การสมรส

การสมรส
เงื่อนไขของการสมรส
การที่จะสมรสกันได้นั้น กฎหมายยังได้กำหนดเงื่อนไขไว้ดังต่อไปนี้
(1) เรื่องอายุของชายหญิงที่จะทำการสมรสกัน กฎหมายกำหนดว่าต้องมีอายุ ๑๗ ปีบริบูรณ์เหตุผลที่กฎหมายกำหนดไว้เช่นนี้ก็ เพราะการสมรสนั้นทำให้เกิดมีความสัมพันธ์กันตามกฎหมาย และเกิดสิทธิหน้าที่ความรับผิดชอบในครอบครัวมาก การที่จะให้เด็กทำการสมรสกัน ก็จะทำให้เกิดปัญหาในครอบครัวได้ กฎหมายจึงกำหนดอายุของคู่สมรสเอาไว้โดยเอาเกณฑ์ที่พอจะเข้าใจถึงการกระทำของตนเองได้
(2) เรื่องความยินยอมของบิดามารดาหรือผู้ปกครอง ในกรณีที่คู่สมรสเป็นผู้เยาว์ เหตุผลที่กฎหมายกำหนดเงื่อนไขนี้ก็เพราะว่า เพื่อที่จะให้ผู้ใหญ่เข้ามาช่วยตัดสินใจเลือก แนวทางชีวิตครอบครัวของผู้เยาว์ ความยินยอมนี้อาจทำเป็นหนังสือ ระบุชื่อคู่สมรสของทั้ง ๒ ฝ่าย และลงลายมือชื่อผู้ให้ความยินยอมหรืออาจทำโดยวิธีอื่น เช่น ให้ความยินยอมด้วยวาจา
(3) กฎหมายห้ามชายหญิงที่มีคู่สมรสอยู่แล้วไปทำการสมรสกับคนอื่นอีก ซึ่งเรียกกันว่าการสมรสซ้อน เหตุผลก็คือ เพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาขึ้นภายในครอบครัว เพราะกฎหมายในปัจจุบันรับรองความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาแบบผัวเดียวเมียเดียวเท่านั้น
(4) ในกรณีที่หญิงที่สามีเดิมตายหรือการสมรสสิ้นสุดลงด้วยประการอื่น เช่น หย่าขาดจากกันจะทำการสมรสครั้งใหม่ได้ต้องกระทำหลังจากที่การสมรสเดิมสิ้นสุดไป แล้ว ๓๑๐ วัน เหตุผลที่กฎหมายห้ามก็เพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับบุตรที่เกิดมาว่าจะถือว่า เป็นบุตรของใคร (สามีใหม่หรือสามีเก่า)
(5) กฎหมายห้ามคนวิกลจริต หรือ ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถทำการสมรส เหตุผลก็เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่สงบสุข ถ้าให้แต่งงานกับคนบ้าแล้วก็อาจเกิดปัญหาได้
(6) กฎหมายห้ามชายหญิงที่เป็นญาติสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือโดยตรงลงมาทำการสมรสกัน เช่น พ่อสมรสกับลูก และรวมถึงเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หรือเป็นพี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกันด้วยเหตุผลก็เพราะในทางการแพทย์นั้น เขาพิสูจน์ได้ว่าถ้าคนที่มีสายเลือดเดียวกันสมรสกัน บุตรที่เกิดมาจะรับเอาส่วนที่ไม่ดีของทั้ง ๒ ฝ่ายมาทำให้เด็กที่เกิดมาเป็นเด็กที่ผิดปกติ นอกจากนี้ก็ยังมีเหตุผลทางสังคมด้วย คือ สภาพสังคมไทยเราก็ไม่ยอมรับการสมรสแบบนี้ด้วย
(7) กฎหมายห้ามผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรมทำการสมรสกัน เหตุผลที่กฎหมายห้าม ก็เพื่อมิให้เกิดความสับสนของสถานะของแต่ละฝ่ายว่า จะเป็นบุตรบุญธรรมหรือสามีภริยานั่นเอง

ผลของการฝ่าผืนเงื่อนไขการสมรส
ถ้ามีการจดทะเบียนสมรสไปโดยฝ่าฝืนเงื่อนไขต่าง ๆ นี้ จะมีผลต่อการสมรส ดังนี้
(1) ถ้าฝ่าฝืนเงื่อนไขข้อ 1, 2, 5 การสมรสนั้นตกเป็นโมฆียะ (สมบูรณ์จนกว่าจะถูกเพิกถอน)
(2) ถ้าฝ่าฝืนเงื่อนไขข้อ 3, 6 การสมรสนั้นตกเป็นโมฆะ
(3) ถ้าฝ่าฝืนเงื่อนไขข้อ 4, 7 การสมรสนั้นยังมีผลสมบูรณ์ทุกประการแต่จะมีผลทางกฎหมายอย่างอื่น คือ
3.1 ถ้าเป็นการฝ่าฝืนในเงื่อนไขข้อ ๔ การสมรสสมบูรณ์และกฎหมายก็สันนิษฐานว่า เด็กที่เกิดมานั้นเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีใหม่
3.2 ถ้าเป็นการฝ่าฝืนในเงื่อนไขข้อ ๗ จะมีผล คือ ทำให้การเป็นบุตร บุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรมนั้นสิ้นสุดลงทันที โดยไม่ต้องไปจดทะเบียนเลิกรับบุตรบุญธรรมอีก
ถ้าการสมรสได้ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการแล้ว ผลคือชายหญิงคู่นั้นก็เป็น สามีภริยากันตามกฎหมาย ทำให้เกิดความผูกพันทางครอบครัวหลายประการ ซึ่งจะได้กล่าวต่อไป

แบบในการสมรส
การสมรสชายหญิงจะต้องจดทะเบียนสมรสมิเช่นนั้นจะถือว่ามีการสมรสแล้วไมได้ แม้ว่าจะมีการจัดงานฉลองสมรสอย่างใหญ่โตก็ตาม ชายหญิงยังไม่มีฐานะเป็นสามีภริยา ดังนั้นสิทธิหน้าที่ระหว่างสามีภริยาก็ยังไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะได้มีการทะเบียนสมรส

ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา
เมื่อได้มีการสมรสแล้ว ย่อมทำให้ชายและหญิงมีฐานะเป็นสามีภริยาต่อกัน อันนำไปสู่สิทธิหน้าที่(ความสัมพันธ์)ระหว่างสามีภริยา ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยามีในด้านดังต่อไปนี้
ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาด้านส่วนตัว
1. ต้องอยู่กินกันฉันท์สามีภริยา เนื่องจากการสมรสเป็นการก่อตั้งสถาบันครอบครัวขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดสมาชิกใหม่ให้เกิดขึ้นในสังคม ดังนั้นสามีภริยาจึงจำต้องอยู่กินกันฉันท์สามีภริยา ซึ่งมีความหมายว่าต้องใช้ชีวิตร่วมกัน และร่วมถึงมีการร่วมประเวณีกันด้วย
2. ต้องช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูซึ่งกันและกัน ให้ความช่วยเหลือกันในชีวิตประจำวันทั้งด้านทรัพย์สิน และความเป็นอยู่
3. ต้องเป็นผู้อนุบาลหรือผู้พิทักษ์ เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งตกเป็นคนไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ
ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยาด้านทรัพย์สิน
สินส่วนตัว ได้แก่ทรัพย์ดังต่อไปนี้
1. ทรัพย์สินที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดมีอยู่แล้วก่อนการสมรส
2. ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องใช้สอยส่วนตัว เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับ
3. ทรัพย์สินที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ
4. ทรัพย์สินที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้มาระหว่างสมรส โดยการรับมรดกหรือโดยการให้โดยเสน่หา
5. ทรัพย์สินที่เป็นของหมั้น

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *