กลยุทธ์ การสอนคิดเชิงกลยุทธ์

บทสรุปสาระจากการอ่าน 1 คน 1 เรื่อง
กลยุทธ์ การสอนคิดเชิงกลยุทธ์ โดย ดร. สุวิทย์ มูลคำ

ความเชื่อมโยงกับสมรรถนะ “การคิดวิเคราะห์”

หนังสือเรื่อง “กลยุทธ์ การสอนคิดเชิงกลยุทธ์” สอดคล้องกับสมรรถนะหลักเรื่องการคิดเวิเคราะห์ กล่าวคือ การคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Thinking) จัดเป็นพื้นฐานความสามารถทางการคิดประการหนึ่งของมนุษย์ ในการหาวิธีการหรือทางเลือกที่ดีที่สุด ภายใต้สภาวะต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ การคิดเชิงกลยุทธ์มีลักษณะเป็นกระบวนการคิด เกิดขึ้นเมื่อมี เป้าหมาย บางอย่างที่ต้องการทำให้สำเร็จ การจะบรรลุเป้าหมายต้องมีการกำหนดทางเลือกที่คิดว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จมากที่สุด โดยการวิเคราะห์และประเมินสถานะ
ดังนั้น การคิดเชิงกลยุทธ์จึงเป็นการนำระบบการคิดวิเคราะห์มาพัฒนาระบบวิธีคิดเชิงกลยุทธ์และนำระบบวิธีคิดดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ในการปฏิบัติงาน ซึ่งสรุปเนื้อหาจากหนังสือ “กลยุทธ์ การสอนคิดเชิงกลยุทธ์” ซึ่งกล่าวถึงความหมาย คุณลักษณะกลยุทธ์ที่ดี ลักษณะการคิดเชิงกลยุทธ์ รูปแบบกลยุทธ์ ประโยชน์การคิดเชิงกลยุทธ์ ลักษณะนักคิดเชิงกลยุทธ์และกระบวนการคิดเชิงกลยุทธ์

กลยุทธ์ หมายถึง แนวทาง หรือแผนการทำงานที่ดี มีความยืดหยุ่นพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จตามวัตถุประสงค์

คุณลักษณะของกลยุทธ์ที่ดี ประกอบด้วยมีจุดเน้นที่ชัดเจน ไม่มีขอบเขตคลุมกว้างเกินไปจนไม่มีจุดเน้น มีกลไกการประสานให้ทุกอย่างเข้ากันได้และต้องคล่องตัวตามทันการเปลี่ยนแปลง

การคิดเชิงกลยุทธ์ หมายถึง ความสามารถในการกำหนดวิธีการทำงานที่ดีที่สุด และมีความยืดหยุ่น พลิกแพลงได้ภายใต้สภาวการณ์ต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ต้องการ

ลักษณะการคิดเชิงกลยุทธ์ คือการคิดที่มีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ตรงกับความต้องการที่แท้จริง เป็นกระบวนการ วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ประเมินสถานภาพทั้งของตนเองและสภาพแวดล้อม คาดสถานการณ์อนาคต หาทางเลือกและประเมินทางเลือกก่อนดำเนินการ วางแผนอย่างเป็นขั้นตอน ยืดหยุ่นเปลี่ยนแปลงหรือพลิกแพลงได้ตามสถานการณ์และเป็นการคิดเชิงรุกเชิงรับได้

สภาวะหรือสถานการณ์ที่เราจะคิดเชิงกลยุทธ์เมื่ออยู่ในสภาวะที่ต้องบรรลุเป้าหมายภายใต้ข้อจำกัด ต้องมีการแข่งขันหรือต่อสู้ ต้องตัดสินใจเลือกทางเลือกที่มีอยู่หลายทางและต้องแก้ปัญหา

รูปแบบของกลยุทธ์ แบ่งได้เป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากความตั้งใจและความต้องการของผู้ทำกลยุทธ์ กลยุทธ์ที่เกิดขึ้นจริง เป็นกลยุทธ์ที่เกิดจากความตั้งใจและเกิดขึ้นจริง เกิดจากการไตร่ตรอง นำกลยุทธ์ที่เกิดจากความตั้งใจมาพิจารณาใหม่โดยหาข้อมูล หาเหตุผลและพิจารณาอย่างถ่องแท้ กลยุทธ์ที่ไม่เกิดขึ้นจริง เป็นกลยุทธ์ที่ไม่เกิดขึ้นเนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไปทำให้ความคิดเปลี่ยนและกลยุทธ์ที่เกิดใหม่ มีการพิจารณาไตร่ตรองกันใหม่และมีสถานการณ์ต่างไปจากเดิม ทำให้มีกลยุทธ์ใหม่ไม่เหมือนกลยุทธ์ที่ตั้งใจในตอนแรก

ประโยชน์ของคิดเชิงกลยุทธ์ ทำให้เรามองเห็นภาพอนาคตได้ชัดเจนขึ้น เห็นจุดอ่อน/จุดแข็งของตนเองและคู่แข่งขัน อุปสรรคและโอกาสของความสำเร็จของงาน ทางออกที่หลากหลาย สร้างแนวทางปฏิบัติให้เป้าหมายนั้นเป็นจริง ควบคุมตัวเราให้ไปถึงจุดหมาย ทำให้เราตระหนักถึงผลได้ผลเสียของการตัดสินใจ พัฒนาทักษะการตัดสินใจในสภาการณ์ต่าง ๆ ช่วยให้ปรับตัวได้ภายใต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อม ไม่ให้หลงไปกับผลประโยชน์ระยะสั้น ปลดปล่อยความคิดที่ติดยึดกับความสำเร็จในอนาคตและสร้างความได้เปรียบในสถานการณ์ต่าง ๆ

ลักษณะนักคิดเชิงกลยุทธ์ ควรประกอบด้วยความสามารถในเรื่องการคิดอย่างเป็นกระบวนการคือ มีเป้าหมายที่ชัดเจน คิดอย่างรอบคอบและมีการจัดลำดับความคิด ความสามารถในการวิเคราะห์และประเมินสถานะคือวิเคราะห์และประเมินจุดอ่อน/จุดแข็งของตนเองและคู่แข่ง วิเคราะห์และประเมินสภาพแวดล้อม สถานการณ์ปัจจุบันและคาดการณ์อนาคต ความสามารถในการกำหนดแนวทางคือหาทางเลือกที่หลากหลาย กำหนดขอบเขตของปัญหาและกำหนดเป้าหมายที่มากกว่าหนึ่งเป้าหมาย ความสามารถในการตัดสินใจคือการประเมินทางเลือกและคาดการณ์ผลลัพธ์ ความสามารถในการวางแผนคือการจัดลำดับขั้นความสำคัญในการดำเนินการ การรู้จังหวะและโอกาส รู้ว่าเวลาใด ที่ใด ควรทำอะไร การทดสอบแผนในสนามความคิดและการเตรียมแผนสำรองล่วงหน้า หากเกิดสถานการณ์ที่แตกต่าง ความสามารถในการดำเนินการคือมั่นใจในการควบคุมตนเองสู่เป้าหมาย การควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้น คาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจเสมอและคาดหวังผลปลายทางมากกว่าผลเฉพาะหน้า ความสามารถในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้าคือประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ยืดหยุ่นพลิกแพลงตามสถานการณ์ เตรียมความพร้อมอยู่เสมอเพื่อรอจังหวัดและโอกาสและคาดการณ์อันตรายและเตรียมการป้องกัน

กระบวนการคิดเชิงกลยุทธ์เริ่มจากการกำหนดเป้าหมาย วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก ประเมินสถานภาพ กำหนดกลยุทธ์ เลือกกลยุทธ์ วางแผนสู่การปฏิบัติ ดำเนินการและประเมินผล ในแต่ละขั้นตอนมีรายละเอียดดงนี้.-
1. กำหนดเป้าหมาย อาจมีได้ใน 2 ลักษณะ คือ เป้าหมายในการแก้ปัญหา และเป้าหมาย
ตามความต้องการ ซึ่งเป้าหมายที่ดีนั้นควรจะมีลักษณะ เห็นภาพในอนาคต วัดผลได้ และบอกเวลาที่ต้องการประสบความสำเร็จอย่างชัดเจน
2. วิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก
– สภาพแวดล้อมภายใน เป็นปัจจัยที่องค์กรสามารถควบคุมได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่แสดงถึง
จุดแข็งจุดอ่อนขององค์กร
– สภาพแวดล้อมภายนอก เป็นปัจจัยที่องค์กรควบคุมไม่ได้ และมีความสำคัญต่อ
ความสำเร็จขององค์กร
3. ประเมินสถานภาพ เป็นกระบวนการประมวลผล สรุปเนื้อหาที่ได้จากการวิเคราะห์
สภาพแวดล้อมในลักษณะการสังเคราะห์เพื่อตอบคำถามสำคัญ คือ ปัจจุบันเราอยู่ตรงไหน สถานภาพของเราพึงประสงค์มากน้อยเพียงใด อนาคตเราจะเป็นอย่างไร สภาวการณ์ที่เป็นอยู่เกิดจากอิทธิพลจากปัจจัยภายในหรือภายนอกมากกว่ากัน
4. กำหนดกลยุทธ์ กลยุทธ์เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นสำหรังการดำรงชีวิตของบุคคลและการ
ดำเนินงานขององค์กร โดยกลยุทธ์จะถูกกำหนดขึ้นตามลักษณะพื้นฐาน ทั้งนี้การจะกำหนดกลยุทธ์ได้จะต้องรู้สถานภาพ หรือสภาะแวดล้อมของตนเองหรือองค์กรก่อน
5. เลือกกลยุทธ์ ทดสอบ/ประเมิน ทางเลือกกลยุทธ์ที่กำหนดไว้หลาย ๆ ทาง จะต้องถูก
นำมาวิเคราะห์เพื่อประเมินความเหมาะสมทีละกลยุทธ์ เป็นการประเมินข้อดีข้อเสีย ผลประโยชน์ เงื่อนไขข้อจำกัด และเพื่อประเมินหรือคาดการณ์ผลกระทบเมื่อนำไปใช้
6. วางแผนสู่การปฏิบัติ การวางแผนเป็นการตอบคำถามว่า เราจะไปสู่เป้าหมายนั้นได้
อย่างไร และเราจะต้องทำอะไร ทำเมื่อไร ทำอย่างไร ทำสิ่งใดก่อน-หลัง และใช้เวลานานเท่าใด นอกจากนี้ยังเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนลงมือปฏิบัติจริง
7. ดำเนินการ สิ่งสำคัญที่จะต้องตระหนักคือต้องพยายามทำตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งใช้
ทรัพยากรต่างๆ อย่างประหยัดเกิดความคุ้มค่า พร้อมที่จะยืดหยุ่นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในขณะนั้น
8. การประเมินผล เป็นการนำเอาผลงานที่เกิดขึ้นมาประมวลเข้าด้วยกันเพื่อทำการวิเคราะห์
และสรุปว่าผลงานที่เกิดขึ้นนั้นได้ผลตามจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่

————————————————————-

นิตยา เกษตร์ภิบาล
ศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนสระบุรี

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *