การปฏิบัติงานกับเครื่องจักร (Machine Operation) ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

การปฏิบัติงานกับเครื่องจักร (Machine Operation) ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

“อะไรกัน ส่งงานไม่ทันอีกแล้วเหรอ ?” ลูกค้าตะโกนลั่นด้วยความโมโห
“ขอโทษครับ วันนี้ผมส่งงานไม่ได้ตามเวลา เนื่องจากเครื่องจักรของผมมีปัญหา ตอนนี้กำลังแก้ไขอยู่ เดี๋ยวผมจัดรถส่งรอบพิเศษให้นะครับ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ” ผู้จัดการฝ่ายผลิต ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
เครื่องจักร (Machine) ถือเป็นหัวใจที่สำคัญในการปฏิบัติงาน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่พวกเราทุกคนต้องให้ความสำคัญ และใส่ใจในการดูแลรักษาให้เครื่องจักรสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปฏิบัติงานหรือพนักงานฝ่ายผลิตนั่นเอง เพื่อป้องกันการเกิดความสูญเปล่า เช่น ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขงาน (Rework) เสียเวลาแก้ไข เสียชื่อเสียง ส่งผลกระทบต่อกระบวนการผลิต ซึ่งอาจส่งผลทำให้ไม่สามารถส่งงานได้ทันเวลา ซึ่งกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า (Customer Satisfaction)
วันนี้ผมขอแนะนำ “โครงการดูแลรักษาเครื่องจักรด้วยตนเองของพนักงานฝ่ายผลิต” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้พนักงานฝ่ายผลิต สามารถดูแลรักษาเครื่องจักรได้ด้วยตนเอง และป้องกันปัญหาที่เกิดจากเครื่องจักรชำรุด เช่น เครื่องจักหยุดโดยไม่มีแผนการซ่อม (Machine Breakdown) หรือ ของเสีย (Defect) โดยมีเทคนิคในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับเครื่องจักรอย่างง่าย ๆ มาแนะนำครับ แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนดังนี้
ี้
ขั้นตอนแรก ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน ควรตรวจสภาพโดยรวมของเครื่องจักร ทั้งภายใน ภายนอก และบริเวณที่ทำงานให้พร้อมก่อนที่จะใช้งาน ตามมาตรฐานการบำรุงรักษาที่กำหนด เช่น การทาจารบี ระดับสารเคมี ระดับน้ำมันเครื่อง สภาพสายพาน ลูกปืน สปริง และเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อทำให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพที่พร้อมจะใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ควรตรวจสอบเกี่ยวกับความสะอาด เช่น คราบน้ำ คราบน้ำมัน ฝุ่น เศษกระดาษ เศษไม่ หรืออื่น ๆ ถ้ามีควรกำจัดออกให้หมด เพราะนอกจากจะดูไม่ดี ไม่สอดคล้องกับหลักของ 5ส แล้ว ยังอาจส่งผลต่อการผลิตอีกด้วย ในกรณีที่พบปัญหา หรือสิ่งผิดปกติ ไม่ควรเริ่มงานโดยเด็ดขาดเพราะอาจเกิดผลเสียตามมาอย่างมาก หรือ อาจได้ไม่คุ้มเสียครับ

ขั้นตอนที่สอง ระหว่างการปฏิบัติงาน ควรปฏิบัติงานให้ตรงตามมาตรฐานที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ไม่ควรทำให้ช้า/เร็วกว่า หรือทำเกินกำลังของเครื่องจักร เช่น กำหนดความเร็วในการปฏิบัติงาน คือ 35 ครั้งต่อนาที แต่ปฏิบัติงานจริงใช้ 50 ครั้งต่อนาที หรือรถฟอล์คลิฟท์ระบุว่าสามารถน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 1.5 ตัน แต่ใช้ใช้บรรทุก 2 ตัน กรณีนี้นอกจากจะส่งผลให้เครื่องจักรเสียหายแล้ว ยังอาจทำให้เกิดอันตรายอีกด้วย นอกจากนี้ไม่ควรที่จะหาวิธีการลัดขั้นตอน หรือลดขั้นตอนต่าง ๆ ที่กำหนดเอาไว้ เพราะอาจส่งทำให้เกิดอันตราย และชิ้นงานไม่ได้มาตรฐานอีกด้วย สิ่งสำคัญอีกประการคือ ระหว่างที่มีการปฏิบัติงานควรหมั่นตรวจสอบเครื่องจักรเป็นระยะ โดยใช้ทักษะการสัมผัส 4 ประการ คือ ดู (See) เพื่อหาจุดบกพร่อง ดม (Smell) เพื่อพิสูจน์กลิ่นไหม้ หรือกลิ่นผิดปกติ ฟัง (Listen) เพื่อฟังเสียงเครื่องจักรว่ามีเสียงดังผิดปกติกว่าที่เคยได้ยิน สัมผัส (Touch) ใช้มือสัมผัส เพื่อเปรียบเทียบกับสภาพที่เป็นอยู่ว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ ในกรณีที่พบสิ่งผิดปกติ ควรปฏิบัติดังนี้

1. หยุดเครื่องจักรทันที โดยพิจารณาถึงความปลอดภัย และคุณภาพที่อาจจะเกิดขึ้น
2. แจ้งหัวหน้างาน เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุ
3. แก้ไข ปรับปรุง อาจออกใบแจ้งซ่อม (Job Request) เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงเข้ามาแก้ไข
4. ทดสอบ เครื่องจักรหลังจากการแก้ไข เพื่อทำให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นซ้ำอีก
5. ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง และหมั่นสังเกตสิ่งผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น

ขั้นตอนที่สาม หลังการปฏิบัติงาน ควรตรวจสอบภาพรวมทั้งภายในและภายนอกของเครื่องจักร เพื่อค้นหาจุดบกพร่อง เช่น มีน้ำมันหยด สายพานเดินสะดุด ปุ่มควบคุมชำรุด ลูกปืนไม่หมุน เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องจัดเก็บ และทำความสะอาดบริเวณทำงาน รวมไปถึง เครื่องมือ อุปกรณ์ทั้งหมด ถ้าหากพบจุดบกพร่อง หรือปัญหาให้แจ้งหัวหน้างานทันทีเพื่อทำการแก้ไขปรับปรุง ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติงานใหม่ทุกครั้ง
สรุปส่งท้าย เทคนิคง่าย ๆ สามข้อนี้ ถ้าหากเราไปใช้อย่างจริงจัง จะเป็นประโยชน์มากมายต่อทั้งตัวพนักงาน และบริษัทด้วยครับ ถ้าลองเปรียบเทียบระหว่าง เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีในการตรวจสอบเครื่องจักรให้ดีพร้อมใช้งาน กับถ้าไม่ตรวจสอบแล้วเครื่องจักรนั้นไม่สามารถใช้งานได้ อย่างไหนจะเสียเวลา และค่าใช้จ่ายมากกว่ากันครับ และขอทิ้งท้ายให้กับเพื่อน ๆ พนักงานทุกท่านว่า “เครื่องจักรดีไม่มีขาย อยากได้ต้องดูแล รักษากันเอง” นะครับ

ที่มา : http://ftpi.or.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *