กลยุทธ์การส่งออกสินค้าไทย

กลยุทธ์การส่งออกสินค้าไทย

การส่งออกมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากเป็นตัวจักรสำคัญในการช่วยเพิ่มรายได้ให้ประเทศ และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้แต่ในยามที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจการส่งออกนับเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้เศรษฐกิจไทยพ้นจากภาวะตกต่ำได้

ในระยะเวลาที่ผ่านมา ไทยอาศัยความได้เปรียบเทียบทางด้านทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่จำนวนมากและค่าจ้างแรงงานต่ำ ช่วยควบคุมต้นทุนการผลิตสินค้าให้อยู่ในระดับไม่สูงนัก จึงสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันความได้เปรียบดังกล่าวเริ่มลดลง เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติเริ่มเสื่อมโทรมและค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้น นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมในตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น มีการแข่งขันทางการค้ารายใหม่ๆ ที่สามารถผลิตสินค้าได้ในราคาต่ำกว่าไทยและมีการพัฒนาคุณภาพสินค้ามากขึ้นเป็นลำดับ ดังนั้น ไทยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับกลยุทธ์ และยกระดับความสามารถในการผลิตและการตลาดเพื่อการส่งออกให้สูงขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด และช่วยให้สินค้าไทยยืนหยัดต่อไปบนเวทีการค้าโลกในอนาคต

สำหรับแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งออก จำเป็นต้องให้ความสำคัญทั้งทางด้านการผลิตและการตลาด ดังนี้

กลยุทธ์สำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพในการผลิต ได้แก่

– พัฒนาโครงสร้างการผลิตภายในประเทศ ด้วยการลดการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบในการผลิตสินค้า โดยเฉพาะสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ โดยการส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น และส่งเสริมอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าที่มีสัดส่วนการนำเข้าวัตถุดิบ (Import Content)ในระดับต่ำเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในประเทศให้จำหน่ายได้ในราคาที่สูงขึ้นอีกทั้งยังช่วยรักษาระดับราคาสินค้าให้มีเสถียรภาพมากขึ้นด้วย

– ติดตามและพัฒนา ตลอดจนตรวจสอบและควบคุมการผลิตทุกขั้นตอนให้ได้มาตรฐานตามที่ประเทศคู่ค้ากำหนด เช่น มาตรฐานในเรื่องสุขอนามัย HACCP มาตรฐานการผลิตสินค้าฮาลาล(HALAL) หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับสินค้า GMOs และควรคำนึงถึงข้อกำหนดอื่นๆ ที่อาจนำมาใช้ในการกีดกันการนำเข้าสินค้า เช่น การผลิตที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้แรงงานเด็ก (Child Labor) การให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare)ในระหว่างเลี้ยงหรือก่อนการนำไปแปรรูปเป็นต้น

– ให้ความสำคัญกับการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา (R&D)เพื่อพัฒนาความสามารถด้านเทคโนโลยีที่จะช่วยในการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าหรือช่วยลดต้นทุนการผลิตให้ต่ำลงรวมทั้งพัฒนาและปรับปรุงการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้มากขึ้น

กลยุทธ์ที่สำคัญในการพัฒนาประสิทธิภาพด้านการตลาด ได้แก่

– ศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคในตลาดเป้าหมาย ปัจจุบันความต้องการของผู้บริโภคเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดลักษณะของผลิตภัณฑ์ จึงจำเป็นต้องมีการสำรวจและวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภค โดยพิจารณาจากค่านิยม ความเชื่อ ขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และรายได้ ซึ่งจะช่วยให้สามารถพัฒนารูปแบบสินค้าได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด

-วิจัยเพื่อขยายตลาดในการดำเนินนโยบายทางการตลาดนอกจากการรักษาส่วนแบ่งตลาดในตลาดหลักแล้วควรศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆที่มีศักยภาพเพื่อลดการพึ่งพาตลาดหลักที่จำกัดโดยศึกษาข้อมูลของประเทศที่เป็นตลาดเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพตลาดเช่นการเจริญเติบโตของตลาดระดับรายได้รายได้และการกระจายรายได้ของประชากรภาวะการแข่งขันของผลิตภัณฑ์เป็นต้นนอกจากนี้ควรศึกษาข้อมูลด้านภาษีและกฎระเบียบต่างๆเช่นพิกัดอัตราภาษีศุลกากรกฎระเบียบหรือข้อกำหนดเกี่ยวกับมาตรฐานและคุณสมบัติของสินค้าที่ประเทศนั้นอนุญาตให้นำเข้าซึ่งล้วนเป็นเรื่องสำคัญ

-ให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายรวมถึงการรับประกันคุณภาพสินค้าโดยเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต้องให้บริการและติดตามปรับปรุงอยู่เสมอเพื่อสร้างความประทับใจและความพึงพอใจให้ผู้บริโภคเกิดความมั่นใจที่จะซื้อสินค้าในครั้งต่อไป

– พัฒนาการค้าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)โดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการประกอบธุรกิจตั้งแต่ระดับปฏิบัติการไปถึงการขายผ่านระบบเครือข่ายทั่วโลกซึ่งนอกจากจะสะดวกรวดเร็วแล้วยังช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานและเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

– พัฒนาบรรจุภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ปัจจุบันรูปแบบของบรรจุภัณฑ์เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยดึงดูดให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในสินค้า สินค้าที่มีหีบห่อสวยงามเป็นที่สะดุดตาผู้ซื้อย่อมได้เปรียบสินค้าชนิดเดียวกันที่มีบรรจุภัณฑ์ด้อยกว่า นอกจากนั้น บรรจุภัณฑ์ยังเป็นสื่อในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างได้ผล และเป็นแรงจูงใจสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคยินยอมซื้อสินค้าในราคาสูง

ที่มา : www.ismed.or.th

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *