กลยุทธการจัดการความเครียดในแนวตะวันออก

กลยุทธการจัดการความเครียดในแนวตะวันออก
หากพิจารณาถึงวิถีชีวิตของคนไทยในยุคนี้ จะพบว่าแตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง มุ่งทำงานเพื่อความก้าวหน้า สนใจใส่ใจคนรอบข้างน้อยลง ภาวะปัญหาสังคมมีมากขึ้น เข้าวัดสนใจศาสนาน้อยลงส่งผลให้เกิดภาวะความเครียดได้ง่าย ซึ่งสภาวะความเครียดเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพียงแต่ว่าจะจัดการอย่างไรเมื่อเกิดความเครียดกับตนเองทั้งนี้แต่ละคนย่อมมีวิธีการ ที่แตกต่างกันออกไป ในทางพุทธศาสนา ความเครียดถือว่าเป็นส่งหนึ่งของความทุกข์ที่เรียกว่าปรินามทุกข์
ความเครียด มีคำทางศาสนาที่เกี่ยวข้อง 5 คำ คือ โสกะ ,ปริเทวะ , ทุกขะ , โทมนัส และ อุปายาส(ความคับแค้นใจ หรือความขุ่นข้องหมองใจ) การที่บุคคลเกิดความเครียดนั้นมีเหตุปัจจัยหลายประการ อาทิเช่น สภาวะร่างกาย หน้าที่การงาน การดำเนินชีวิตในโลกอุตสาหกรรม สภาวะครอบครัวที่มีปัญหา ซึ่งความเครียดส่งผลให้บุคคลฆ่าตัวตายได้ง่าย เรื่องจากทำให้เกิดภาวะสิ้นหวัง ท้อแท้ ขาดกำลังใจ ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเกิดความเครียดบุคคลต้องดำเนินการจัดการและพัฒนาตนให้ดีขึ้น ด้วยการเริ่มต้นจากการเปลี่ยนมุมมองในการคิดของตนเองใหม่ ไม่หมกมุ่นวิตกกังวลกับงานจะทำให้เครียด แต่จงทำงานด้วยความรักและความตั้งใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้องเป็นงานที่อยากทำและทำงานด้วยฉันทะ เพราะการทำงานก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติธรรมอย่างหนึ่ง นอกจากนี้ต้องเรียนรู้ที่จะวางแผนในชีวิตที่ดี และให้ความสนใจกับสมาชิกในครอบครัวมากขึ้น
ในแนวตะวันออก เมื่อเกิดความเครียดแล้ว สามารถจัดการกับความเครียดด้วยการใช้สมุนไพร , การนวด , การทำสมาธิ , การสวดมนต์ , การใช้พลังจักรวาล , หรือ การวิปัสสนากรรมฐาน ทั้งนี้ทางออกที่เหมาะสมในการจัดการกับความเครียดก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งขอให้แนวทางที่เหมาะสมในการจัดการกับความเครียด 3 แนวทางหลักๆ ดังนี้
1. แนวศาสนา:ในการจัดการกับความเครียดต้องยึดหลักนิยาม 5 ซึ่งประกอบด้วย
&n bsp;(1) อุตุนิยาม คือ การทำกายให้สบาย ทั้งภายนอกภายใน โดยมี ลหุตา มุทิตาและกัมมันยตาโดยการฝึกลมหายใจ
&n bsp;(2) พีชนิยาม คือ การจัดการระบบชีวิตโดยการจัดระบบทางจิต มุ่งเน้นในด้าน บุคลิกภาพที่ดีงาม เนื่องจากบุคลิกภาพเป็นผลมาจากการถ่ายทอดทางความรู้สึก ที่เรียกว่าDNAทางวัฒนธรรม
&n bsp;(3)กัมนิยาม คือ กระทำในสิ่งที่ดี
&n bsp;(4) จิตตนิยาม คือ มีจิตใจดีงาม คิดดี ดูแลจิตไม่ให้ออกนอกสู่นอกทาง จะทำให้ไม่เกิดขยะอารมณ์
&n bsp;(5) ธรรมนิยาม คือ การกระทำสิ่งต่างๆ ด้วยปัญญา เพราะปัญญาทำให้จิตเป็นสุขให้เราไม่ยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเห็นทุกสิ่งเป็นแค่ เย็น-ร้อน-อ่อน-ไหว-ตึง
2.แนวทางด้านการแพทย์ ในเชิงจิตเวช ความเครียดถือเป็นสภาวะของคนที่เสียสมดุลทางจิตใจ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากเรื่องที่ดีหรือไม่ดีก็ได้ แต่เมื่อเกิดความเครียดขึ้นแล้วบุคคลต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์หรือสิ่งที่ทำให ้เครียดนั้นให้ได้ ทั้งนี้ความเครียดถือว่าเป็นการป่วยทางจิต เพราะเมื่อเราเครียดก็จะมีผลต่อการหลั่งสารของสมอง และกระบวนการทำงานของระบบสรีระร่างกาย
การป่วยทางจิตมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 3 ประการคือ
(1) ปัจจัยทางชีวภาพ เช่น พันธุกรรม , DNA
(2) ปัจจัยทางจิตใจ ซึ่งมีผลต่อบุคลิกภาพ การที่บุคคลได้รับการอบรมเลี้ยงดูอย่างไรมาตั้งแต่เด็ก จะส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดของผู้นั้น ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ได้รับมาแต่ต้นจนกลายเป็นบุคลิกภาพของผู้อื่น
(3) ปัจจัยทางสังคม เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการป่วยทางจิต เนื่องจากเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับบุคคล เมื่อต้องอยู่ในสังคม และสิ่งแวดล้อมต่างๆ รอบๆ ตัว
การบำบัดความเครียดต้องอาศัยปัจจัยทั้ง 3 นี้ เป็นพื้นฐานในการหาวิธีการจัดการกับความเครียดให้เหมาะสมกับบุคคล เช่น การปรับวิธีคิด การดูแลร่างกาย รวมทั้งการฝึกหายใจให้อิ่ม
3.แนวจิตวิทยา ความเครียดเป็นปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากการที่เรายึดมั่นแต่สิ่งเดียว หรือสภาวะที่เรียก “หน่วงเหนี่ยว” เช่น ทำของหาย เราก็คิดและกลัดกลุ้มแต่เรื่องที่ของหาย เรียกว่าพยายามหน่วงเหนี่ยวเหตุการณ์ไว้ จึงทำให้เกิดความเครียด ให้เรียนรู้ที่จะปล่อยวางบ้าง และคิดเห็นสิ่งรอบตัวในมุมกว้างขึ้น อย่าจำกัดแต่ความคิดในมุมแคบๆ เรื่องเดียว ดังคำกล่าวที่ว่า “โลกนี้มีความงามไม่จำกัด แต่หัวใจที่จำกัดมองไม่เห็น” ดังนั้นเปิดใจยอมรับเหตุการณ์และความจริง อย่ายึดติดกับสัจจะสมมติ หรือสิ่งที่เราไม่ปรารถนาให้เกิดเพราะจะทำให้เราเครียดได้ง่าย และเป็นทุกข์ หากจะแก้ไขได้จะต้องแก้ที่จิตใจเรา โดยแก้ความหน่วงเหนี่ยวในจิตใจให้ได้ ก็สามารถดับทุกข์ได้ และสามารถจัดการกับความเครียดได้
การจัดการกับความเครียด เมื่อมีภาวะเครียดเกิดขึ้นกับตนเองให้ลดน้อยลงมากที่สุดนั้น ถ้าทำได้ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด เพราะจะทำให้สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุข งานมีประสิทธิภาพ คนก็จะมีคุณภาพ บางครั้งการที่เครียดเพียงเล็กน้อยก็เป็นสิ่งกระตุ้นการทำงาน และ การทำกิจกรรมให้ดีขึ้น ได้เป็นอย่างดี แต่ไม่เครียดเลยก็เป็นไปไม่ได้ เครียดมากก็แย่เข้าข่ายสุขภาพจิต เสื่อม ดังนั้นในขั้นต้นเรามาจัดการกับความเครียดของตนเอง ด้วยการฝึกจิตของตนเองให้เป็นสมาธิ มองโลกในแง่ดี กันเถอะ แล้วเราจะได้มีความสุขในการทำงานและการดำเนินชีวิตต่อไปนี้

(เขียนขึ้นจากการได้รับความรู้จากการประชุมวิชาการ โดย อ. ทัศนีย์ ดวงดี)

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *