การผูกและจูงใจคน! Influencing People

การผูกและจูงใจคน! Influencing People

ความสามารถในการผูกใจและจูงใจผู้คนรอบๆ ตัวได้ถือเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งของผู้นำ และนำมาซึ่งความมีเสน่ห์ เท่ห์ ในตัวผู้นำท่านนั้น

ดิฉันมีโอกาสสัมภาษณ์พนักงานกลุ่มหนึ่งขององค์กรระดับแถวหน้าของประเทศไทยเกี่ยวกับผู้นำขององค์กร ในหัวข้อ “ การผูกและจูงใจคน” ส่วนหนึ่งของคำตอบที่ได้รับคือ ตอนที่พนักงานทราบว่าได้ถูกย้ายงานให้ไปสังกัดภายใต้ท่านผู้บริหารท่านหนึ่ง แต่ละคนแทบจะอดไม่ได้ที่จะบอกความรู้สึกว่า เมื่อเห็นคำสั่งย้าย พวกเราแทบจะวิ่งไปอยู่กับผู้บริหารท่านนั้น เพราะว่าถ้าเดินไปอาจจะช้า และอาจมีคนมาวิ่งแซงเราไป พวกเราไม่อยากพลาดโอกาสสำคัญที่ได้ไปอยู่กับผู้บริหารที่เก่งทั้งงาน เก่งทั้งซื้อใจคน คนทั้งองค์กรใฝ่ฝันอยากทำงานกับท่านกันทั้งนั้น หรือถ้ามีคำสั่งให้พวกเราไปอยู่กับผู้บริหารอีกท่านหนึ่ง เราอาจจะต้องลาออกจากบริษัทกัน ดิฉันได้ฟังอย่างนั้นแล้วรู้สึกปลื้มใจ ภูมิใจแทนผู้บริหารท่านนั้นจริงๆ และทำให้อยากรู้จักท่านและพูดคุยกับท่าน ว่าท่านบริหารเสน่ห์ของท่านอย่างไรหนอ ใครๆ ถึงอดใจไม่อยู่ที่จะไปร่วมงานกับท่าน

เมื่อดิฉันได้ทีมีโอกาสคุย กับท่านผู้บริหารท่านที่ลูกน้องพูดถึง ได้มีโอกาสสังเกตพฤติกรรมท่าน เวลาที่ท่านอยู่กับลูกน้อง อยู่กับเพื่อนร่วมงาน อยู่กับคนอื่นๆ ที่ท่านไม่ได้มีอิทธิพลครอบงำ ดิฉันก็ค้นพบว่า ท่านจะมีการใช้ทักษะทางด้านมนุษย์สัมพันธ์ ปฏิสัมพันธ์ การสื่อสารได้เป็นอย่างดี ซึ่งทักษะดังกล่าวที่ท่านใช้มักจะมีผลต่อความคิด พฤติกรรม และการกระทำของผู้คนที่ท่านต้องทำงานด้วย โดยที่คนจะไม่รู้สึกอึดอัด ไม่ฝืนใจที่จะทำงาน แต่ตรงข้ามกลับรู้สึกอยากทำงานโดยความเต็มใจ รู้สึกฮึกเหิม ตื่นเต้น จนสุดท้ายงานบรรลุผลได้ สัมผัส จับต้องผลงานได้เห็นๆ

พฤติกรรมหลักๆ ที่ดิฉันสรุปได้จากผู้นำท่านนี้ในการที่ “ผูกและจูงใจคน” คือ

เวลาท่านต้องการทำงานอะไร ทำอย่างไร ท่านมักจะสื่อสารสิ่งที่ท่านคิดออกมาเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน มีการเช็คความเข้าใจกับคนที่ทำงานด้วยทุกครั้งว่าเข้าใจถูกต้องตรงกันไหม โดยท่านใช้ทักษะการฟังที่อยู่ในระดับที่ถูกพัฒนามาแล้ว เช่น มีการสรุปเนื้อหา สรุปประเด็นจากผู้ฟัง จากสิ่งที่ได้พูดมาของฝ่ายผู้พูดทุกครั้ง

หลังจากที่ได้สื่อสิ่งที่ต้องการแล้ว ทุกครั้งท่านจะถามกลับหรือเปิดโอกาสให้คู่สนทนาบอกในสิ่งที่พวกเขาคิดด้วยว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร ในลักษณะการเชื้อเชิญให้คู่สนทนาแสดงความคิดเห็น ท่านได้ใช้ทักษะการสื่อสารที่ถูกฝึกฝนมาแล้ว คือ ภาษากาย ภาษาท่าทาง สีหน้า แววตา มีลักษณะเป็นมิตร เป็นกันเอง ไม่ถือตัว การใช้น้ำเสียงที่ท่านใช้ น้ำเสียงออกมาในลักษณะน่าฟัง มีหางเสียง แม้ว่าท่านจะอยู่ในตำแหน่งที่สูงคู่สนทนาในบางครั้ง ท่านไม่เคยแสดงน้ำเสียงห้วน สั้น หรือข่มขู่ เลย และสำหรับภาษาพูดที่ท่านใช้ แน่นอนว่าเป็นคำพูดที่ให้เกียรติต่อคู่สนทนา ไม่หยาบคาย และสิ่งเหล่านี้เองที่ช่วยให้บรรยากาศการออกความคิดเห็นเป็นไปอย่างลื่นไหล

พฤติกรรมที่ผู้บริหารท่านนี้มักทำคือหลังจากที่ได้ตกลงกันแล้วว่าจะทำอะไร อย่างไร ท่านต้องมีการทำแผนร่วมกันกับผู้ที่ท่านทำงานด้วยเสมอๆ ว่าใครจะต้องทำอะไร ทำอย่างไร กำหนดเวลาแล้วเมื่อไร ต้องรายงานผลต่อใคร อย่างไร ซึ่งการทำอย่างนี้มักจะเห็นภาพร่วมกันชัดเจน มี commitment ชัดเจนต่อกัน ไม่ใช้ว่าตกลงกันแล้ว เป็นอันจบ ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำ ไม่ใช่อย่างนั้น

พฤติกรรมที่สังเกตได้อีกอย่างหนึ่งคือท่านมักจะใช้วิธีการที่ช่วยให้กลุ่มคนที่ทำงานด้วยกันกับท่านมีข้อตกลงร่วมกัน โดยที่ท่านไม่เคยต้องออกแรงบังคับ แต่ท่านใช้วิธีการรับมือ เอื้ออำนวยให้แต่ละคนได้ออกความคิดเห็น ได้แสดงความรู้สึกออกมา อย่างสมดุลกัน

นอกจากนี้มีพฤติกรรมที่ท่านมักทำ ในกรณีที่มีหลากหลายความคิดเห็น เห็นกันไปคนละทาง ท่านก็มักจะมีการตัดสินใจให้ว่าควรจะมองอย่างไร โดยอธิบายทุกครั้งว่าเพราะอะไร ซึ่งเป็นการชี้ให้เห็นถึงการให้เกียรติผู้พูด แต่เมื่อถึงเวลาต้องตัดสินใจฟันธง ท่านก็สามารถทำให้เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่ายได้ โดยทุกคนยอมรับ

พฤติกรรมที่ท่านมักทำเสมอๆ เวลาที่ท่านต้องร่วมประชุม ร่วมหารือทุกครั้ง ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม คือท่านมักจะทำการบ้านมาทุกครั้ง และมักจะหาแนวทาง เตรียมตัวฟัง เตรียมตัวเสนอความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ท่านเข้าไปมีส่วนร่วม หรือส่วนเกี่ยวข้องทุกครั้ง และเคารพในสิ่งที่ๆ ประชุมตัดสินทุกครั้ง

ท่านผู้อ่านพอจะเห็นภาพแล้วนะคะว่าทำไมท่านผู้บริหารท่านนี้จึงมีเสน่ห์ดึงดูดใจ ใครๆ ก็อยากทำงานด้วย เพราะพอใครมาทำงานด้วยก็จะรู้สึกว่าผู้บริหารที่มีลักษณะการเป็นผู้นำอยู่ในตัว

ดิฉันได้ตามไปสัมภาษณ์ลูกน้องปัจจุบันที่ทำงานอยู่กับผู้บริหารท่านนี้มาอีกจำนวนหนึ่งว่า พวกเขารู้สึกอย่างไรกับผู้นำของเขา มาฟังคำตอบค่ะ

พนักงานรู้สึกมีคุณค่า มีความหมายที่ได้ทำงานร่วมกับผู้นำท่านนี้ รู้สึกได้ถึงความพึงพอใจในงานที่สูงมาก

พนักงานรู้สึกได้รับแรงบันดาลใจในการทำงานจากพฤติกรรมของผู้นำท่านนี้

พนักงานรู้สึกรักในงานที่ทำ ซื่อสัตย์ต่องานต่อองค์กรและมีเจตนาอันแรงกล้าต่องานที่ทำ มีcommitment ในงานสูง

พนักงานรู้สึกได้ถึงการดึงเอาศักยภาพของตัวเองออกมาใช้ ว่าเราต้องทำให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ สมกับที่เจ้านาย ให้เกียรติ ให้ความไว้วางใจ

ท่านผู้อ่านเชื่อไหมคะ จริงๆ แล้ว เรื่อง การผูกและจูงใจคน!ดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่เท่าที่ดิฉันไปสัมภาษณ์มาและทำ Mini-research เล็กๆ ดู ในองค์กรหนึ่ง จากการศึกษาผู้บริหารจำนวน 40 คน ซึ่งเก็บข้อมูลโดยการทำ assessment จากผู้บริหาร จากการสัมภาษณ์ การสังเกตการณ์ ถึงวิธีการที่ผู้บริหารและกลุ่มคนที่ท่านผู้บริหารมีการทำงานด้วย ผลปรากฏว่ามีผู้บริหารจำนวน 46% ที่ขาด Competency ในเรื่อง การผูกและจูงใจคน ดูตัวเลขแล้วก็ไม่น้อยนะคะ องค์กรไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ เพราะจะมีผลกระทบกับอีกหลายๆ ชีวิตในองค์กร ถ้าองค์กรและผู้บริหารสามารถพัฒนาปิด Gap ในเรื่องนี้ได้ องค์กรท่านจะมีแต่ผู้บริหารที่มี เสน่ห์ เท่ และมีพนักงานและองค์กรที่ Hi-Per ค่ะ คือ High Performance Organization ไงคะ

เรื่อง : ดร.เกศรา รักชาติ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *