การวิเคราะห์ปัญหาและวิธีการแก้ไขอุบัติเหตุ

การวิเคราะห์ปัญหาและวิธีการแก้ไขอุบัติเหตุ

การหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุที่ดีที่สุดคงไม่พ้นการวางแผนป้องกันเหตุต่างๆไว้ล่วงหน้า โดยการพยายามประเมินความเป็นไปได้ของการเกิดเหตุร้ายทั้งหมดไว้ กำหนดให้เห็นสาเหตุของการเกิดเหตุร้ายเหล่านั้น จากนั้นก็ลงมือทำการกำจัดสาเหตุของเหตุร้ายเหล่านั้น เมื่อทำเช่นนี้ได้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุก็จะลดลงไปอย่างมหาศาล
แต่การจะได้มาซึ่งเหตุร้ายที่เป็นไปได้ทั้งหมด พร้อมทั้งสาเหตุ รวมไปถึงการสร้างสรรค์วิธีการกำจัดและป้องกันเหตุนั้นดูจะเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงอยู่ไม่น้อย แต่อย่างไรก็ตามก็ถือเป็นความจำเป็นและชาญฉลาดกว่าที่จะตั้งหน้ารอคอยปัญหาและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปตลอด
ดังนั้นเครื่องมือที่จะช่วยในการวิเคราะห์ปัญหาและค้นหาวิธีการแก้ไขอุบัติเหตุจึงถือเป็นสิ่งที่องค์กรควรจะต้องมีและทดลองฝึกฝน ทยอยใช้กับงานหรือกระบวนการทั้งหลายขององค์กรโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงานหรือกระบวนการที่มีความเสี่ยงสูงและมีความรุนแรงของอุบัติเหตุ เพื่อกันเหตุร้ายอันพึงจะเกิดขึ้นได้

การวิเคราะห์สภาพอันตราย

สามารถทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่นิยมกันได้แก่ 1. การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JOB SAFETY ANALYSIS, JSA) และ 2. แผนภูมิต้นไม้ (FAULT TREE ANALYSIS , FTA) โดยทั้ง 2 วิธีจะเป็นการช่วยให้สามารถหาสาเหตุต่างๆ ของอุบัติเหตุ ซึ่งจะนำไปสู่การหาแนวทางการแก้ไขต่อไปได้

การวิเคราะห์งานเพื่อความปลอดภัย (JOB SAFETY ANALYSIS, JSA)

เป็นการทบทวนระบบงานเพื่อค้นหาสภาพอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ ในขณะออกแบบและติดตั้ง หรือเกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงานจริง หรือเกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลงระบบงาน

ขั้นตอนในการทำ JSA

คัดเลือกงานที่จะทำการวิเคราะห์ โดยตรวจจากรายงานความสูญเสียที่เกิดขึ้นมาก่อน ดูโอกาสที่จะมีเหตุร้ายขึ้นได้ ตรวจหาสิ่งแปลกปลอมและไม่คุ้นเคยในระบบงานปกติ

แบ่งงานออกเป็นกิจกรรมย่อย โดยแบ่งกิจกรรมแต่ละขั้นตอนไม่แคบหรือกว้างเกินไป แต่ละขั้นตอนจะต้องแจ้งว่า ทำอะไร และผู้ที่แบ่งขั้นตอนออกมานั้นจะต้องใช้ประสบการณ์และสามัญสำนึก

ตรวจหาปัจจัยที่จะทำให้เกิดภัยเสี่ยงโดยการเฝ้าดูกิจกรรมการทำงานและคอยตั้งคำถามว่า ทำไมต้องทำวิธีนี้

ทบทวนผลการวิเคราะห์ โดยการตรวจสอบทุกขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก

โดยปกติแล้ว ระดับหัวหน้างานจะเป็นผู้ทำ JSA และจะต้องคอยคัดเลือกงานต่างๆ ที่ได้เก็บข้อมูลไว้มาเข้าที่ประชุม หลังจากนั้นให้ระบุสภาพอันตรายในแต่ละกิจกรรมนั้นๆ ซึ่งเมื่อระบุได้หมดแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการหาวิธีการป้องกันที่เหมาะสม โดยการ 1.หาวิธีการทำงานใหม่ 2. เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมการทำงาน 3. เปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน 4. ลดปริมาณงานที่มีภัยเสี่ยง

ประโยชน์ของการทำ JSA

สามารถนำไปใช้ในการฝึกอบรมพนักงานใหม่ เพราะได้มีการแยกขั้นตอนการทำงานเอาไว้แล้ว รวมทั้งเป็นการส่งเสริมกิจกรรมกลุ่มย่อยให้กับพนักงาน และยังเป็นเครื่องมืออธิบายการขออนุมัติค่าใช้จ่าย การป้องกันต่างๆที่ได้พิสูจน์ไปแล้วใน JSA จากผู้บริหาร

แผนภูมิต้นไม้ (FAULT TREE ANALYSIS , FTA)

เป็นการแสดงความสัมพันธ์กันในลักษณะของต้นไม้ โดยเริ่มจากปัญหา และค่อยโยงไปยังจุดที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาหรือสาเหตุของระบบทั้งหมด การสร้างแผนภูมิต้นไม้ จะต้องอาศัยตรรกะ (Logic) ของการทำงานที่เกี่ยวข้องเป็นสาเหตุของกันและกัน รวมทั้งจะต้องอาศัยความน่าจะเป็นที่แต่ละส่วนนั้นจะเกิดความบกพร่องจนใช้การไม่ได้

ค่าความน่าจะเป็นที่ได้จากการทำ FTA เป็นดังนี้

เครื่องควบคุมระดับเสีย 0.4 การส่งความดันเสีย 0.05 การส่งสัญญาณเสีย 0.05 ลิ้นควบคุมเสีย 0.2 รวมแล้วเป็นสาเหตุให้ลิ้นควบคุมเปิดมากไป ทำให้สารเคมีรั่ว 0.7 ครั้งต่อปี

จะพบว่าการใช้วิธีการนี้จะทำให้เราเห็นว่าสาเหตุทั้งหมดมีอะไรบ้าง และตัวใดเป็นสาเหตุสำคัญที่ควรจะแก้ไขก่อน ดังตัวอย่าง ถ้าเราทำการซ่อมแซมเครื่องควบคุมระดับ ก็จะทำให้โอกาสของสารเคมีรั่วลดลงไป 0.4 ครั้ง/ปี ซึ่งเห็นว่าการแก้ไขน่าจะเริ่มจากจุดนี้ก่อน
ข้อจำกัดของการใช้ FTA

ข้อจำกัดของวิธีนี้คือการหาความน่าจะเป็นของสาเหตุต่างๆ ซึ่งหาได้ยากมาก ดังนั้นการเก็บข้อมูลเชิงสถิติเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะข้อมูลตัวเลขดังกล่าวจะเป็นตัวยืนยันถึงแนวทางการแก้ไขได้เป็นอย่างดี

ข้อเสนอประกอบการเลือกใช้งาน

จะเห็นได้ว่าไม่ว่าจะทำการวิเคราะห์ปัญหาและวิธีการแก้ไขอุบัติเหตุด้วย FTA หรือ JSA ก็สามารถให้คำตอบตามความต้องการได้ทั้งสิ้น หากแต่ข้อพิจารณาสำคัญในการที่ท่านจะเลือกใช้นั้น ควรพิจารณาเริ่มที่การประเมินความพร้อมขององค์กรตนเองเป็นสำคัญ เพราะหากองค์กรยังไม่ได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวมาก่อนเลย ก็ขอเสนอให้เริ่มจากการทำ JSA ก่อน เนื่องจากการทำ JSA นั้นเป็นการประเมินเชิงคุณภาพที่อาศัยการระดมสมองซึ่งสามารถทำได้ทันทีจากการอาศัยหัวหน้างานและผู้ปฏิบัติงานในหน้าที่ โดยอาศัยเพียงข้อมูลเชิงปริมาณในลักษณะข้อมูลรายงานสภาพและสถานะด้านอุบัติเหตุ ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์เชิงคณิตศาสตร์ที่ยุ่งยากจนเกินไป

สำหรับหน่วยงานที่มีการลงมือทำในเรื่องนี้มาเป็นระยะเวลายาวนานนั้น อาจมีข้อมูลเชิงปริมาณ และได้มีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงความสัมพันธ์เพื่อกำหนดค่าความน่าจะเป็นดังกล่าวอยู่บ้าง หรือพอมีเป็นแนวทางอยู่บ้าง ก็ขอแนะนำให้ลองทำ FTA เพื่อท่านจะได้พิสูจน์ข้อมูลเชิงคุณภาพต่างๆที่เคยทำในJSA ด้วยความชัดเจนและน่าเชื่อถือมากขึ้น

ที่มา : www.ismed.or.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *