การให้ความสำคัญกับบุคลากร

การให้ความสำคัญกับบุคลากร
มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 30 มีนาคม 2547
ในทุกๆ ปีวารสาร Fortune จะมีการจัดลำดับต่างๆ ออกมามากมาย ล่าสุดที่เพิ่งออกมาก็คือ บริษัทยักษ์ใหญ่ของอเมริกา (หรือ Fortune 500) ซึ่งมักจะได้รับการอ้างอิง กันอย่างกว้างขวาง อย่างไรก็ดี มีการจัดลำดับอีกประการ ของวารสาร Fortune ที่เริ่มจะเป็นที่กล่าวขวัญ และอ้างอิงกันมากขึ้น นั้นคือบริษัท ที่น่าทำงานด้วยมากที่สุด ในอเมริกา (100 Best Companies to Work for in America)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มที่จะมีการศึกษากันมากขึ้นว่า บริษัทที่ได้รับการคัดเลือกว่าบริษัทเหล่านั้นมีแนวทาง หรือวิธีการอย่างไรในการทำให้พนักงานมีความสุขในการทำงานด้วย และอยากที่จะทุ่มเทและทำงานให้กับบริษัทเหล่านั้นอย่างเต็มที่
ผมจำได้ว่า เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของหนึ่งในผู้ที่ศึกษา และสำรวจหาบริษัทที่น่าทำงานที่สุดในอเมริกา (ชื่อ Robert Levering) ซึ่งเขาระบุไว้อย่างชัดเจนเลยครับว่า ปัจจัยที่สำคัญประการหนึ่งที่ทำให้บริษัทเกือบทุกแห่งได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในรายชื่อ 100 บริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดนั้น เกิดขึ้นจากพนักงานจะรู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับ และผู้บริหารได้เห็นถึงความสำคัญ ของพนักงานต่อความสำเร็จของบริษัท ในบริษัทเหล่านี้เป็นบริษัทที่มีบรรยากาศในการทำงานที่ดีมากๆ และบรรยากาศเหล่านี้ ก็เป็นผลพวงมาจากทัศนคติ และการกระทำของผู้บริหาร
ผู้บริหารจะมีความเชื่อว่า บุคลากรของเขาคือผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบหลักต่อความสำเร็จหรือล้มเหลวของบริษัท และผลพวงจากความเชื่อดังกล่าว ทำให้ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อคุณค่า และความสำคัญของพนักงานของเขา (Positive Employee Recognition)
การให้ความสำคัญกับพนักงาน (Employee Recognition) ดูเหมือนจะเป็นประเด็นสำคัญในการสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับพนักงาน แต่ก็มักจะเป็นประเด็นที่ถูกละเลยกันนะครับ ผู้บริหารหลายๆ ท่านคิดว่า การให้ความสำคัญกับพนักงาน เป็นเพียงแค่การมอบรางวัลพนักงานดีเด่นให้กับพนักงานในแต่ละเดือน หรือพอสิ้นปีทีก็จัดฉลองให้กับพนักงานที
แต่จริงๆ แล้วผมมองว่า การให้ความสำคัญกับพนักงานเป็นสิ่งที่ต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามธรรมชาติ การให้ความสำคัญบางประการนั้น อาจจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้และคุ้นเคยกันอยู่ เช่น พวกรางวัลหรือการยกย่องต่างๆ แต่การให้ความสำคัญกับพนักงานนั้นบางครั้งก็ไม่สามารถที่จะจับต้องได้ และสิ่งที่ไม่สามารถจับต้องได้นี่แหละครับที่อาจจะมีความสำคัญมากกว่าสิ่งที่จับต้องได้ด้วยซ้ำ
ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือการจำชื่อ รวมทั้งประวัติพื้นฐานของพนักงานแต่ละคน ถ้าคนที่เป็นผู้จัดการหรือหัวหน้าสามารถทำได้ ผมก็เชื่อว่าก็จะทำให้พนักงานในหน่วยงาน รู้สึกมีความสำคัญมากขึ้น และย่อมนำไปสู่ความทุ่มเทในการทำงานมากขึ้น (พอเขียนถึงตรงนี้ทำให้ผมนึกถึงโฆษณาเครื่องดื่มจากรังนกยี่ห้อหนึ่ง ที่เจ้านายสามารถจำชื่อ และประวัติของพนักงานทุกคนได้ ตั้งแต่ยามหน้าประตู แต่โฆษณานั้น ก็ดูเกินจริงไปหน่อยนะครับ)
เมื่อผู้บริหารสามารถให้ความสำคัญกับพนักงานในบริษัทได้อย่างถูกวิธีแล้ว เราจะพบว่าพนักงานเหล่านั้นจะมีความยินดีและกระตือรือร้นในการทำงานเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมในการเข้าไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ด้วยตนเองมากขึ้น แทนที่จะนำปัญหานั้นย้อนกลับไปที่ผู้บริหารอยู่ตลอดเวลา เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญแล้วก็ย่อมที่จะให้ความสำคัญกับคุณภาพของงานที่ตนเองทำ รวมถึงชื่อเสียงของตนเองด้วย
เพราะฉะนั้น ท่านผู้อ่านก็สามารถมั่นใจได้ว่าเมื่อมอบหมายงานอะไรให้พนักงานนั้นทำแล้ว งานที่ออกมาจะต้องมีคุณภาพและไม่ทำให้พนักงานคนนั้นเสื่อมเสียชื่อเสียง มีงานวิจัยที่พบว่า ถ้าผู้บริหารสามารถให้ความสำคัญกับพนักงานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมแล้ว ขวัญและกำลังใจของพนักงานก็จะเพิ่มมากขึ้น รวมถึงอัตราการขาดงานก็จะลดน้อยลง
ปัจจุบันเราจะเริ่มเห็นตัวอย่างของเทคนิคหรือแนวทางในการให้ความสำคัญกับพนักงานในรูปแบบต่างๆ เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ดีสิ่งหนึ่งที่อยากจะเตือนไว้ก็คือเมื่อเราเห็นหรืออ่านตัวอย่างขององค์กรอื่นเยอะๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะสามารถนำเอาเทคนิคหรือเคล็ดลับของบริษัทอื่นมาใช้ได้กับบริษัทของท่านเอง
ผมเจอตัวอย่างของหลายองค์กรที่ประสบความล้มเหลวในการให้ความสำคัญ กับพนักงาน เนื่องจากไปลอกเลียนวิธีการที่องค์กรอื่นใช้ โดยไม่ได้มีการดัดแปลงให้เหมาะสมหรือเข้ากับวัฒนธรรมขององค์กรตนเอง
ท่านผู้อ่านต้องอย่าลืมนะครับว่า องค์กรแต่ละแห่งย่อมที่จะมีความแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นประวัติ หรือวัฒนธรรมองค์กร ดังนั้นสิ่งที่ประสบความสำเร็จหรือใช้ได้ในองค์กรหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำไปใช้ได้ในองค์กรอื่น แถมในบางกรณีไม่ใช่เพียงแค่ใช้ไม่ได้เพียงอย่างเดียวแต่กลับก่อให้เกิดผลร้ายเสียอีก
พอเขียนถึงตรงนี้ก็ทำให้ผมนึกถึงกรณีตัวอย่างหนึ่ง ที่เคยเจอเข้ากับตัวเอง นั้นคือในบางองค์กร เขาจะมีการจัดงานในลักษณะของ Employee Appreciation Day ที่ผู้บริหารระดับสูงยอมลดตัวเพื่อมาให้บริการพนักงานโดยเฉพาะ (จริงๆ เดี๋ยวนี้เราจะเริ่มเห็นกันมากขึ้นนะครับ เราเริ่มเห็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทชั้นนำบางแห่งที่มีการเสิร์ฟน้ำ เสิร์ฟอาหารให้กับพนักงานในบางโอกาส เพื่อแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับพนักงานของเขา) โดยการจัดวันดังกล่าว ก็เพื่อแสดงให้พนักงานเห็นว่า ผู้บริหารได้ให้ความสำคัญกับพนักงานของตนเองเพียงใด
อย่างไรก็ดีพอบริษัทอื่นนำลักษณะของ Employee Appreciation Day ไปใช้ พนักงานกลับมองว่า เป็นงานที่ตลก น่าเบื่อ และไร้สาระ ซึ่งก็อย่างที่เรียนให้ทราบในเบื้องต้นแล้วครับว่า ไม่ได้หมายความว่าองค์กรแต่ละแห่งจะสามารถลอกเลียนแบบหรือวิธีการขององค์กรอื่นไปใช้ได้ผลเสมอไปนะครับ
สัปดาห์นี้คงจะเป็นแค่การเริ่มต้นเกี่ยวกับการให้ความสำคัญกับพนักงานก่อนนะครับ ในสัปดาห์หน้าเราจะมาต่อกัน ในรายละเอียดมากขึ้นนะครับ ก่อนจบขอฝากข่าวประชาสัมพันธ์นะครับ ตอนนี้ที่คณะบัญชี จุฬาฯ กำลังเปิดหลักสูตรปริญญาเอกทางด้าน IT in Business ถ้าท่านผู้อ่านท่านใด สนใจอยากจะต่อเอกในด้านนี้ดูก็ลองโทร.ไปสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์ 0-2218-5715-6 นะครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *