กลวิธีหลอกเหยื่อส่งซ่อง

กลวิธีหลอกเหยื่อส่งซ่อง

แฉ! กลวิธีหลอกเหยื่อ ส่งซ่องนรกบาห์เรน
“ทำงานแสนสบาย ประตูละ 3,000 บาท รับแขกแค่วันละ 2-3 คน ส่งเงินกลับบ้านเดือนละไม่ต่ำกว่าแสน โชคดีมีผัวบาห์เรนเลี้ยง กลายเป็นคุณนายใส่ทองเต็มตัว อย่าคิดมากเดี๋ยวพี่ออกค่าตั๋ว ค่าทุกอย่างให้หมด อีก 7 วันพาสปอร์ตเสร็จเจอกันที่ดอนเมือง รวยแล้วอย่าลืมกันก็พอ” นางสุดา (ขอสงวนนามสกุล) นายหน้าส่งหญิงไทยไปบาห์เรน กล่าวด้วยน้ำเสียงชวนเคลิบเคลิ้ม
หลังจาก 2 วันผ่านไป นางสุดา ซึ่งทำงานเป็นตัวแทนบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ก็ติดต่อกลับมาหาเหยื่อ เพื่อนัดแนะให้เจอกันที่สนามบิน พร้อมบอกเงื่อนไขว่าต้องเป็นหนี้ “แม่แท็ก” หรือคนดูแลที่รออยู่ในโรงแรมประเทศบาห์เรน ประมาณ 1 แสนบาท เพราะแม่แท็กออกเงินค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าประสานงานตำรวจให้ทั้งหมด ซึ่งจะหักจากค่าตัวที่ทำงานได้ช่วงแรกจนหมดหนี้
ส่วนใหญ่เหยื่อที่นางสุดา ชักชวนให้ไปขุดทองที่ตะวันออกกลาง มักเป็นหญิงไทยวัย 30-40 ปี ซึ่งมีหนี้สินรุงรัง หรืออดีตสาวบาร์อายุมากที่สู้สาวสายเดี่ยวรุ่นใหม่ไม่ได้ แม้เหยื่อจะเคยพบหน้านางสุดาเพียงแค่ 1 ครั้ง แต่บุคลิกที่พูดจาคล่องแคล่ว ดูน่าเชื่อถือบวกกับอาชีพขายประกันที่ดูมั่นคง ทำให้หลายคนไม่รู้สึกตัวเลยว่า กำลังคุยกับแก๊งค้ามนุษย์ข้ามชาติ
สำหรับกลุ่มนายหน้าหาเหยื่อนั้น จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มใช้อาชีพขายตรงบังหน้า เช่น ขายประกัน ขายเครื่องสำอาง ฯลฯ กลุ่มนี้จะเล็งเฉพาะเหยื่อสาวใหญ่ต่างจังหวัด อายุ 30-40 ปี กำลังมีหนี้สินล้นพ้นตัว ส่วนนายหน้ากลุ่มสอง จะเป็นผู้หญิงทำงานกลางคืน ที่คอยหาเหยื่อในบาร์ฝรั่งแถวพัทยา ร้านอาหารคาเฟ่ หรือร้านคาราโอเกะชานเมือง ซึ่งนายหน้ากลุ่มนี้มักเคยไปทำงานที่บาห์เรนมาก่อน จากนั้นก็ได้รับมอบหมายภารกิจจากแม่เล้าหรือแม่แท็ก ให้กลับมาหาเหยื่อรายต่อไป
โดยนายหน้าทั้งสองกลุ่ม จะได้ค่าหัวหรือค่าเปอร์เซ็นต์ประมาณ 10,000-20,000 บาทต่อราย โดยพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาและอายุ ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่นายหน้าว่า ลูกค้าแขกตะวันออกกลาง ชอบผู้หญิงมีอายุ อวบอ้วน ตัวสูง ที่สำคัญต้องก้นใหญ่ เพราะแขกส่วนมากจะตัวใหญ่ มีน้ำหนักตัวกว่า 80-100 กิโลกรัมขึ้นไป
ส่วนนายหน้ากลุ่มสุดท้ายนั้น จะเป็นนายหน้าพันธุ์ใหม่หรืออดีตหญิงที่เคยถูกหลอกให้ไปเป็นลูกแท็กเก่า เมื่อใช้หนี้แม่เล้าจนหมดสิ้น ก็อยากแก้แค้นให้ชีวิตบวกกับเห็นลู่ทางทำมาหากิน จึงอัพเดทตัวเองขึ้นมาเป็นแม่เล้าบ้าง โดยจะชักชวนเพื่อนที่เคยทำงานกลางคืนด้วยกันมาก่อน เมื่อรวบรวมได้ประมาณ 3-5 คน ก็จะเดินทางไปบาห์เรนพร้อมเหยื่อเลย
“เฟิน” หนึ่งในหญิงไทยที่เคยผ่านซ่องบาห์เรน เนื่องจากการชักชวนของนางสุดา เผยประสบการณ์ให้ฟังว่า นายหน้ามักนัดให้เหยื่อไปเจอที่ท่าอากาศยานดอนเมืองก่อนเที่ยง แม้เครื่องบินจะออกเดินทางประมาณ 5 โมงเย็นก็ตาม เนื่องจากนายหน้าส่วนใหญ่จะส่งหญิงไทยไปพร้อมกันกลุ่มละ 3-4 คน จึงต้องมีการนัดแนะและซักซ้อมความเข้าใจให้ดี โดยเฉพาะการ “อุ้ม” ผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ซึ่งนายหน้าจะใช้โทรศัพท์ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ข้างใน
แม่เล้าไทยประจำซ่องแห่งหนึ่งกลางกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังด้วยความภาคภูมิใจว่า ตนรู้จักเจ้าหน้าที่ สตม.หลายคน หากจะส่งเด็กผ่านเข้ามาก็ต้องเสียค่าอุ้มประมาณหัวละ 3,000 บาท ถ้าไม่เสียเงินค่าอุ้ม เด็กจะโดนซักถามและแกล้งค้นตัว หรือยึดกระเป๋าไว้ สำหรับวิธีการจ่ายเงินนั้น ต้องจ่ายทันที ไม่ใช้วิธีโอนเงินผ่านธนาคารเพราะจะมีหลักฐาน
“ส่วนใหญ่จะใช้วิธีให้คนของเราไปเจอกับเมียเจ้าหน้าที่ สตม.ที่บ้านก่อนเด็กเช็คอิน พอเด็กจะเดินเข้าด่านก็โทรมือถือไปบอกคนของเราว่าเดินแล้วนะ แล้วก็ถือหูโทรศัพท์รอ เมียก็จะโทรหาแฟนเขา พอเด็กเดินผ่านไปได้ เราก็บอกโอเค คนของเราก็จ่ายค่าอุ้มเลย 3 คน ก็ 9,000 บาท แต่ก่อนจ่ายแค่หัวละ 1,000 บาท แต่ช่วงนี้ถูกจับตามองเยอะ พวกเขาก็เลยขอขึ้นราคา” แม่เล้าเผยกลยุทธ์อุ้มเด็กผ่านด่าน สตม.
สายการบินที่เปิดเส้นทางการบินจากกรุงเทพฯ ไปบาห์เรนนั้น จะมีทั้งสายการบินไทย ซึ่งมีค่าตั๋วราคา 18,900 บาท และกัลฟ์แอร์ไลน์ราคา 19,700 บาท เมื่อเหยื่อเดินทางไปถึงสนามบินนานาชาติ ประเทศบาห์เรน ที่ตั้งอยู่ในเมืองมูฮาร็อค (Muharraq city) ก็จะมีแม่เล้าไทยไปรอรับ โดยนัดแนะกับนายหน้าที่เมืองไทยว่าเหยื่อแต่งตัวแบบไหนบ้าง “เด็กของสุดาใช่มั้ย ไปกับพี่เลยมีรถมารอรับแล้ว เร็วเข้าเดี๋ยวตำรวจเห็น ที่นี่ประเทศมุสลิม ถ้าใครมาขายตัวจะถูกจับเข้าคุกหลายปี เปิดโรงแรมรอแล้ววันนี้ แขกเยอะแยะเลย ไม่ค่อยเหนื่อยใช่มั้ย รับแขกเลยนะ จะได้รีบส่งเงินกลับบ้าน เอาพาสปอร์ตกับตั๋วมาเลย หมดหนี้แท็กแล้วจะคืนให้” นางแนนซี่ แม่เล้าสาวใหญ่

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *