การบริหารความปลอดภัยในชีวิต : มิติใหม่ของการบริหารบุคลากร

การบริหารความปลอดภัยในชีวิต : มิติใหม่ของการบริหารบุคลากร

“ความปลอดภัยคือ หัวใจของการบริหารบุคลากร” เมื่อพูดถึงคำว่า “ความปลอดภัย” ผมไม่อยากให้นึกถึงเพียงความปลอดจากอุบัติเหตุเนื่องมาจากการทำงานเท่านั้น แต่อยากให้นึกถึงความปลอดภัยในทุกด้านๆมิติของชีวิตบุคลากร ทั้งความปลอดภัยในการทำงาน ความปลอดภัยนอกงาน ความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงความปลอดภัยของจิตใจ เพราะตราบใดก็ตามที่บุคลากรของเรายังมีความปลอดภัยทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และทรัพย์สินแล้ว ความเสี่ยงเรื่องความไม่ปลอดภัยขององค์กรในด้านต่างๆย่อมมีน้อยลงหรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้
หลายองค์กรประสบความสำเร็จในการรณรงค์เรื่อง การลดอุบัติเหตุจากการทำงานจนได้รับรางวัลมากมาย แต่อย่าลืมนะครับว่าความเสี่ยงขององค์กรไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนการเกิดอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว ถ้าพนักงานทุกคนมีความปลอดภัยด้านร่างกาย แต่…ถ้าสภาพจิตใจ บรรยากาศในการทำงานร่วมกัน หรือสภาพของครอบครัวของบุคลากรของเรายังไม่ปลอดภัย ผมเชื่อว่าความเสี่ยงเรื่องความไม่ปลอดภัยในด้านต่างๆขององค์กรยังมีอยู่มาก อาจจะเสี่ยงต่อประสิทธิภาพในการทำงานลดลงเพราะจิตใจมาทำงานไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ เสี่ยงต่อการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างบุคคล ระหว่างกลุ่มหรือระหว่างหน่วยงาน อาจจะเสี่ยงต่อความเสียหายของทรัพย์สินหรือสินค้าขององค์กร หรืออาจจะเสี่ยงต่อการเสียภาพพจน์ขององค์กรก็ได้นะครับ
การบริหารบุคลากรแนวใหม่ในทศวรรษนี้หรือในอนาคต ผมคิดว่าองค์กรจะต้องมองเรื่องความปลอดภัยในภาพรวมของชีวิตคนมากยิ่งขึ้น อย่ามองเพียงความปลอดภัยในการทำงานเพียงอย่างเดียว อย่าลืมนะครับว่าเวลาในชีวิตของบุคลากรของเราโดยทั่วไปจะอยู่ที่ทำงานเฉลี่ยเพียงวันละแปดชั่วโมงต่อคนเท่านั้น แต่ชีวิตอีกสิบหกชั่วโมงที่เหลือนั้นอยู่นอกเวลางาน และชีวิตสิบหกชั่วโมงนี่แหละที่มักจะส่งผลกระทบต่อแปดชั่วโมงการทำงานในองค์กรอยู่เสมอ เช่น ความไม่ปลอดภัยเรื่องการบริหารเงิน(หนี้) ความไม่ปลอดภัยในชีวิตครอบครัว มักจะส่งผลกระทบต่อความไม่ปลอดภัยทางจิตใจในการทำงานของบุคลากรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หลายคนอาจจะค้านอยู่ในใจว่าองค์กรคงไม่สามารถไปดูแลชีวิตของบุคลากรได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอก คิดอย่างนี้ก็ถูกต้องครับ แต่ถ้าองค์กรคิดว่าเรื่องความปลอดภัยของบุคลากรเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นหัวใจของการบริหารบุคลากร องค์กรจะต้องหาแนวทางที่จะทำอย่างให้บุคลากรสามารถดูแลตัวเองให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตในด้านต่างๆได้ ดังคำกล่าวที่ว่า “Help them to help themselves” หมายถึงการช่วยเขา(บุคลากร) ให้เขาช่วยดูแลตัวเขาเอง หรือเหมือนกับคำกล่าวที่ว่า “ถ้าเราหาปลาให้เด็กกิน เด็กจะมีกินเพียงวันเดียว แต่ถ้าเราสอนวิธีหาปลาให้กับเด็ก เด็กจะมีปลากินตลอดชีวิต”
ดังนั้น เพื่อให้องค์กรต่างๆได้มีแนวทางในการบริหารความปลอดภัยในชีวิตให้บุคลากร ผมจะขอแนะนำตัวอย่างแนวคิดในการสร้างความปลอดภัยให้กับบุคลากรดังนี้
• กำหนดให้ความปลอดภัยในชีวิตเป็นวัฒนธรรมหรือคุณค่าขององค์กร
องค์กรควรจะกำหนดเรื่องความปลอดภัยในชีวิตของบุคลากรเป็นคุณค่าหลัก (Core Value/Core Competency) เพราะคุณค่าหลักตัวนี้จะเป็นตัวกำหนดแนวทาง แผนงาน โครงการต่างๆที่จะมารองรับและทำให้เรื่องนี้เป็นจริงขึ้นมา ไม่ว่าเราจะจัดกิจกรรมอะไรขึ้นมาในองค์กรจะต้องนำเอายึดแนวคิดนี้ไปใช้เสมอ
• ปฐมนิเทศเรื่องการบริหารชีวิตให้ปลอดภัย
เมื่อรับบุคลากรใหม่เข้ามา องค์กรควรจัดให้มีการปฐมนิเทศเรื่องความปลอดภัยในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัยในการทำงาน ความปลอดภัยในการบริหารเงิน ความปลอดภัยในการเข้าสังคม ความปลอดภัยในชีวิตครอบครัว ความปลอดภัยในการดำรงชีวิตทั้งภายในและภายนอกองค์กร เราอาจจะใช้บุคลากรที่มีอยู่และมีความโดดเด่นในแต่ละเรื่องมาเป็นวิทยากรให้บุคลากรใหม่ก็ได้ เพราะนอกจากบุคลากรใหม่จะได้รับความรู้ความเข้าใจจากตัวอย่างจริงแล้ว ยังช่วยเสริมแรงบวกให้กับบุคลากรที่มาเป็นวิทยากรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
• แต่งตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยและคุณภาพชีวิต
ทุกองค์กรมีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อม น่าจะเพิ่มเรื่องความปลอดภัยในชีวิตในเรื่องอื่นๆเข้ามาอยู่ในคณะกรรมชุดนี้ด้วย หรืออาจจะเป็นคณะกรรมย่อยก็ได้ คณะกรรมการชุดนี้น่าจะดูแลเรื่องแผนงานการพัฒนาความปลอดภัยในชีวิตในเรื่องอื่นๆนอกเหนือจากความปลอดภัยในการทำงาน อาจจะมีแผนงานในการฝึกอบรมเรื่องอาชีพ การบริหารเงิน การบริหารหนี้ การบริหารชีวิตครอบครัว การพัฒนาความรู้ของตัวเอง หรืออาจจะมีการคัดเลือก “พนักงานดีเด่นด้านการบริหารความปลอดภัยของชีวิต” ประจำปี
• นำปัจจัยเรื่องความปลอดภัยในชีวิตมาใช้ในการบริหารบุคลากร
ในการบริหารบุคลากรไม่ว่าจะเป็นการสรรหาคัดเลือก การพัฒนาฝึกอบรม การเลื่อนระดับปรับตำแหน่ง การโยกย้าย ควรจะมีการนำเอาปัจจัยเรื่องความปลอดภัยในชีวิตในทุกด้านมาประกอบการพิจารณาด้วย เพราะถ้าบางครั้งองค์กรเลื่อนตำแหน่งให้กับคนที่ทำงานดีมีฝีมือ แต่ถ้าบุคคลคนนั้นขาดความปลอดภัยในชีวิตครอบครัว ขาดความปลอดภัยในด้านการเงิน ขาดความปลอดภัยด้านจิตใจ คนเก่งคนนั้นอาจจะนำมาซึ่งความไม่ปลอดภัยในการบริหารงานขององค์กรก็ได้ ดังที่เราได้เห็นข่าวของบริษัทใหญ่ๆในต่างประเทศที่ล้มละลายเพราะผู้บริหารระดับสูงไม่ซื่อสัตย์ต่อองค์กร(โลภ) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเขาไม่สามารถบริหารความปลอดภัยทางด้านจิตใจของตัวเองได้
• กำหนดหลักสูตร “การพัฒนาและบริหารตัวเอง” ให้บุคลากรทุกคน
จากประสบการณ์ในการไปบรรยายให้กับองค์กรต่างๆในปัจจุบันนี้ ผมพบว่าหลายองค์กรเริ่มให้ความสนใจกับการฝึกอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการตอบสนองความต้องการส่วนบุคคลมากขึ้น เริ่มสอนบุคลากรให้วางแผนชีวิตตัวเอง เริ่มสอนให้บุคลากรคิดในเรื่องการบริหารเงิน การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ การพัฒนาตัวเองในด้านต่างๆมากขึ้น ผมเชื่อว่าองค์กรที่ทำแบบนี้ย่อมเป็นเครื่องการันตีความปลอดภัยขององค์กรในอนาคตได้
สรุป การบริหารความปลอดภัยแนวใหม่ในยุคอุตสาหกรรมใหม่ องค์กรจะต้องใส่ใจเรื่องการบริหารความปลอดภัยในภาพรวมมากขึ้น เพราะทุกๆส่วนของชีวิตบุคลากรย่อมมีความสัมพันธฺ์และส่งผลกระทบซึ่งกันและอยู่กันเสมอ องค์กรไม่สามารถละเลยส่วนใดส่วนหนึ่งในชีวิตของบุคลากรได้ ผมอยากจะเห็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆสนับสนุนและลงทุนกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรให้มากยิ่งขึ้น เพราะวันหนึ่งเมื่อชีวิตของเขาดีขึ้นแล้ว วันนั้นคือวันที่องค์กรจะได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าและยั่งยืน….สวัสดีครับ

ที่มา :www.hrcenter.co.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *