กลยุทธ์ไอเอ็มซีกับธุรกิจเอสเอ็มอี (ตอน 2) (Strategic IMC for SMEs)

กลยุทธ์ไอเอ็มซีกับธุรกิจเอสเอ็มอี (ตอน 2) (Strategic IMC for SMEs)

ในฉบับที่แล้วผู้เขียนกล่าวถึงเครื่องมือไอเอ็มซีที่ใช้กำหนดขอบเขตลูกค้าเป้าหมาย ทั้งการร่วมงานแสดงสินค้า การเป็นผู้สนับสนุนทางการตลาดและการประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ส่วนในฉบับนี้ขอเขียนถึงเครื่องมือที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันอีกสองเครื่องมือเพื่อใช้ในการกำหนดขอบเขตลูกค้าเป้าหมายต่อจากตอนที่ผ่านมา
4. การทำกิจกรรมทางการตลาด (Event Marketing) เป็นเครื่องมือไอเอ็มซีที่เจ้าของธุรกิจเอสเอ็มอีให้ความสำคัญมาก เนื่องจากเครื่องมือนี้สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายในระดับรากหญ้า (Grass-Roots) ของธุรกิจเอสเอ็มอีได้เป็นอย่างดี โดยผ่านกิจกรรมที่แฝงในวิถีชีวิตได้อย่างกลมกลืนโดยที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายไม่รู้สึกว่ากำลังถูกยัดเยียดข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้าและชักจูงให้ซื้อสินค้าแต่อย่างใด เช่น การนำสินค้าเข้าร่วมงาน กาชาดของจังหวัด การร่วมออกร้านกับสินค้า OTOP เข้าร่วมงานแสดงสินค้าหัตถกรรมท้องถิ่น ร่วมกิจกรรมทางการตลาดกับจังหวัดในงานประเพณี เป็นต้น ซึ่งกิจกรรมทางการตลาดที่เจ้าของธุรกิจได้พิจารณาเข้าร่วมนั้นต้องมีความสัมพันธ์และสอดคล้องกับจุดยืนของสินค้าและนโยบายของธุรกิจด้วย

5. การโฆษณา (Advertising for SMEs) ท่านอย่าได้นึกถึงการทำโฆษณาสินค้าที่ใหญ่โตอะไรเลย เพราะธุรกิจเอสเอ็มอีไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เนื่องจากมีงบประมาณจำกัด แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจนี้จะทำโฆษณาไม่ได้ เพียงแต่ว่านักการตลาดในธุรกิจเอสเอ็มอีต้องมีความรอบคอบในการทำงานสร้างสรรค์และคัดสรรสื่อโฆษณาสินค้าอย่างพิถีพิถันมากเป็นพิเศษเท่านั้น ซึ่งการทำโฆษณาสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นอาจทำผ่านเคเบิลทีวีท้องถิ่น โดยพิจารณาเลือกรายการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและกลุ่มเป้าหมาย โฆษณาในสื่อวิทยุท้องถิ่น เนื่องจากมีราคาถูกและเลือกลงโฆษณาในช่วงทำงาน และระหว่างการเดินทางถ้าสินค้านั้นมีกลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มคนทำงาน เลือกโฆษณากับสื่อกลางแจ้งตามสถานีรถไฟในรถประจำทางตามถนนหลัก ๆ ในจังหวัด และที่ห้างสรรพสินค้าของท้องถิ่นตลอดจนอาจร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่แนะนำร้านค้าชั้นนำในจังหวัด โดยการจัดทำโบรชัวร์แนะนำร้านค้าที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังอาจทำโฆษณาร่วม (Cooperative Advertising) กับร้านค้าอื่นๆ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลของสินค้าให้เป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไปให้รับทราบและสร้างการยอมรับในสินค้าของบริษัท

ทั้งนี้การทำโฆษณาในธุรกิจเอสเอ็มอีนั้น นักกลยุทธ์ควรระลึกเสมอว่า ต้องทำงานโฆษณาที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดีและน่าสนใจ ไม่ใช่แค่คำนึงถึงเฉพาะการเข้าถึงและความถี่ในการนำเสนอสปอตโฆษณาเท่านั้นโดยที่มีเนื้อหาสาระของโฆษณาที่ไม่สร้างสรรค์เท่าที่ควร เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของตราสินค้ามากกว่าจะเป็นผลดีต่อสินค้านั้น ๆ

จะเห็นได้ว่าการใช้เครื่องมือไอเอ็มซีเพื่อธุรกิจเอสเอ็มอีนั้นจะเน้นทั้งในแบบดั้งเดิมและรูปแบบใหม่ (Traditional and Nontraditional Tools) โดยที่ผู้เขียนให้ความสำคัญกับงานสร้างสรรค์และความทุ่มเททั้งกำลังกายและสติปัญญาในการพัฒนาสินค้าตลอดจนการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทกับชุมชน ท้องถิ่น ให้เป็นไปในทิศทางที่พึงประสงค์และยั่งยืนจึงจะส่งผลให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเหล่านั้นประสบความสำเร็จได้ดังที่ตั้ง เป้าหมายไว้

คราวนี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงการใช้เครื่องมือไอเอ็มซีในการกำหนดความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าในการเข้าถึงบริษัท (Helping Customers Reach the Company) สำหรับเครื่องมือไอเอ็มซีในการทำให้ ลูกค้าสามารถติดต่อกับบริษัทได้อย่างสะดวกนั้น สามารถทำได้ดังนี้
1. การใช้เครือข่ายและสมาคม (Networking) โดยการนำบริษัทเข้าร่วมกับสมาคมพ่อค้าในท้องถิ่น เป็นกรรมการสโมสรโรตารีหรือไลออนส์ตลอดจนร่วมโครงการช่วยเหลือท้องถิ่น เพื่อสร้างกระแสปากต่อปาก (Word-of -Mouth) กับคนในชุมชน ในที่สุดก็จะโยงใยไปสู่การยอมรับและการเกิดทัศนคติที่ดีที่มีต่อสินค้า

2. การตลาดแบบกองโจร (Guerilla or Lifestyle Marketing) หรือที่เรียกว่าการทำกิจกรรมทางการตลาดนั่นเอง เป็นการเข้าร่วมกิจกรรมงานแสดงสินค้าท้องถิ่น (Local Fair) หรืองานแสดงสินค้าตามท้องถนน (Street Fair) เป็นต้น

3. การตลาดโดยตรง (Direct Marketing) อย่าเพิ่งตกใจว่าจะสิ้นเปลืองอะไรมากมาย เพียงแค่ใช้การโทรศัพท์ จดหมาย หรือส่งโทรสารไปยังสำนักงานของกลุ่มเป้าหมาย โดยบอกถึงรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้า หรือ การส่งเสริมการขายที่กำลังจัดอยู่ให้กลุ่มเป้าหมายได้รับทราบ หรืออาจบอกผ่านอินเตอร์เน็ตก็ได้

4. ทำหมายเลขโทรศัพท์ที่ง่ายต่อการจำและสะดวกในการติดต่อของลูกค้า โดยกำหนดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถจดจำหมายเลขโทรศัพท์ได้ และเกิดความสะดวกในการติดต่อกับบริษัทได้ง่ายและรวดเร็วยิ่งขึ้นนั่นเอง

เช่น หมายเลขโทรศัพท์ 02 – 231 – AUTO สำหรับธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์

หมายเลขโทรศัพท์ 02 – 555 – SHOP สำหรับร้านค้าที่ขายของ เป็นต้น

5. การทำประชาสัมพันธ์ (Public Relations) ซึ่งถือเป็นเครื่องมือการตลาดที่ใช้ในการปูพรมข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอผ่านภาพลักษณ์ของสินค้า หรือผู้บริหารเองก็ตาม ต่างก็ส่งผลต่อตราสินค้าในธุรกิจเอสเอ็มอีทั้งสิ้น โดยเฉพาะการส่งสารเพื่อประชาสัมพันธ์ในทุกสื่อนั้นควรมีการระบุที่อยู่ หรือ เว็บไซต์ เพื่อง่ายต่อการติดต่อกับบริษัทของกลุ่มเป้าหมาย

6. การเยี่ยมร้าน (Store Visit) เป็นวิธีการหนึ่งที่ใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับร้านค้าที่วางจำหน่ายสินค้าของธุรกิจเอสเอ็มอี เพื่อให้เกิดทัศนคติและความสัมพันธ์ที่ดีกับตราสินค้า อันจะส่งผลให้ร้านค้าช่วยโน้มน้าวและชักจูงกลุ่มเป้าหมายให้ซื้อสินค้าในที่สุด

ในฉบับหน้า ผู้เขียนจะได้กล่าวถึงเครื่องมือไอเอ็มซีที่ใช้เพื่อลดความเสี่ยงในการซื้อสินค้า (Reducing Purchase Risk for Customers) ว่ามีรายละเอียดที่น่าสนใจอย่างไรบ้าง แล้วพบกันนะครับ !

ที่มา : http://www.brandage.com/

Tags:

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *