กล้วยแขก หรือ กล้วยทอด

กล้วยแขก หรือ กล้วยทอด  

ที่รู้จักกันเป็นอย่างดีว่าเป็นขนมไทยสำหรับรับประทานเล่นที่ทำมาจากกล้วย ไม่ว่าจะเป็นสมัยก่อนหรือสมัยปัจจุบัน ผู้เขียนก็ยังคงรู้สึกว่า ความนิยมการรับประทานกล้วยแขกของคนไทยยังมิได้ลดน้อยลงไปเลย แต่จะมีความเป็นมาอย่างไรนั้น ไม่มีหลักฐานที่สามารถยืนยันได้ชัดเจน
       คุณตาคุณยายบางท่านบอกไว้ได้รับประทานกล้วยแขกตั้งแต่จำความได้ในสนนราคาชิ้นละไม่กี่อัฐกี่สตางค์ บางบ้านก็นิยมทำรับประทานกันเองในครัวเรือน จึงอาจทำความเข้าใจกันว่ากล้วยแขกเป็นมรดกในวิถีชีวิตของคนไทยมาหลายสิบปีแล้ว แต่ก็ยังมีข้อมูลที่ระบุให้ทราบต่อไปว่า ขนมไทยแท้ๆนั้นจะไม่มีการปรุงโดยวิธีทอด มีแต่ ปิ้ง นึ่ง เชื่อม หรือต้ม ฯลฯ
       ดังนั้นกล้วยแขกจึงอาจเป็นอาหารหวานที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างประเทศในยุคสมัยที่เราเริ่มรับเอาวัฒนธรรมจากต่างชาติจากการติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า เช่นเดียวกับขนมทองหยิบ ทองหยอด และฝอยทอง หรือภาชนะอื่นๆที่ไทยนำมาปรับใช้ในวิถีไทยจนกลายเป็นวัฒนธรรมของคนไทย และจาการสืบค้นข้อมูลก็ยังพบอีกว่า อาหารหรือของหวานที่ทำจากกล้วยนั้น หลายประเทศในแถบเอเชียมีความคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะข้าวเหนียวปิ้งไส้กล้วย ข้าวต้มผัด และกล้วยทอด หรือกล้วยแขกของไทย ซึ่งจะพบเห็นได้ทั่วไปตามร้านค้าบาทวิถีทั้งในประเทศอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ พม่า บังคลาเทศ อินเดีย มาเลเซีย กัมพูชากล้วยแขกที่มีรสชาติอร่อยนั้นนิยมใช้กล้วยน้ำว้าที่ไม่ดิบ หรือสุกจนเกินไป มาฝานตามยาวให้มีความหนาพอประมาณ โดยหนึ่งลูกควรฝานประมาณ 4 -5 ชิ้นจากนั้นนำไปชุบลงในแป้งที่ผสมจากแป้งข้าวเจ้า มะพร้าวขูด น้ำตาล เกลือ น้ำปูนใส น้ำ และงาคั่ว แล้วจึงนำไปทอดในน้ำมันร้อนๆ เมื่อสุกเป็นสีเหลืองทองก็นำมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน จึงรับประทานได้ รสชาติของกล้วยแขกจะมีความหวานมันหอม และกรอบแป้งที่หุ้มอยู่ภายนอกของกล้วย ส่วนภายในก็จะนุ่มเนื้อกล้วย ยิ่งถ้าคัดสรรที่สุกกำลังดี และฝานขนาดที่เรียกว่าพอดีคือไม่บางหรือหนาจนเกินไปมาทอดก็จะยิ่งทวีความอร่อย

       แต่น่าเสียดายที่ปัจจุบันมีแม่ค้าขายกล้วยแขกน้อยรายนักที่จะทอดกล้วยแขกได้อร่อยโดยเฉพาะใกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่จะเอาง่ายเข้าว่า เพราะเดี๋ยวนี้มีพ่อค้าหัวใสผลิตแป้งสำหรับทอดกล้วยโดยเฉพาะออกมาจำหน่าย ทำให้รสชาติของกล้วยแขกเปลี่ยนแปลงไป เพราะสมัยก่อนจะต้องผสมกันตามสูตรของแต่ละคน เรียกกันว่ามีสูตรเฉพาะของตนเองเก็บเป็นความลับ แต่กล้วยแขกที่ทอดจากแป้งสำเร็จรูปนั้นจะกรอบร่วนเหมือนแป้งสำหรับชุบทอดอาหารทั่วไปหากทอดไม่ดีก็จะอมน้ำมันและทำให้ไม่อร่อยในที่สุด
       ปัจจุบันการหาร้านกล้วยแขกที่อร่อยดูจะเป็นเรื่องยากมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการหาร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านอาหารจีน หรือร้านฟาสต์ฟู้ดขายมันฝรั่งทอด ( Fench fired ) ที่มีรสชาติเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกร้าน และมีอยู่ทั่วทุกหนแห่งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
       ส่วนกล้วยแขกนั้น ถ้าหากใครทำได้อร่อยก็มักจะขายในสนนราคาที่สูงคุ้มพอกับค่าเหนื่อยซึ่งก็ขึ้นอยู่กับทำเลที่ตั้งคือ ราคาเริ่มต้นที่จำหน่ายกันตามบาทวิถีตั้งแต่ราคา ชิ้นละ 1 บาท หรือ 8 ชิ้น 10 บาท บางรายที่มีหัวธุรกิจไปจัดจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่เรียกว่า “ กล้วยแขกขึ้นห้าง ” อาจจำหน่ายได้ในราคาชิ้นละ 2 บาท ถึง 5 บาท …กำไรเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว และสำหรับกล้วยแขกที่จำหน่ายในโรงแรมระดับห้าดาวบางแห่ง ขนาดที่ต้องเข้าคิวซื้อกันจะขายในราคาที่สูงถึงชิ้นละ 10 บาทก็มี ซึ่งคนที่พิสมัยการรับประทานกล้วยแขก และอยู่ในฐานะที่จะบริโภคได้ก็ไม่ย่อท้อยอมที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้รับประทานกล้วยแขกที่อร่อยที่สุด หรือบางทีพวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ทราบราคาต้นทุนของการทำกล้วยแขกจึงยอมที่จะลงทุนเพื่อสนองสุขนิยม            ( ความอร่อยลิ้น )ของตนเองก็เป็น แต่หากกล้วยแขกมีมูลค่าสูงถึงชิ้นละ 10 บาท ผู้เขียนก็อยากจะบอกกล่าวเชิญชวนให้คนไทยที่มีฝีมือในการทำขนมไทยมาเปิดกิจการขายกล้วยแขกกันมากๆ เพราะเป็นอาชีพที่สามารถทำกำไรได้ไม่แพ้ธุรกิจอื่นๆ และยังเป็นการตีตลาดลดดุลการจำหน่ายมันฝรั่งทอด สินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่เด็กและวัยรุ่นนิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลายจนน่าเป็นห่วง และประการสำคัญจะเป็นการร่วมกันปลุกกระแส และสร้างค่านิยมให้เด็กและเยาวชนหันกลับมาบริโภคกล้วยแขกมรดกแห่งภูมิปัญญาของบรรพบุรุษแทน
       ไม่แน่ว่า ในอนาคตของรับประทานเล่นแบบไทยๆ อย่าง “ กล้วยแขก ” อาจได้รับความนิยมไปทั่วโลกไม่แพ้มันฝรั่งทอดของชาติตะวันตกก็เป็นได้

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *