การ์เด้น ออฟ เดอะ ก๊อดส์

การ์เด้น ออฟ เดอะ ก๊อดส์

Garden Of The Gods ตั้งอยู่ใน Colorado and Manitou Springs ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นชื่อที่ได้จากผู้ค้นพบ เนื่องจากสถานที่นี้มองดูเหมือนเป็นสถานที่พระเจ้าหลายองค์ สามารถสร้างขึ้นมาได้ สถานที่นี้เป็นที่อยู่อาศัยของชาวอินเดียนแดงในอมริกาใต้ และรอบ ๆ บริเวณนี้เต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาพันธุ์นับร้อย

ประวัติ
นักธรณีวิทยาอ้างว่าเรื่องราวของ Garden of the Gods เริ่มที่ประมาณ 300 ล้านปีที่ผ่านมา เมื่อตะกอนจากแม่น้ำ Ancestral ถูกนำพาไปทางตะวันออก และกระจายออกไปสู่การพัดพาของดินทรายจำนวนมาก ตะกอนนี้ถูกเป็นสีแดงโดยธาตุเหล็ก และปกคลุมด้วยน้ำตื้นไกลทะเล ใน 60 ล้านปี ต่อมาเมื่อภูเขาหินรุ่นใหม่เริ่มดันสูงขึ้นตะกอนเริ่มตกตะกอนหินตามแนวพื้นราบ ถูกยกและเอียงสู่ท้องฟ้า แรงลมและฝนเป็นผลให้แบ่งเป็นชั้น ๆ เป็นทางออกไปชั้นที่อ่อนนุ่มกว่าจนกลายเป็นปฎิมากรรม หินหลายแบบที่เห็นอยู่ทุกวันนี้
สองประตูหิน(Gateway Rocks) จากทางเข้าแบบธรรมชาติสู่ Garden of the Gods หินทั้งสองสูงหลายร้อยฟุตเหนือพื้นหุบเขาถูกแต่งด้วยลายสีแดงของหินทราย ส่วนของ Lyons Formation นั้นเกิดจากการกระจายของทะเลทรายสมัยโบราณ สีเหล่านี้ทำให้ดูเป็นสีแดงลึก โดยทันทีหลังจากผ่านพายุฝน ท่ามกลางแสงของดวงอาทิตย์ที่สาดส่องทำให้มองดูเป็นสีที่อ่อนละมุนและ งดงามอย่างมาก

โขนหินลักษณะคล้ายอูฐนั่งจูบกัน(The Kissing Camels) ที่ยอดของประตูหิน ด้านเหนือ (North Gateway Rock)

โขนหินลักษณะคล้ายอูฐนั่งจูบกัน(The Kissing Camels) ที่ยอดของประตูหิน ด้านเหนือ (North Gateway Rock) ท่าแสดงความรักของอูฐนี้มักจะกล่าวกันว่าเป็นจูบที่ยาวนานที่สุดที่มีการบันทึก ไว้ไม่มีใครมาทำลายได้ ที่จริงแล้ว พันธะหินนี้ได้ถูกเล่าเป็นตำนานอูฐจูบกันต่อกันมา ถูกเผยแพรเป็นครั้งแรกโดย Laura Mecum ในปี 1926 Laura อ้างถึงตำนานว่าเธอแปลงจากภาษา hieroglyphics ที่พบในถ้ำที่ซ่อนอยู่ในหิน เนื้อความสำคัญของเรื่องเกียวกับสองคู่รัก หนุ่มสาวชื่ออัลฟา(Alpha) และ โอเมก้า(Omega) ซึ่งแต่ละคนอยู่คนละเผ่าที่ ทำสงครามกันวันหนึ่งทั้งคู่ถูกจับกุมโดยทหารฝ่ายอื่น พวกเขาถูกนำตัวไปที่ยอดประตูหินทางตอนเหนือ สถานที่นี้เป็นสถานที่พวกเขาถูก จับแยกเผาคนละกองเพลิงจนตาย ตามที่เล่าต่อกันมาว่า ในตอนเช้าเมื่อพระอาทิตย์ส่องแสงไปยังควันหน้าผาที่เป็นเถ้าถ่านสีดำ ปรากฎเห็นเป็นรูปอูฐสองตัวคุกเข่าทีรริมฝีปากประกบทับกัน เป็นจูบแห่งความรักที่ไม่มีวันสลาย
แฝดสยาม (The Siamese Twins) หินรูปคู่นี้ที่เป็นที่รู้จักกันดีตามชื่อที่ต่าง กันสองชื่อขึ้นอยู่กับจุดมองทิวทัศน์ เมื่อมองจากด้านตะวันออกจะเรียก แฝดสยาม ( Siamese Twins) เมื่อมอง ทิวทัศน์จากทางใต้หินสองก้อนจะเรียงเป็นแถวเดียวกัน และรวมกับหินที่ใกล้กันกลายเป็น Punch(ตัวตลกของหุ่นกระบอกฝรั่งเล่นคู่ กับผู้หญิงชื่อ Judy) กับ Judy หลุมที่ตรงกลาง ของรูปหินมองดูเป้นช่องที่งดงามหลายปีมาต่อจุดนี้กลายเป็นจุดที่ชื่นชอบสำหรับนักถ่ายภาพสมัครเล่นทั้งหลาย
หินสมดุล (Balanced Rock) มักจะถูกเรียกว่าสิ่งมหัศจรรย์ลำดับที่แปดของโลก ไม่แน่อาจจะเป็นเพราะภาพถ่ายหินนี้ยังคงเป็นภาพถ่ายที่มีชื่อเสียงภาพหนึ่งจากหลาย ๆ ภาพถ่ายรูปหินที่มีชื่อของโลก ภาพที่มักจะถ่ายกันจะเป้นภาพที่คนพยายามผลักหิน หรือ โพสท่าทางต่างๆ ขี่ม้าหรือลา ข้างหน้าหิน
ถ้ำซึ่ง Spaulding ค้นพบกลายเป็นที่รู้จักกันดีในหลายปีผ่านไป ในฤดูร้อนของปี 1858 Lawrence Party ของผู้ค้นหาทองใช้ถ้ำนี้เป็นที่ลี้ภัยจากฝนฟ้าคะนองในตอนบ่าย ร่องรอยของเถ้าถ่านสีดำจากการพักแรมของพวกเขาบนผนังหินทรายถูกพบโดย นักท่องเที่ยวหลังจากนั้นมาหลายปี ในปี 1859 นักค้นหาทองวัยรุ่นจาก Illinois คลานเลื้อยขึ้นไปทางผ่านที่แคบเข้าไปยังถ้ำใหญ่ เขาเขียนว่าเสียงกระซิบของ เขาสะท้อนก้องออกมาจากผนังถ้ำเหมือนเสียงฟ้าผ่า ต่อมาอีก 50 ปี นักท่องเที่ยวมาเยือนสวนแห่งนี้สำรวจไปเรื่อยจนพบทางผ่านที่มืดของ ถ้ำและการสลักของพวกเขาชื่อบนผนังหินทรายเวลาร้อยปี อย่างไรก็ตามทางเข้าที่แคบกลายเป็นทางแคบที่ถูกปกคลุมไปด้วยวัชพืชและพุ่มไม้ และสภาพที่เป็นอยู่ของถ้ำในตอนนั้นก็ถูกลืมไป จนกระทั่งในปี 1935 ทางเข้าถูกค้นพบอีกครั้ง วิธีการถูกนำมาใช้อีกครั้งอนุญาตให้ นักท่องเที่ยวเข้าไปข้างใน แต่อันตรายของการตกของหิน รอบ ๆ สวน เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดประตูทางเข้าอย่างถาวร ในต้นปี 1963 การปิดประตูทางเข้าถ้ำของ Spaulding ถูกเซาะออกอีกครั้ง แต่ทางเดียวที่จะสำรวจถ้ำของ Spaulding ในปัจจุบันนี้ได้โดยเขียนชื่อบัญชี ของนักท่องเที่ยวในลำดับต้นๆ

Garden Of The Gods

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *