การสร้างแบรนด์ผู้นำ Leader Branding

การสร้างแบรนด์ผู้นำ Leader Branding

สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านครับกลับมาพบกันอีกครั้งนะครับ ในตอนที่แล้วผมได้พูดถึงประเด็นในการรักษาพนักงาน Generation Y ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่มีความทะเยอทะยานสูง สำหรับในครั้งนี้ผมจะแนะนำการสร้างแบรนด์ผู้นำ หรือ leader branding ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่ง ที่จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาองค์กร และทรัพยากรมนุษย์ได้เป็นอย่างดี และถูกสะท้อนให้เห็นความสำคัญของต้นแบบของผู้นำ ได้เป็นอย่างดี

ทุกท่านลองนึกย้อนกลับไปในตอนเด็กๆ ผมเชื่อว่าทุกท่านต้องเคยผ่านคำถามว่าโตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร ใครคือฮีโร่ในดวงใจของหนู ณ เวลานั้นคงไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน สามารถตอบได้ทันทีว่าอยากเป็นหมอ อยากเป็นทหาร อยากเป็นครู เพราะเหตุใดคำตอบเหล่านั้นถึงถูกพูดออก มาอย่างง่ายดาย หรือแม้แต่ช่วงที่เราโตขึ้นมาอีกซักหน่อย เรามักจะแต่งตัวตามดารา นักร้อง หรือ

แม้แต่เลียนแบบท่าทางการพูด การเดิน ของศิลปินเหล่านั้น เหตุผลนั่นคืออะไรกัน เราอยากจะเป็นโน่น เป็นนี่ แต่จริงๆ แล้วเราทุกคนจะมีภาพที่อยู่ลึกๆ ในจิตใจ คือ เรามักจะมีภาพของต้นแบบที่เราอยากจะเป็นแบบอย่าง หรือ อีกในหนึ่งก็คือ Role model หรือการที่คุณมี Brand อยู่ในใจแล้วนั่นเอง

ผมเชื่อว่าทุกๆ ท่านคงได้ยินคำว่า Brand กันมามากพอสมควร ยิ่งในยุคนี้แล้วไม่ว่าจะคุยกับนักการตลาดท่านใดก็มักจะเน้นให้สร้างแบรนด์ให้กับสินค้าของตัวเอง แต่ก่อนอื่นผมอยากจะบอกว่า Brand นั้นไม่ใช่ตราสินค้า ผมอยากจะเรียนว่า Brand นั้นมีความลึกซึ้งมากกว่า นั้น Brand จะเป็นสิ่งที่คนทั่วๆ ไประลึกถึง และสามารถมองเห็นภาพ อธิบายถึงตัวตนของสินค้าสิ่งนั้นได้ ดังนั้น Brand ในทางการตลาดจึงมีความสำคัญมาก และเป็นสิ่งที่นักการตลาดพยายามจะสร้างกัน

ภายในองค์กรก็เช่นเดียวกัน องค์กรเองก็ต้องมีการปรับศาสตร์ และนำ เทคนิคทางด้านการตลาด ทางด้านการออกแบบและสร้างแบรนด์มาใช้ในการบริหารงานทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งองค์กรเองก็มีความจำเป็นจะต้องสร้างให้เกิด Brand

แต่อะไรดีที่จะกลายเป็น Brand ภายในองค์กร คำตอบคือผู้นำนั่นเอง ผู้นำนั้นมีความสำคัญและมีอิทธิพลอย่างมากในการโน้มน้าว ชักจูง และกระตุ้นให้พนักงานอื่นๆ ร่วมแรง ร่วมใจสู้ไปกับองค์กร แต่อย่างไรก็ดีผมไม่อยากให้ทุกท่านคิดว่าการสร้าง leader branding เป็นแค่ “แฟชั่น” ของงานด้านการจัดการองค์กรและบุคคลเท่านั้น

องค์กรของท่านเคยประสบปัญหาเหล่านี้หรือไม่ เช่น ประกาศรับสมัครพนักงานแล้วแต่ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วยังไม่มีใครมาสมัครเลย แม้กระทั่งท่านได้อัดยาแรงเข้าไปโดยการออกบูธในงาน Job fair หรือตามสถาบันการศึกษาต่างๆ ก็ไม่ “แรง” พอที่จะสร้างประสบการณ์ให้เกิดภาพลักษณ์องค์กรที่ชัดเจนต่อผู้สมัคร สาเหตุหลักก็มาจาก องค์กร ไม่สามารถหาแม่เหล็ก (Magnet) มาทำการดึงดูดผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตามที่องค์กรต้องการ

และทำให้พวกเขาเหล่านั้นเดินเข้ามาหาและสมัครงานกับทางองค์กรด้วยทัศนคติที่ว่าองค์กรของเราคือบริษัทในฝันไม่ใช่เพียงเพราะว่าเขาอยากจะได้งานทำซักงาน ดังนั้นประเด็นแรกในการสร้างแบรนด์ผู้นำ (leader branding) จะเป็นวิธีกลยุทธ์เชิงรุก ในการดึงดูดพนักงานและรักษาพนักงาน และ leader brandingจะสร้าง ประสบการณ์เชิงบวกและสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรที่ชัดเจน แก่ทั้งอดีต พนักงาน พนักงานในปัจจุบันและพนักงานในอนาคตไปพร้อมๆ กัน ใน

ความเป็นจริงแล้วการสร้างแบรนด์ผู้นำไม่ได้ต่างอะไรกับการสร้าง แบรนด์ให้กับสินค้าในสินค้าหนึ่งเลย คือ สุดท้ายแล้วผู้บริโภค (ผู้สมัครงาน) เองก็จะใช้อารมณ์ ความรู้สึกในการตัดสินว่าเขาควรจะมององค์กรในแง่บวก หรือ ลบ ดังนั้นผมขอสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ว่า Leader branding นั้นก็เหมือนภาพที่พนักงานมององค์กรว่าองค์กรนี้เป็นองค์กร ที่มีคุณประโยชน์ต่อพวกเขาไม่ว่าจะเป็นเรื่องผลตอบแทนหรือคุณค่าทางจิตใจ และในทางกลับกันพวกเขาก็อยากที่จะทำงานให้กับองค์กรนี้ ดังนั้นถ้าองค์กรท่านต้องการทำ Leader branding ท่านควรจะให้ความสำคัญกับประเด็นต่อไปนี้ คือ

1.Leader branding เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องมีการวางแผนเป็นอย่างดี

การวางแผนในการสร้าง Leader branding นั้นองค์กรจำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดวัตถุประสงค์กำหนดขอบเขตของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งการกำหนดกลุ่มเป้าหมายควรจะเป็นพนักงานปัจจุบันและพนักงานในอนาคต

เนื่องจากว่า พนักงานนั้นก็เปรียบเสมือนกับลูกค้าซึ่งอาจเปลี่ยนใจจากสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา หากประสบการณ์ที่ได้รับไม่เป็นไปตามที่ได้โฆษณาสรรพคุณเอาไว้ พนักงานก็เช่นกัน เขาสามารถเอาใจออกห่างจากองค์กรที่ไม่ได้ให้ในสิ่งที่แบรนด์นายจ้างสัญญาไว้

2.Leader branding จะต้องถูกบริหารจัดการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบจะต้องเริ่มตั้งแต่การกำหนดว่าเป้าหมายในเชิงนโยบายว่าองค์กรจะมีลักษณะหรือทิศทางใดในอนาคต เช่น เป็นองค์กรในฝันของคนรุ่นใหม่ ลองคิดดูว่า ท่านจะทำอย่างไรถ้าอีกไม่นานพนักงานในองค์กรท่านจะเกษียณกันหมด

ดังนั้นการกำหนดเป้าหมายในเชิงนโยบายจะมุ่งไปที่กลุ่มคนใน Generation Y และท่านจะสร้างแบรนด์นายจ้างอย่างไรในสายตาของพวกเขาเหล่านั้น ซึ่งถ้าตามความคิดของผมแล้วนั้นองค์กรนั้นจะต้องสามารถสร้างเสน่ห์ เสมือนแม่เหล็กดึงดูด Generation Y ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัฒนธรรมองค์กร เทคโนโลยี เป็นต้น

3.Leader branding ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

หลังจากที่ทางองค์กรได้ทำการกำหนดเป้าหมายนโยบายและสาระสำคัญซึ่งเป็นการกำหนดสาระสำคัญของ Leader branding แล้ว ก็เปรียบเสมือนว่าเป็นข้อสัญญาที่องค์กรจะต้องดำเนินการใดๆ เพื่อให้เกิดการสนับสนุนในโครงการนี้อยู่เสมอ ภาพลักษณ์ที่ดีไม่สามารถสร้างได้ในโครงการหรือกิจกรรมเพียงกิจกรรมเดียว

ดังนั้นองค์กรจะต้องมีหน้าที่สร้างสรรค์คุณค่าที่เป็นรูปธรรมต่อๆ ไปอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างไรก็ดีองค์กรต้องจับจังหวะให้ดี เพราะถึงแม้ผมบอกว่าการทำ Leader branding จะต้องทำอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าถี่ไปจะดูเหมือนจงใจไปสักหน่อยจะเป็นสร้างภาพจนเกินไป

4.Leader branding ไม่ใช่แค่กระแสหรือแฟชั่น

สุดท้ายแล้วนั้นองค์กรต้องกลับมาตระหนักอีกว่าการจะนำเอาอะไรมาใช้ต้องคิดให้ดีว่าเหมาะสมและพร้อมกับองค์กรของเราหรือไม่ อย่างที่ผมได้กล่าวไปในตอนหนึ่งก่อนหน้านี้ในเรื่อง วัฒนธรรมองค์กรแบบไทยๆ ไม่ตกยุค ต้องอินเทรนด์ เพราะเรื่องการสร้าง Branding ให้กับองค์กรนั้นเป็นเรื่องฮอตฮิตมาในฝั่งตะวันตกได้ แต่ในบ้านเราต้องมองให้ดีในการนำเอาแนวคิดมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมขององค์กร

สรุป การสร้าง Leader branding องค์กรจะต้องทำความ เข้าใจในประเด็นพื้นฐานข้างต้นก่อนที่จะนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดแนว ทางที่ถูกต้องในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ซึ่งในครั้งหน้าผมจะมาต่อใน เรื่องวิธีการสร้าง และขั้นตอนในการสร้าง Leader branding
ที่มา : http://www.siamturakij.com

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *