครงการประสบปัญหาไม่สามารถหาวัสดุก่อสร้าง (อิฐมวลเบา) ตามสเป็กที่กำหนดไว้

 

ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เคยใช้ อิฐมวลเบาก่อสร้างบ้านให้กับลูกค้า จึงต้องหาวัสดุก่อสร้างประเภทอื่นมาทดแทน แต่ได้บ้านที่มีคุณภาพไม่แตกต่างจากการใช้อิฐมวลเบา วิธีและวัสดุที่ผู้ประกอบการนำมาทดแทนอิฐมวลเบา คือ การใช้อิฐมอญก่อผนังเป็น 2 ชั้น มีช่องว่างตรงกลาง (ปกติจะก่อผนังเพียงชั้นเดียว) ซึ่งทำให้มีคุณสมบัติกันความร้อน กันเสียงได้ดี โดยผนังด้านนอกจะเป็นส่วนที่รับแสงแดดโดยตรง ช่องว่างตรงกลาจะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนและเก็บเสียงได้ไม่แตกต่างจากการใช้อิฐมวลเบา

 

นอกจากนี้การก่อผนัง 2 ชั้น ส่วนใหญ่ช่างจะก่อเต็มหน้าเสา เมื่อฉาบปูนจะไม่เห็นมุมเสาซึ่งกลายเป็นส่วนเดียวกับผนังบ้าน ทำให้ห้องต่างๆ ภายในบ้านดูเรียบร้อยสวยงาม ง่ายต่อการตกแต่ง หรือจัดวางเฟอร์นิเจอร์ และที่สำคัญอิฐมอญสามารถหาได้ง่ายและมีราคาถูกกว่าอิฐมวลเบา

 

จากคุณสมบัติดังกล่าวข้างต้น ทำให้บริษัทจัดสรรหลายรายหันมาใช้วิธีก่อผนัง 2 ชั้น ถึงแม้ต้นทุนจะเพิ่มอีกเท่าตัวเมื่อเทียบกับการก่อเพียงชั้นเดียว แต่เมื่อเทียบกับการใช้อิฐมวลเบาที่มีราคาแพง ต้นทุนไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

 

นอกจากนี้ยังมีวิธีการก่อสร้างบ้านด้วย อิฐมอญ หรืออิฐบล็อค ที่ทำให้บ้านสามารถหยัดพลังงานหรือกันความร้อนได้ไม่แพ้อิฐมวลเบา เช่น ก่อด้วยอิฐสองชั้นใส่โฟมตรงกลางช่องว่างช่วยกันความร้อนและกันเสียงได้ดี แต่วิธีการก่อสร้างเหล่านี้มีขั้นตอนที่ยุ่งยากและใช้เวลาในการก่อสร้างนานต้นทุนอาจจะบานปลายได้ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมในการสร้างบ้านในโครงการจัดสรร ที่ต้องควบคุมต้นทุนการก่อสร้างไม่ให้บานปลาย และมีกำหนดเวลาที่จะต้องส่งมอบบ้านให้กับลูกค้า

                 

เทียบคุณสมบัติราคาคุณภาพบ้าน

ใช้อิฐมอญก่อ 2 ชั้นอิฐมวลเบา Q-CON

 

คุณภาพบ้านจะดีหรือไม่ดี สามารถประหยัดพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับวิธีการก่อสร้าง ความชำนาญงานของช่าง เมื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติ คุณภาพของบ้าน ที่สร้างด้วยอิฐมวลเบา และอิฐมอญก่อ 2 ชั้น (มีช่องว่างตรงกลาง) แยกเป็นประเด็นได้ดังนี้ (ดูตารางประกอบ)

 

คุณสมบัติทางกายภาพ อิฐมวลเบา หนา 10 เซนติเมตร เมื่อรวมน้ำหนักวัสดุรวมปูนฉาบจะหนัก 120 กิโลกรัม ในขณะที่อิฐมอญก่อ 2 ชั้น (เว้นช่องว่างตรงกลาง) จะหนัก 180 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักของการก่ออิฐมอญจะมากกว่าทำให้ต้องเตรียมโครงสร้างเผื่อกันรับน้ำหนักในส่วนนี้ด้วย ทำให้ต้นทุนโครงสร้างเพิ่มขึ้น

 

การกันความร้อน   หากเป็นกรณีปกติ อิฐมวลเบาจะมีค่าการนำความร้อนที่ต่ำกว่าอิฐมอญประมาณ 8-11 เท่า แต่การก่อผนังภายนอกอิฐจะต้องมีความหนา 10 เซนติเมตร และผนังภายในหนา 7 เซนติเมตร ขึ้นไป จึงจะสามารถกันความร้อนได้ดี แต่ในกรณีใช้อิฐมอญก่อ 2 ชั้น ตัวช่องว่างตรงกลาง จะทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนที่ดี และอิฐแถวด้านในไม่สัมผัสความร้อนโดยตรง จึงทำให้คุณสมบัติตรงนี้ของอิฐมอญจะมีความสามารถในการกันความร้อนได้ดีกว่า แต่การเว้นช่องว่างไม่ควรต่ำกว่า 5 เซนติเมตร

 

การกันเสียง ปกติอิฐมวลเบาจะกันเสียงได้ดีกว่าอิฐมอญประมาณ 20% แต่ในกรณีใช้อิฐมอญก่อ 2 ชั้น ช่องว่างตรงกลางจะทำหน้าเป็นฉนวนกันเสียงได้ดีกว่าเกือบ 2 เท่า แต่อิฐมวลเบาจะลดการสะท้อนของเสียงได้ดีกว่า

 

การกันไฟ  อิฐมอญก่อ 2 ชั้นมีฉนวนตรงกลาง (ช่องว่างตรงกลาง) จะกันไฟได้ดีกว่าอิฐมวลเบาเล็กน้อย

 

ความแข็งแรง การใช้งานทั่วไปไม่ต่างกัน แต่ผนังอิฐมอญจะเหมาะสำหรับการใช้วัสดุกรุผนังที่มีน้ำหนักมาก เช่น หินแกรนิต หรือหินอ่อน

 

การก่อสร้าง ความเรียบร้อยของการก่ออิฐมอญจะขึ้นอยู่กับฝีมือในการก่อให้ได้แนวดิ่งของช่างก่อ หากก่อไม่ได้แนวดิ่งและการฉาบความหนาของปูนไม่สม่ำเสมอ อาจจะทำให้ปูนฉาบเกิดการแตกร้าวได้ ใช้เวลาก่อนานกว่าเนื่องจากมีขนาดเล็ก รวมถึงขั้นตอนการเตรียมและจัดเก็บวัสดุซึ่งเป็นสาเหตุของการสูญเสียวัสดุจากการก่อสร้างไปมากพอสมควร ในขณะที่อิฐมวลเบาการสูญเสียวัสดุจะน้อยกว่า เพราะขั้นตอนการทำงานง่ายกว่า และวัสดุมีขนาดใหญ่แต่ละก้อนได้มาตรฐานเดียวกัน มีน้ำหนักเบาทำให้ก่อสร้างได้รวดเร็วและเรียบร้อยกว่า

 

ราคาวัสดุและค่าแรง เมื่อเทียบราคาวัสดุบวกค่าแรงต่อตารางเมตร อิฐมวลเบาหนา 10 เซนติเมตร ราคาเฉลี่ยประมาณ 360-400 บาท/ตารางเมตร ส่วนอิฐมอญก่อ 2 ชั้น (เว้นช่องว่างตรงกลาง) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 400-420 บาท/ตารางเมตร 

 

นอกจากนี้การก่ออิฐมอญ 2 ชั้น หากก่อกินพื้นที่ด้านในมาก จะทำให้พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านลดลง แต่ปกติโดยทั่วไปช่างจะก่อเต็มหน้าเสา

 

เปรียบเทียบลักษณะคุณสมบัติอิฐมอญกับคอนกรีตมวลเบา Q-CON

ข้อเปรียบเทียบคุณสมบัติวัสดุ

อิฐมอญ

คอนกรีตมวลเบา  Q-CON

ราคา

โครงสร้างบล็อค

ตัน

กลวง

ก่อผนังเป็นผนังรับแรง

ไม่ได้

ได้

การดูดซึมน้ำ

สูง

ปานกลาง

ความหนาของปูนก่อระหว่างก้อน

1.5 เซนติเมตร

2.3 มิลลิเมตร

ความหนาของปูนที่ฉาบ

20-25 มิลลิเมตร

10 มิลลิเมตร

น้ำหนักวัสดุ (กก./ตร.ม.)

130

45

น้ำหนักผนังรวมฉาบปูน 2 ด้าน  (กก./ตร.ม.)     

180

90

จำนวนใช้งานต่อ 1 ตร.ม. (ก้อน/ตร.ม.)

130 – 145

8.33

ค่ากำลังอัด ( Compressive Strength ) (กก./ตร.ซม.)

15 – 40

30 – 80

ค่าการนำความร้อน ( Thermal Conductivity ) ( วัตต์/ม.เคลวิน )

1.15

0.13

ค่าการถ่ายเทความร้อนรวม OTTV  ( วัตต์/ตร.ม. )

58 – 70

32 – 42

อัตราการกันเสียง ( STC Rating ) ( เดซิเบล )

38

43

อัตราการทนไฟ ( Fire Rating ) (ความหนา  10 เซนติเมตร)

 2

4

ความเร็วในการก่อ  ( ตร.ม./วัน )

6-12

15-25

เปอร์เซ็นต์สูญเสีย / แตกร้าว

10 – 30 %

0 – 3 %

การติดตั้งวงกบประตู-หน้าต่าง

หล่อเสาเอ็นทับหลัง

และต้องมีค้ำยัน

ไม่ต้องเททับหลัง

และไม่ต้องมีค้ำยัน

 

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะใช้วัสดุคอนกรีตมวลเบา หรือ อิฐมอญ จะมีข้อดีและข้อด้อย และต้นทุนที่แตกต่างกันไป เช่น ก่อผนังด้วยอิฐมวลเบาทั้งหมดราคาค่าก่อก่อสร้างจะมีตัวเลขสูงขึ้นกว่าการก่อด้วยอิฐมอญชั้นเดียว แต่เมื่อนำอิฐมอญมาก่อผนัง 2 ชั้นราคาค่าก่อก่อสร้างกลับสูงกว่า เราจะเห็นบางโครงการจะใช้ทั้งคอนกรีตมวลเบา และอิฐมอญ สร้างบ้านหลังเดียว โดยส่วนผนังภายนอกที่ได้รับแสงแดดโดยตรง จะก่อด้วยอิฐมวลเบาหรือก่ออิฐมอญ 2 ชั้น ส่วนผนังภายในอาจจะก่อด้วยอิฐมอญชั้นเดียว หรืออิฐมวลเบาที่ความหนาน้อยกว่า

……………………………………………………………………………………………………………….

ที่มา : นิตยสารโฮมบายเออร์ไกด์

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *