การประกันภัยหลายราย

การประกันภัยหลายราย
ม. 870 บัญญัติว่า “ ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นพร้อมกันเพื่อวินาศภัยอันเดียวกัน และจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยรวมกันทั้งหมดนั้นท่วมจำนวนที่วินาศจริงไซร้ ท่านว่าผู้รับประโยชน์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพียงเสมอจำนวนวินาศภัยจริงเท่านั้น ผู้รับประกันภัยแต่ละคนต้องใช้เงินจำนวนวินาศภัยจริงแบ่งตามส่วนมากน้อยที่ตนได้รับประโยชน์ไว้
อันสัญญาประกันภัยทั้งหลาย ถ้าลงวันเดียวกัน ท่านให้ถือว่าได้ทำพร้อมกัน
ถ้าได้ทำสัญญาประกันภัยเป็นสองรายหรือกว่านั้นสืบเนื่องเป็นลำดับกัน ท่านว่าผู้รับประกันภัยคนแรกจะต้องรับผิดเพื่อความวินาศภัยก่อนและจำนวนเงินซึ่งผู้รับประกันภัยคนแรกได้ใช้นั้นยังไม่คุ้มจำนวนวินาศภัยนั้นไซร้ ผู้รับประกันภัยคนถัดไปก็ต้องรับผิดในส่วนที่ยังขาดอยู่นั้นต่อๆกันไปจนกว่าจะคุ้มวินาศ”

ประกันวินาศภัย ผู้เอาประกันภัยจะทำสัญญาไว้กี่รายก็ได้ แต่มิใช่เมื่อเกิดวินาศภัยขึ้นแล้ว ผู้เอาประกันภัยจะเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ตนจนครบทุกราย เนื่องจาก กฎหมายถือหลักว่าผู้เอาประกันภัยจะค้ากำไรจากการเอาประกันภัยไม่ได้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนต้องจ่ายตามจำนวนวินาศภัยที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นผู้เอาประกันภัยจึงเรียกค่าสินไหมทดแทนได้แต่เฉพาะเพื่อความเสียหายที่ตนได้รับจริงเท่านั้น
ประกันชีวิต ผู้เอาประกันจะทำสัญญาประกันชีวิตกับผู้รับประกันกี่รายก็ได้และเมื่อตาย ผู้รับประโยชน์จะเรียกร้องให้ผู้รับประกันภัยทุกรายจ่ายตามจำนวนที่ผู้เอาประกันได้ทำสัญญาไว้ได้

ประกันภัยหลายรายมีหลักเกณฑ์ดังนี้

1. ผู้เอาประกันในสัญญาประกันแต่ละรายจะต้องเป็นบุคคลๆเดียวกัน
ถ้าต่างคนต่างเอาวัตถุเดียวกันไปทำสัญญาประกันภัย ไม่ถือว่าทำสัญญาประกันภัยหลายราย เช่น แดงเป็นเจ้าของตึกได้ทำสัญญาประกันภัยกับบริษัท ก. ต่อมาเขียวผู้เช่าตึกได้ทำสัญญาประกันภัยไว้กับบริษัท ข. กรณีนี้ไม่ใช่การประกันภัยหลายราย แต่เป็นต่างคนต่างทำสัญญาประกันภัยของตนเอง
2. เป็นการเอาทรัพย์อันเดียวทำสัญญาประกันภัยกับผู้รับประกันภัยคนละราย
เช่น แดงเอาตึกไปประกันวินาศภัยไว้กับบริษัท ก. และต่อมากับบริษัท ข. ในบางกรณีมีวัตถุเอาประกันภัยหลายอย่างในสัญญาประกันภัยฉบับเดียวกัน เช่นทำสัญญาประกันภัยตึกแถว 10 คูหา ต่อมานำตึกแถวบางห้องใน 10 คูหาไปทำสัญญาประกันภัยอย่างอื่น ดังนี้เป็นสัญญาประกันภัยหลายรายได้
3. ภัยที่รับเสี่ยงต้องเป็นภัยอันเดียวกัน
ตัวอย่างเช่น ถ้าทำสัญญาประกันภัยอัคคีภัยบ้านเป็นรายแรก ต่อมาทำสัญญาประกันภัยในกรณีเกิดแผ่นดินไหว ดังนี้มิใช่ประกันภัยหลายราย
4. สัญญาประกันภัยทุกรายต้องมีผลบังคับใช้ในเวลาเกิดภัยด้วย
คือจะต้องอยู่ในอายุแห่งการรับประกันภัย ทำให้ขณะเกิดภัยผู้เอาประกันชีวิตมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป แต่ถ้าสัญญาประกันภัยบางรายสิ้นสุดลงไปแล้วหรือสัญญาเป็นโมฆะ เหลือสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนเพียงรายเดียวก็มิใช่สัญญาประกันภัยหลายราย

วิธีคิดค่าสินไหมทดแทนกรณีประกันหลายราย

1. ประกันภัยพร้อมกัน มาตรา870 วรรคแรก หมายถึง สัญญาประกันภัยทั้งหลาย ทำในวันเดียวกัน
ไม่ว่าเวลาใดก็ตาม การคิด ต้องถือจำนวนเงินที่ผู้รับประกันภัยแต่ละรายได้ตกลงให้เอาประกันภัย เทียบกับจำนวนความวินาศภัยจริง เป็นการเฉลี่ยค่าสินไหมทดแทนระหว่างผู้รับประกันภัย โดยพิจารณาตามสัดส่วนผู้รับประกันภัยรายใดรับประกันภัยวงเงินมากก็ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนมาก ผู้รับประกันภัยรายใดรับประกันภัยวงเงินน้อยก็ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนน้อย

ความเสียหายที่แท้จริง x จำนวนเอาประกันแต่ละราย
จำนวนเอาประกันทั้งหมด
2. ประกันภัยตามลำดับ มาตรา 870 วรรค 3 หมายถึง ทำสัญญาประกันภัยสองรายหรือมากกว่านั้นสืบเนื่องเป็นลำดับกัน ทำประกันภัยคนละวันกัน ผู้รับประกันภัยรายแรกต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนก่อน หากไม่พอกับความเสียหายที่แท้จริง ผู้รับประกันภัยรายถัดไปจึงจะรับผิดตามลำดับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *