การชงกาแฟให้อร่อย ถือว่าเป็นเคล็ดลับประการหนึ่ง

การชงกาแฟให้อร่อย ถือว่าเป็นเคล็ดลับประการหนึ่ง
คอกาแฟมักรู้ดีว่า กาแฟอร่อยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความหอมกรุ่นของกลิ่นกาแฟ ที่ลอยมาเตะจมูกเป็นสำคัญ
เมล็ดกาแฟพันธุ์ดีอาจมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่อีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่ฝีมือการชงด้วย
ทุกวันนี้ประเทศบราซิลกำลังสอบตกทั้งสองเรื่อง แม้ว่าบราซิลเป็นประเทศที่ผู้คนนิยมดื่มกาแฟกันมาก เป็นอันดับสองของโลก และเมล็ดกาแฟก็มีคุณภาพสูง จนบราซิลได้ฉายาว่า ดินแดนแห่งกาแฟ แต่คนบราซิลไม่ค่อยใส่ใจ ในรสชาติของกาแฟเท่าที่ควร
ในบราซิล ทุกหัวมุมถนนจะเห็นไอน้ำพวยพุ่งออกมาจากหม้อต้มกาแฟ แต่นาน ๆ จะเห็นคนขายกาแฟเติมผงกาแฟเสียทีหนึ่ง กาแฟที่ขายกันอยู่ จึงมีรสชาติเหมือนน้ำกาแฟค้างคืนเสียมากกว่า
แต่หลังจากที่มีแนวโน้มว่า คนบราซิลเริ่มสนใจดื่มกาแฟดี ๆ เจ้าของร้านอาหาร ภัตตาคารต่าง ๆ ในประเทศบราซิล จึงพากันส่งพนักงานในร้านไปเรียนวิธีชงกาแฟ เพื่อยกระดับคุณภาพกาแฟในประเทศ
ห้องเรียนวิชาชงกาแฟ เปิดสอนในย่านที่เป็นศูนย์กลางของนักซดกาแฟ โดยจะสอนถึงเทคนิคการชงกาแฟ ซึ่งปรับปรุงมาจากการชงกาแฟโบราณ ที่เรียกว่า cafezinho ซึ่งเป็นคำโปรตุเกสที่แปลว่า “กาแฟถ้วยน้อย” เป็นกาแฟดำรสเข้มที่ใส่น้ำตาลเยอะ ๆ
cafezinho อาจเปรียบได้กับโอเลี้ยงบ้านเรา ที่คนไทยตั้งแต่เศรษฐีพันล้าน ลงมาถึงยาจกคุ้นเคยดี
“กาแฟไม่เหมือนโคคา-โคล่า ที่เพียงแค่เปิดฝาขวดก็ยกซดได้ทันที ” นาทาน เฮิร์ซโกวิกส์ ประธานสหภาพอุตสาหกรรมกาแฟ แห่งเซาเปาลู กล่าว “เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพของกาแฟ ที่เสิร์ฟกันตามร้านอาหาร โดยกวดขันทั้งคุณภาพของวัตถุดิบ และวิธีการชงของพนักงานประจำร้าน
“ด่านสุดท้ายของความอร่อย คือคนชงกาแฟ แม้ว่าเราจะมีเมล็ดกาแฟพันธุ์ดีที่สุด ผ่านกระบวนการคั่วและบด ที่ประณีตที่สุด แต่ชงกาแฟออกมาจืดเป็นน้ำล้างหม้อกาแฟ ทุกอย่างก็จบ” เฮิร์ซโกวิกส์กล่าว พร้อมยกตัวอย่างว่า
“เอสเปรสโซรสเยี่ยม ต้องใช้เวลาต้มนานราว ๆ ๒๕ วินาที แต่ร้านกาแฟส่วนมากต้มแค่ ๑๐ วินาทีเท่านั้น ซึ่งน้อยเกินไป ทำให้กลิ่นและรสชาติของกาแฟ ออกมาไม่เต็มที่”

นักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนสอนชงกาแฟ จะใช้เวลาเรียนทั้งหมด ๑๒ เดือน โดยมีนักเรียน ๓๐๐ คน จากร้านกาแฟต่าง ๆ ทั่วเซาเปาลู ซึ่งเป็นรัฐที่มีการบริโภคกาแฟมากที่สุดในบราซิล ปัจจุบันมีโรงเรียนสอนการชงกาแฟ เปิดสอนแล้วสามแห่งในสามรัฐ คือ เซาเปาลู ซานโตส และริวเดจาเนโร
เฮิร์ซโกวิกส์กล่าวต่อไปว่า นอกจากการพัฒนาวิธีการชงกาแฟแล้ว ยังต้องหันมาใช้เมล็ดพันธุ์กาแฟที่มีคุณภาพด้วย ที่ผ่านมา บราซิลเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลก ที่มักจะบริการกาแฟ cafezinho ให้แก่ลูกค้าฟรี ๆ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายรถ ในคลินิก หรือร้านทำผม อันเป็นผลให้คนบราซิลต้องดื่มกาแฟเลว ๆ เพราะกาแฟที่แจกฟรีนั้น มักจะชงจากเมล็ดกาแฟคุณภาพต่ำ เพื่อประหยัดเงิน และร้านขายเมล็ดกาแฟ ในบราซิลส่วนใหญ่ จะขี้โกงลูกค้าที่ซื้อกาแฟบด มักจะได้ดิน ข้าวโพด น้ำตาล ข้าวบาร์เลย์ หรือขี้เลื่อย ผสมมาด้วย
ขณะที่เมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิกาชั้นเยี่ยมของบราซิล ที่นำมาชงเป็นกาแฟเอสเปรสโซ เครื่องดื่มยอดฮิตของคอกาแฟทั่วโลก มักจะส่งออกไปขายในอิตาลี เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา เพราะได้ราคาดีกว่า
เฮิร์ซโกวิกส์กล่าวว่า โรงเรียนกาแฟจะนำชื่อเสียง รสชาติกาแฟของบราซิลกลับคืนมา ให้สมกับคำเล่าลือว่า บราซิลคือดินแดนของกาแฟชั้นดี และไม่ได้เสิร์ฟของดี เฉพาะในร้านอาหารหรู ๆ เท่านั้น กาแฟข้างถนนถ้วยละ ๓๐ บาทก็หอมกรุ่นได้
บ้านเราก็เช่นกัน อีกหน่อยน่าจะมีมหาวิทยาลัยโอเลี้ยง มหาวิทยาลัยต้มยำกุ้ง เพื่อรักษารสชาติดั้งเดิม ที่นับวันจะหากินยากขึ้นทุกที

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *