การทำให้พนักงานเกิดความทุ่มเท

การทำให้พนักงานเกิดความทุ่มเท
มองมุมใหม่ : ผศ.ดร.พสุ เดชะรินทร์ pasu@acc.chula.ac.th กรุงเทพธุรกิจ วันที่ 16 มีนาคม 2547
ผมจำได้ว่า อ่านเจอบทสัมภาษณ์ ของผู้บริหารสูงสุด ของบริษัทที่ปรึกษาทางการจัดการ ชื่อดังของโลก Boston Consulting Group (BCG) ที่มาเยือนเมืองไทย เมื่อไม่นานมานี้ และผู้บริหารท่านนั้น ได้ให้ความเห็นที่น่าสนใจ ไว้ประการหนึ่งว่า การแข่งขันในยุคต่อไป ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี เหมือนในอดีต แต่จะขึ้นอยู่ การจะทำอย่างไร ให้บุคลากรในองค์กร เกิดความทุ่มเท ในการทำงานให้กับองค์กรอย่างแท้จริง
ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยกับความคิดเห็นดังกล่าวเนื่องจากในช่วงหลังได้เจอองค์กรขนาดใหญ่และชั้นนำของเมืองไทยหลายแห่ง ที่กำลังที่จะเริ่มสูญเสีย ความเป็นผู้นำของตนเองไป เนื่องจากการที่บุคลากรขาดความทุ่มเทต่อการทำงานในองค์กร
จำได้ว่าเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ได้นำเสนอแนวทางในการทำให้บุคลากรมีความรู้สึกว่าเป็นเจ้าของคนหนึ่งขององค์กร (Sense of Ownership) ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งในการทำให้บุคลากรเกิดความทุ่มเทให้กับองค์กร ในสัปดาห์นี้เราลองมาดูเคล็ดลับหรือวิธีการอื่นๆ ที่จะทำให้บุคลากรเกิดความทุ่มเทดูบ้างนะครับ
? ทำให้เกิดความชัดเจนเลยครับว่า หน่วยงานแต่ละหน่วยหรือบุคลากรแต่ละคนทำประโยชน์อะไรให้กับองค์กรบ้าง เป็นการเปิดเผยถึงข้อมูลของผลลัพธ์การทำงานของทุกคนให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานหลักหรือหน่วยงานสนับสนุน
บริษัทที่มีชื่อเสียงในการทำให้พนักงานเกิดความทุ่มเทอย่างเช่นสายการบิน Southwest มีการจัดทำ ?Plane Tails? ซึ่งเป็นเอกสารภายในที่ระบุถึงความสำเร็จของแต่ละหน่วยงาน เช่น ?หน่วยตรวจสอบได้ทำการตรวจสอบทำสิ้น 125 ครั้ง และสามารถทำให้องค์กรประหยัดต้นทุนได้กว่า $1 ล้าน? หรือ ?หน่วยรับจองตั๋ว รับโทรศัพท์จองตั๋วทั้งสิ้น 81 ล้านสาย? หรือ ?หน่วยทำความสะอาดได้ทำความสะอาดเครื่องบินจำนวนทั้งสิ้น 17,760 ลำ?
จะเห็นได้ว่าการเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ทุกคนทราบว่าเพื่อนร่วมงานในหน่วยงานอื่นๆ ทำงานกันหนักมากน้อยเพียงใด ผมมักจะได้ยินผู้บริหารของหลายๆ หน่วยชอบพูดว่า ไม่รู้ว่าหน่วยงานอื่นในองค์กรทำอะไรกันอยู่ หรือไม่ก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่หน่วยงานอื่นทำอยู่นั้นมีประโยชน์มากน้อยเพียงใด
การเปิดเผยข้อมูลในลักษณะนี้จะทำให้ทุกคนเริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้นว่า สิ่งที่ตนเองทำนั้นส่งผลต่อการทำงานของผู้อื่นได้อย่างไร อีกทั้งทำให้การแบ่งพรรคแบ่งพวกระหว่างหน่วยงานต่างๆ ลดน้อยลง
? อย่าทำให้เกิดการแบ่งชั้นวรรณะภายในองค์กร ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสถาบันการศึกษา หน่วยงานที่สังกัด ระดับตำแหน่ง ฯลฯ เนื่องจากเมื่อใดก็ตามที่เราแบ่งคนในองค์กรตามชั้นวรรณะแล้ว มันจะทำให้บุคคลที่ถูกจัดให้อยู่ในชั้นที่ต่ำ ไม่อยากที่จะพูดหรือแสดงความคิดเห็นอะไร คอยแต่ที่จะรับคำสั่งแต่เพียงอย่างเดียว
ถ้าเราต้องการให้บุคลากรในองค์กรมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในองค์กร และพร้อมที่จะรับปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาของตนเอง บุคลากรนั้นๆ จะต้องมีความรู้สึกว่าตนเองมีความสำคัญ การแบ่งชั้นวรรณะให้เกิดขึ้นภายในองค์กรจะทำให้กำลังใจของพนักงานลดลง รวมถึงความเคารพในศักดิ์ศรีของตนเอง
นอกจากนี้ยังทำให้พนักงานไม่อยากที่จะทำงานให้เต็มตามความสามารถที่ตนเองมีอยู่ เนื่องจากรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า และคอยแต่ฟังคำสั่งของผู้อื่นตลอดเวลา อีกทั้งทำให้คนเหล่านั้นไม่อยากที่จะคิดอะไรใหม่ๆ ให้กับองค์กร
? ประเด็นสุดท้ายอาจจะขัดกับความเชื่อของผู้บริหารหลายๆ ท่านนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารมักจะลืมนึกถึงก็คือบุคลากรแต่ละคนมาทำงานกันเนื่องจากเป้าหมายหรือเหตุผลส่วนตัวทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของรายได้ ในเรื่องของความท้าทายของงาน หรือในเรื่องของการไม่อยากอยู่เฉยๆ ที่บ้าน แต่ไม่ได้มีบุคลากรคนใดที่มาทำงานเพราะต้องการทำให้เจ้าของบริษัทรวยขึ้น หรือ ทำให้ผู้ถือหุ้นเกิดความพอใจ ดังนั้นหน้าที่ของผู้บริหารก็คือทำอย่างไรให้ความต้องการหรือเป้าหมายที่แต่ละคนมาทำงานได้เกิดขึ้นตามที่เขาต้องการจริงๆ จริงอยู่นะครับที่เราจะต้องให้ความสนใจต่อผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับ หรือกำไรที่องค์กรจะทำได้
แต่ท่านผู้อ่านลองนึกดูนะครับว่า เวลาเราสื่อสารเรื่องเหล่านี้ไปยังบุคลากรในองค์กรท่าน บุคลากรในองค์กรท่านจะรู้สึกอย่างไรว่าที่เขาทำงานแทบตายก็เพื่อทำให้ผู้ถือหุ้นเพียงไม่กี่คนรวยขึ้น ผมไม่ได้สนับสนุนให้เลิกนึกถึงผู้ถือหุ้นนะครับ แต่ทำอย่างไรที่จะให้บุคลากรขององค์กรเห็นว่า การที่เขาทุ่มเททำให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ แล้วทำให้องค์กรเกิดกำไร และสุดท้ายตัวเขาเองก็จะได้รับในสิ่งที่เขาต้องการด้วย
กลับไปที่ตัวอย่างสายการบิน Southwest อีกทีนะครับ ที่สายการบินแห่งนี้เจ้าของและผู้บริหารสูงสุดอย่าง Herb Kelleher เมื่อคุยกับพนักงานในองค์กรทีไร จะแทบไม่เคยพูดถึงมูลค่าที่ผู้ถือหุ้นได้รับเลย ที่สายการบินแห่งนี้พนักงานทุกคนจะรู้เลยว่า การที่เครื่องบินออกล่าช้ากว่ากำหนดเพียงแค่ 30 วินาที จะส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไร หรือลดความมั่นคงในงานได้อย่างไร
ในบางเที่ยวบินที่ล่าช้าเราจะเห็นนักบินของสายการบินนี้เข้ามาช่วยโหลดกระเป๋าของผู้โดยสารขึ้นเครื่อง พวกนักบินด้วยกันเขาจะมีกฎที่รับรู้กันข้อหนึ่งว่า ก่อนที่เครื่องจะขึ้นนั้น ถ้านักบินได้ตรวจเช็คทุกอย่างตามหน้าที่เสร็จแล้ว พวกเขาจะดูว่าใครคือคนที่ยุ่งที่สุดในขณะนั้นและจะตรงเข้าไปช่วยอย่างไม่อิดออดเลย เพราะพวกเขารู้ว่าความล่าช้า หรือความไม่พอใจของผู้โดยสารย่อมจะส่งผลต่อสิ่งที่พวกเขาจะได้รับโดยตรง ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้กำไรของบริษัทลดลง
ท่านผู้อ่านลองนึกภาพดูนะครับว่า ถ้าพวกเขาคิดเพียงแค่ว่าความล่าช้าของเที่ยวบินหรือความไม่พอใจของลูกค้า จะทำให้กำไรของบริษัทลดน้อยลง ท่านผู้อ่านคิดว่านักบินเหล่านั้นจะให้ความสนใจมากน้อยแค่ไหนครับ? ผมเชื่อว่าอย่างมากก็แค่พยักหน้าแล้วก็ไม่ทำอะไร เนื่องจากการที่กำไรของบริษัทลดก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างไรกับพวกเขาอยู่แล้ว
เป็นอย่างไรบ้างครับเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับการสร้างความทุ่มเทในการทำงานให้กับบุคลากรของท่าน ลองปรับไปใช้ดูนะครับ ผมจะนำมาเสนอต่อเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้านะครับ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *