กรณีศึกษา ‘นครชัยทัวร์’ : รถโดยสารสาธารณะ การลงทุนเพื่อความปลอดภัยคือความไม่ประมาท

กรณีศึกษา ‘นครชัยทัวร์’ : รถโดยสารสาธารณะ การลงทุนเพื่อความปลอดภัยคือความไม่ประมาท

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สังคมไทยต้องเผชิญกับการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ซ้ำซาก ทั้งๆ ที่โศกนาฏกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องที่ป้องกันได้ โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่เกิดกับรถโดยสารขนาดใหญ่ มักจะนำมาซึ่งความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินครั้งใหญ่ซึ่งสะเทือนขวัญและใจของคนในสังคม เพราะไม่มากก็น้อยต่างก็ต้องเป็นผู้เดินทางบนสายทางร่วมด้วยกันทั้งสิ้น

สถิติคดีอุบัติเหตุจราจรทางบกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้ว่าระหว่างช่วง 4 ปีคือปี พ.ศ.2545 – 2548รถโดยสารขนาดใหญ่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึง 4,509 คัน โดยในปี 2546 รถโดยสารประสบอุบัติเหตุคิดเป็นร้อยละ 2.54 ของอุบัติเหตุรวมทั้งหมด และช่วงระหว่างปี 2546 – 2548 จำนวนอุบัติเหตุจากรถโดยสารที่เกิดขึ้นในกรุงเทพฯ แม้จะลดลงจาก 2,609 คัน เป็น 2,269 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 13.03 ทว่าจำนวนอุบัติเหตุกลับเพิ่มสูงขึ้นในต่างจังหวัดแทน โดยระหว่างปี 2545 – 2547 จาก 1,355 คัน เพิ่มสูงเป็น 1,928 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 42.29

การเสียชีวิต บาดเจ็บ และสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมากจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในแต่ละคราวที่เกิดกับรถโดยสารขนาดใหญ่ โดยทั่วไปมักจะสรุปสาเหตุง่ายๆ ว่ามาจากความประมาทของคนขับ แต่ความจริงแล้ว ปัจจัยในการเกิดอุบัติเหตุมีมากมาย เช่น ความบกพร่องของรถโดยสาร ถนนและสภาพแวดล้อม ความแข็งแรงของตัวรถ รวมถึงแรงยึดระหว่างเก้าอี้กับตัวรถ การใช้เข็มขัดนิรภัย สิ่งมีคมต่างๆ ในตัวรถ และฯลฯ

หากจะสรุปสาเหตุให้ถูกต้อง จึงอาจจะกล่าวได้ว่า ‘ถูกทุกข้อ’ ซึ่งนั่นหมายถึง คำถามที่เกิดขึ้นกับ ‘ระบบ’ ทั้งหมดด้วย และหนึ่งในระบบเหล่านั้น คือการดูแลและการดำเนินกิจการรถโดยสารขนาดใหญ่เหล่านี้ด้วย

และเพื่อพิสูจน์คำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผศ.ดร.สมประสงค์ สัตยมัลลี ได้ทำการศึกษากรณีการดำเนินกิจการขนส่งผู้โดยสารของ บริษัท นครชัยทัวร์ ตามโครงการ “ปฏิบัติงานวิชาการเพื่อศึกษาการดำเนินงานของผู้ประกอบการในการขนส่งสาธารณะที่คำนึงถึงความปลอดภัยทั้งกรณีผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และผู้ประกอบการขนส่งคน และสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย และมาตรการในการส่งเสริมความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ” ซึ่งพบว่า

บริษัทนครชัยทัวร์มีแรงจูงใจในการดำเนินการนโยบายความปลอดภัยจากการที่จะมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าที่ดีมีประสิทธิภาพสูงสุด และการให้ความคุ้มครองปลอดภัยของพนักงานบริษัทเอง ซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้ามีความปลอดภัยและพึงพอใจในบริการด้วย โดยมาตรการความปลอดภัยของบริษัทนครชัยทัวร์สามารถแยกส่วนของการจัดการออกเป็นด้านต่างๆ

ด้านองค์กร: มีแผนกส่วนปลอดภัยโดยเฉพาะ มีคณะกรรมการความปลอดภัยจัดประชุมเพื่อวางแผน และวิเคราะห์ผลการดำเนินการทุกๆ เดือนนอกจากนี้คณะกรรมการความปลอดภัยจะเป็นต้นคิดในการนำโครงการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยใหม่ๆ มาทดลองใช้และมีการประเมินผลโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้วด้วย

ด้านบุคลากร :จากการที่กฎหมายห้ามพนักงานขับรถหนึ่งคนขับเกิน 500 กิโลเมตร บริษัทนครชัยฯ จึงจัดให้รถทุกคันมีที่นอนสำหรับพนักงานเป็นเตียงนอนเพื่อให้ได้พักผ่อนเต็มที่, จัดให้ที่นั่งของพนักงานขับรถมีเข็มขัดนิรภัย 3 จุด ปลอดภัยเหมือนรถยนต์ส่วนบุคคล

ในส่วนการฝึกอบรมบุคลากร มีแผนกฝึกอบรมหลักสูตรความปลอดภัยขั้นพื้นฐานแก่พนักงาน พนักงานที่อาวุโสหรือเป็นระดับหัวหน้า จะได้ถูกส่งไปอบรมหลักสูตรสำคัญๆ เช่น การคาดการณ์ล่วงหน้าในการขับขี่ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังมีแผนกควบคุมคุณภาพตรวจสภาพพนักงานขับรถก่อนการขับขี่ มีการเป่าแอลกอฮอล์ถ้าพบเกิน 15 มก. ถือว่าผิดกฎของบริษัทมีการลงโทษและพักงานและก่อนที่จะได้รับการคัดเลือกให้เป็นพนักงานขับรถ พนักงานจะต้องผ่านการอบรมทั้งเรื่องทัศนคติความปลอดภัย และเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการ ผ่านการสอบข้อเขียน และสอบขับขี่จริง หลังจากนั้นจะฝึกงานในเส้นทางทุกเส้นทางและรถทุกประเภท 1 เดือน โดยมีผู้ฝึกสอนควบคุมดูแลตลอดระยะเวลา ปัจจุบันมีผู้ขับที่เป็นผู้ฝึกสอนด้วย 7-8 คน เมื่อฝึกงานและให้ผู้ฝึกสอนประเมินเรียบร้อยแล้ว จะต้องกลับมาสอบขับขี่อีกครั้ง ก่อนเป็นพนักงานขับรถจริง

ทั้งนี้บริษัทขนส่งผู้โดยสารแห่งนี้ยังกำหนดให้พนักงานขับรถได้ขับรถประจำเส้นทางและประจำคันเพื่อความเชี่ยวชาญในเส้นทางและเคยชินกับรถที่ขับประจำ
ด้านอุปกรณ์เสริมความปลอดภัย:ก่อนหน้าที่บริษัทนครชัยทัวร์จะนำเทคโนโลยีความปลอดภัยมาใช้ เช่น กล่องดำ เก็บข้อมูลเพื่อควบคุมความเร็วของพนักงานขับรถ บริษัทนครชัยทัวร์มีอุบัติเหตุใหญ่ (มีผู้โดยสารหรือพนักงานของบริษัทได้รับบาดเจ็บ) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ค่าเสียหายครั้งละประมาณ 2 ล้านบาทต่อรถ 1 คัน ด้วยเหตุนี้ผู้บริหารจึงได้มีนโยบายที่จะควบคุมความเร็วเพื่อลดความรุนแรงในการเกิดอุบัติเหตุ โดยการใช้เทคโนโลยีติดตั้ง GPS หรือกล่องดำกับรถทุกคัน

จากการศึกษาคุณภาพพบว่า GPS ราคาเครื่องละ 20,000 บาท รวมติดตั้งทั้งหมดคิดเป็นมูลค่า 1 ล้านกว่าบาท โดยรถทุกคันที่ติด GPS เมื่อนำรถเข้าบริษัทจะต้องนำกล่องดำ GPS มาถ่ายข้อมูลลงเครื่องโดยมีหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลที่สามารถเช็คความเร็วในการขับขี่ได้ทั้งหมดตลอดเส้นทาง หากพบว่าพนักงานขับรถคันใดขับรถเกินความเร็วที่กำหนด (กำหนด 90 กม./ชม. บนถนน 2 ช่องจราจร และ 100 กม./ชม. บนถนน 4 ช่องจราจรขึ้นไป) จะต้องมีการลงโทษพนักงานขับรถผู้นั้น และหากมีความจำเป็นที่ต้องวิ่งเกินความเร็วที่กำหนดจะต้องติดต่อกลับมาขออนุญาตเป็นกรณีไป นอกจากนี้ยังมีการกำหนดความเร็วที่ต้องวิ่งที่จุดอันตรายบางจุดเป็นพิเศษบนเส้นทาง เช่น ความเร็วจำกัดที่ทางโค้งอันตราย หรือ การหยุดที่ทางแยกแม้ในกรณีที่ไม่มีสัญญาณไฟควบคุม

ผลที่ได้นับแต่เริ่มติดตั้งและใช้งาน GPS ในปี 2548 ปรากฎว่าไม่มีสถิติของการเกิดอุบัติเหตุที่มีผู้บาดเจ็บเหลือมีการสูญเสียเกิดขึ้นเลย ยกเว้นอุบัติเหตุเล็กน้อย เช่น ถอยชน หรือ เฉี่ยวชน

นั่นหมายความว่า การลงทุนติดตั้ง GPSของบริษัทนครชัยทัวร์นั้นได้ผลประโยชน์กลับคืนมาเกือบ 1 ล้านบาทเฉพาะในปีแรกเพราะไม่มีรถที่เกิดอุบัติเหตุและไม่มีลูกค้าและพนักงานบริษัทต้องบาดเจ็บหรือประสบเหตุใดๆ และอุปกรณ์ GPS นี้ยังสามารถใช้ได้อีกหลายปี

นอกจาก GPS ยังมีมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ ที่นำมาใช้เสริม ได้แก่ สวิทช์ควบคุมประตู ไฟ หรือระบบอื่นๆ ที่คนขับต้องควบคุมจะจัดให้มีมาตรฐานที่เหมือนกันและอยู่ในตำแหน่งเดียวกันหมดทุกคัน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่ผู้ขับกรณีที่ต้องเปลี่ยนคันขับ, มีระบบเบรกที่เรียกว่า รีทาร์ดเดอร์ มาใช้เป็นตัวหน่วงไฟฟ้า ควบคุมล้อทำให้รถหยุดได้ดีขึ้น สามารถใช้เบรกฉุกเฉินหรือให้รถหยุดนิ่งได้เร็วขึ้น พนักงานขับรถสามารถควบคุมด้วยก้านโยกด้านหน้าบริเวณแผงควบคุม

ด้านยานพาหนะ :บริษัทนครชัยฯ มีแผนกควบคุมคุณภาพโดยเฉพาะเพื่อเช็คสภาพรถก่อนนำไปใช้งานทุกครั้ง อะไหล่ระยนต์เมื่อถึงอายุที่กำหนดจะเปลี่ยนโดยไม่ต้องรอให้เสียเว้นแต่ในกรณีที่ไม่มีกำหนดอายุ จะให้พนักงานขับรถเป็นผู้แจ้งซ่อม, ในช่วงหน้าฝนจะต้องเปลี่ยนยางใหม่ทั้งหมดเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่กรณีฝนตกหนักถนนลื่น,ที่นั่งของผู้โดยสารประกอบแบบยึดแน่น ไม่สามารถปรับเปลี่ยนดัดแปลงที่นั่งได้ และรถประจำทางสูง 3.9 เมตร ตามมาตรฐาน ไม่มีการดัดแปลงหรือต่อเติมเพิ่ม

มาตรการอื่นๆ :การจัดชั่วโมงการทำงานของคนขับในช่วงเทศกาลและนอกเทศกาลจัดมีมาตรฐานเดียวกัน ไม่มีการใช้พนักงานขับรถจนเมื่อยล้า, ทำประกันภัยให้ลูกค้านอกเหนือจาก พรบ. ตามที่กฎหมายบังคับ, ทำโครงการควบคุมและบำบัดผู้ติดสารเสพติด, เตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยให้กับผู้โดยสาร โดยการประชาสัมพันธ์ผ่านวิดีทัศน์บนรถโดยสาร, เมื่อถึงจุดจอดพักให้พนักงานขับรถพักผ่อนคลายเมื่อย เล่นเกมส์ เพื่อกระตุ้นให้ตื่นตัวและผ่อนคลาย เป็นต้น

นี่คือตัวอย่างดีๆ ของการดำเนินกิจการที่สร้างระบบเพื่อความปลอดภัย มากกว่าจะหวังว่า อุบัติเหตุคงไม่เกิดหากคนขัยบรถไม่ประมาท หรือกล่าวอีกอย่างก็ได้ว่า คนขับรถที่ไม่ประมาทจะต้องมาจากระบบที่ดีที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการประมาทได้ด้วย

……………………………………………………
เรียบเรียงจาก : รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการ “ปฏิบัติงานวิชาการเพื่อศึกษาการดำเนินงานของผู้ประกอบการในการขนส่งสาธารณะที่คำนึงถึงความปลอดภัยทั้งกรณีผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และผู้ประกอบการขนส่งคน และสังเคราะห์ ข้อเสนอเชิงนโยบาย และมาตรการในการส่งเสริมความปลอดภัยของระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ” โดย ผศ. ดร. สมประสงค์ สัตยมัลลี มีนาคม พ.ศ.2550 สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิสาธารณะสุขแห่งชาติ (มสช.)

ที่มา : ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *