กลยุทธ์ SMEs ไทยอยู่อย่างไรให้รอด

กลยุทธ์ SMEs ไทยอยู่อย่างไรให้รอด

สถานการณ์การแข่งขันท่ามกลางการเมืองและเศรษฐกิจไม่นิ่งอย่างนี้ ต้องฝึกจัดการแบบต่อยอด

ดูไปแล้วก็คือทฤษฎีระบบธรรมดา แต่เนื้อหานั้นเป็นเรื่องของการบูรณาการทฤษฎีระบบของ เดวิด อีสตัน กับ ทฤษฎี การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน Competitive Advantage ของ ไมเคิล อี พอตเตอร์ เข้าด้วยกัน

ผมเชื่อว่า แต่ละคนก็มีแนวคิดมีแนวทางหลากหลาย ทฤษฎีเด็ดๆหาได้ไม่ยาก แต่ที่ยากกว่า คือได้มาแล้วจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์และเข้ากับแนวทางของเราได้ยังไง

ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์ โลกที่แคบลงแค่ปลายนิ้วคลิกเมาส์คอมพิวเตอร์ (Globalization) ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Change) ความต้องการของลูกค้าก็มากขึ้น (Customer) ส่งผลให้การแข่งขันเพื่อสร้างทางเลือกที่จะเข้าไปนั่งในใจลูกค้าก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว (Competition) นั่นคือตัวแปรที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่ผู้ประกอบการทุกคนเจอเหมือน กันหมด แต่ใครล่ะที่จะเป็นผู้อยู่รอดที่เข้าไปนั่งในใจของลูกค้าได้

ถึงตรงนี้เราต้องมองข้ามช็อตไปดูที่ผลลัพธ์ (output) เพื่อตั้งเป็นเป้าหมาย การที่สินค้าและบริการของเราจะโดดเด่น ต้องดีกว่า (better) คุ้มค่ากว่า (cheaper) และตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ รวดเร็วกว่า (faster) เป็นสามข้อที่จะทำให้เราเกิดความได้เปรียบทางการแข่งขัน

แล้วจะทำได้อย่างไรถึงจะเกิด better cheaper faster

มาดูที่ ต้นทาง (input) หรือต้นทุนบนหน้าตักของสิ่งที่เรามีครับ อันดับแรกก็ต้องพิจารณาจาก ตัวเรา ลูกน้องเรา ทีมงานของเรา (man) มีศักยภาพที่โดดเด่นอะไรบ้าง งัดออกมาให้หมด เงินทุนเราหนา สายป่านเรายาวแค่ไหน (money) วัตถุดิบที่เรามี (material) ที่ได้เปรียบคนอื่น คนอื่นต้องซื้อแต่เรามีอยู่แล้ว หรือเรามีแหล่งที่ได้มาในราคาถูก และที่มองข้ามไม่ได้คือ เทคโนโลยี (technology) เครื่องทุ่นแรงและสมองจะเข้ามาช่วยให้เราทำงานได้ง่ายขึ้นเหนื่อยน้อยลงและช่วยควบคุมประสิทธิภาพของงานในส่วนใดบ้าง

จากนั้นก็ต้องประมวลและประเมินศักยภาพของเราว่าเราจะนำสิ่งที่กองอยู่บนหน้าตักสร้างให้เกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างไร (process)

จะให้เกิด better ก็ต้องสร้างให้เกิดงานที่แตกต่าง (differentiation) แล้วก็ต้องแตกต่างในทางสร้างสรรค์ด้วยนะครับ

จะให้เกิด cheaper ก็ต้องบริหารต้นทุนให้ต่ำกว่า (cost leadership) หรือ ไม่ก็หามูลค่าเพิ่มส่วนอื่นที่ทำให้ลูกค้าเกิดความรู้สึกคุ้มค่า เพราะ cheaper ไม่ได้หมายถึงราคาถูกกว่าเสมอไปนะครับ ของบางอย่าง แค่ใส่คำว่า limited edition ก็ขายราคาสูงแถมคนเข้าคิวรออีกต่างหาก

จะให้เกิด faster ก็ต้องชิงลงมือก่อนคู่แข่ง (speed) “เจ้าเก่า” ยุคนี้ต้องหลีกทางให้กับ “เจ้าแรก”

แต่ทั้งหมดที่ว่ามา ต้องมีการประเมินและวัดผล (Measurement & Evaluation) เพื่อนำไปปรับปรุงสินค้าและบริการว่าตรงกับความต้องการของลูกค้าหรือไม่?

แล้วจะรู้ได้อย่างไร? ก็ต้องใช้กระบวนการของการสำรวจ สอบถาม research เพื่อเช็กความเห็นจากผู้ใช้สินค้าและบริการจริงๆ อย่าได้ทึกทักเอาเองเป็นอันขาดว่าของเราดีของเราเจ๋ง

เพราะสุดท้ายลูกค้าเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า ทางที่เราเห็นน่ะ รอดหรือไม่รอด?

ที่มา : http://www.siaminfobiz.com/

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *