กลิ่นอโรมาบำบัดความเครียด

กลิ่นอโรมาบำบัดความเครียด

สุวคนธบำบัด (Aromatherapy) คือแขนงหนึ่งของการรักษาสุขภาพทางเลือก ที่กลายมาเป็นที่นิยมในหมู่คนรักสุขภาพ และผู้รักการทำสปาจำนวนไม่น้อย หลายคนเชื่อว่ากลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยที่สกัดออกมาจากมวลหมู่ไม้ จะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและทำให้จิตใจสงบขึ้นได้
น้ำมันหอมระเหยที่ใช้กันอยู่ทั่วไปก็มีหลายกลิ่นให้เลือก โดยให้ผลต่างๆ กันดังนี้
• มะลิ (Jasmine): ช่วยผ่อนคลายความดึงเครียดกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการอ่อนล้า
• คาโมไมล์ (Chamomile): ให้ความสดชื่น ผ่อนคลาย แก้ปวดหัว แก้ซึมเศร้า
• เมิรห์ (Myrrh): ช่วยปรับอารมณ์ ลดเสมหะ น้ำมูก
• มาร์จอแรม/สวีท มาร์จอแรม (Marjoram/Sweet Marjoram): ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย แก้ฟกช้ำ ตะคริว
• ขิง (Ginger): ผ่อนคลาย อบอุ่น แก้เครียด ปวดเมื่อย หวัด
• เจอราเนียม (Geranium): ผ่อนคลาย ปรับสมดุล แก้เครียด ผิวหนังติดเชื้อ
• ลาเวนเดอร์ (Lavender): สดชื่น ผ่อนคลาย หลับสบาย แก้ปวดเมื่อย เครียด
• โรสแมรี (Rosemary): ให้คุณสมบัติคล้ายกับลาเวนเดอร์ คือช่วยในการผ่อนคลาย
• สาระแหน่ (Peppermint): เย็นสดชื่น แก้อาการเมารถ ปวดหัว หวัด
• มะกรูด (ฺBergamot): สดชื่น ผ่อนคลาย หลับสบาย แก้ปวดเกร็ง
• มะนาว (Lemon): ทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า
• ส้ม (Orange): ทำให้มีจิตใจเบิกบานและอารมณ์เย็น
• ทีทรี (Tea Tree): เย็นสดชื่น ต้านเชื้อแบคทีเรีย แก้หวัด เจ็บคอ พัฒนาความคิดในเชิงบวก และเสริมสร้างความมั่นใจ
• ตะไคร้ (Lemon Grass): สดชื่น ปรับอารมณ์ แก้อาหารไม่ย่อย ยับยั้งการติดเชื้อโรค ป้องกันแบคทีเรีย
• แซนดัลวูด (Sandal wood): ผ่อนคลาย สงบ สร้างสมาธิ บรรเทาอาการอักเสบ
• โหระพา (Basil): สดชื่น แก้เครียด กระวนกระวาย ปวดเมื่อย
• แฟรงก์อินเซนซ์ (Frankincense): ผ่อนคลาย แก้เครียด เพิ่มความอ่อนเยาว์
• เสจ/แคลรี เสจ (Sage/Clary Sage): ผ่อนคลาย อบอุ่น แก้ปวดเมื่อย มีปัญหารอบเดือน
• กระดังงา (Ylang Ylang): ผ่อนคลายอารมณ์
• กุหลาบ (Rose): ช่วยผ่อนคลายความเครียด ฟื้นฟูความมั่นใจ
• สน (Pine): ลดอาการเลือดคั่งและปรับสภาพสีผิว ดีต่อโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ สามารถใช้บำรุงเส้นผมได้ด้วย
• ยูคาลิปตัส (Eucalyptus): ต่อต้านเชื้อโรค ลดอาการแน่นหน้าอก ช่วยให้หายใจสะดวกขึ้นสำหรับผู้ที่เป็นหวัด
• กำยาน (Franincense): บำรุงกำลังและเพิ่มความสวยงาม ช่วยให้รู้สึกเย็นสบายและผ่อนคลาย
• ว่าน (Cardamon): ช่วยฟื้นฟูสภาพความเมื่อยล้าและเฉื่อยชาเซื่องซึม

การเลือกใช้น้ำมันหอมระเหยก็มีข้อพึงระวังเช่นกัน ซึ่งผู้ใช้ควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจอย่างดีเสียก่อน จำไว้ว่า
1. ไม่ควรหยดน้ำมัยหอมระเหยลงบนผิวหนังโดยตรง
2. ไม่ควรดื่ม หรือรับประทานน้ำมันหอมระเหย เว้นแต่ได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญแล้วเท่านั้น
3. ห้ามใช้ปริมาณที่มากเกินไป
4. ควรเก็บน้ำมันหอมระเหยในขวดที่มีสี เข้ม ในที่ปลอดภัยห่างจากมือเด็กและเปลวไฟ
5. น้ำมัน หอมระเหยบางชนิดเหนี่ยวนำให้ ผิวหนังมีความไวต่อแสง (photosensitive)เช่น น้ำมันมะกรูด น้ำมันมะนาว ฯลฯ ดังนั้นจึงควร หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดโดยตรงภายหลังจากการ ใช้น้ำมันหอมระเหยเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง
6. เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว เช่น ลมชัก ความดันโลหิตสูง ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะน้ำมันหอมระเหยบางกลิ่นก็ไม่เพียงไม่เหมาะที่จะใช้ ยังอาจก็ก่อให้เกิดอันตรายได้ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก PHUKET INDEX.COM ค่ะ
http://information.phuketindex.com/info/healthy/40-essential-oils-benefits.html
ShareThis

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *