TRIMODE STUDIO ทดลอง ออกแบบ และนวัตกรรม

TRIMODE STUDIO ทดลอง ออกแบบ และนวัตกรรม
เด็กรุ่นใหม่ที่เรียนจบได้ไม่กี่ปี…แต่สามารถรวมตัวกันเป็นทีมงาน “มือปืนรับจ้าง” สร้างสรรค์ออกแบบภายใน-เฟอร์นิเจอร์-จิวเวลรี่ เป็นที่รู้จักกันในระดับอินเตอร์ว่า “TRIMODE STUDIO”

2 สาวกับอีก 1 หนุ่ม แม้จะถนัดในงานออกแบบต่างสาขากัน แต่มี “จุดร่วม” ที่ไม่ต่างกัน เป็นความสนใจการค้นคว้าและทดลองหาวัสดุใหม่ๆ เทคนิคการผลิตใหม่ๆ รวมทั้งการคิดไอเดียนอกกรอบโดยให้เพื่อนๆ ที่ทำงานในสาขาต่างๆ มาคิดไอเดียออกแบบ

“ภารดี เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา” เชี่ยวชาญในด้านงานออกแบบภายในและงานออกแบบผลิตภัณฑ์ “พิรดา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา” รักในงานออกแบบเครื่องประดับ และ “ชินภานุ อธิชาติธนบดี” ชอบทดลองและค้นคว้าวัสดุใหม่ๆ เพื่อมาใช้ออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เป็นการรวมตัวกันในชื่อว่า “Trimode Studio” เพื่อล่างานออกแบบทั้งในและระดับอินเตอร์

“เรารับงานออกแบบตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเพราะอยากมีประสบการณ์ครับ พอเรียนจบออกมาทำงานประจำยังมีลูกค้าเก่าๆ ตามมา และลูกค้าใหม่ที่แนะนำต่อๆ กันมา จนบางครั้งเรากลัวว่าจะทำงานประจำได้ไม่เต็มที่ จึงทำงานเพื่อประสบการณ์ก่อนสักพักและพอรวบรวมเงินทุนได้จึงออกมาทำสตูดิโอออกแบบเอง และมั่นใจด้วยว่าจะมีลูกค้ามากพอ” ชินภานุกล่าว

ความสามารถที่แตกต่าง ทำให้ได้งานที่หลากหลาย

บน “จุดเด่น” ของเนื้องานผ่านการ “ทดลอง” ที่มีชินภานุ เป็นหัวแรง

“งานทดลองจะยังไม่ได้ใช้เป็นผลงานเลย แต่จะเป็นประสบการณ์มากกว่า เราเชื่อว่าความรู้ในตำราต้องนำมาทดลองปฏิบัติด้วยตัวเอง “ประสบการณ์” เป็นสิ่งที่ซื้อกันไม่ได้และบอกต่อกันไม่ได้เท่ากับการสัมผัสด้วยตัวเอง ถ้าว่างๆ ผมมักจะลองนำวัสดุต่างๆ มาทดลองเชื่อมหรือประกอบเป็นเทคนิคใหม่ๆ อย่างเช่น นำทองเหลืองมาเชื่อมและประกอบเป็นรูปทรงใหม่ๆ เคยนำเหล็กมาทดลองกัดกร่อนในน้ำยาเคมี หรือนำสเตนเลสมาทดลองขึ้นฟอร์มเครื่องประดับ” ชินภานุ กล่าว

ด้วยหัวใจของนักทดลองนี้เกิดโครงการออกแบบใหม่ๆ ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว นำไปสู่การคิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม

โครงการ “Wild Jewelry” เป็นการออกแบบเครื่องประดับแหวน จากเพื่อนๆ 7 คนในสาขาต่างกันที่มีทั้ง นักออกแบบสุขภัณฑ์ สถาปนิก กราฟฟิก ดีไซเนอร์ นักออกแบบเครื่องประดับ นักออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้กำกับภาพยนตร์โฆษณา และนักออกแบบตกแต่งภายในอีก 2 คน

“ผลจากการแลกเปลี่ยนความคิด เราได้ไอเดียออกแบบแหวนที่มีคาแรคเตอร์ของทั้ง 7 คน แต่ละคนจะมีคาแรคเตอร์เหมือนสัตว์ต่างๆ ได้แก่ กระต่าย หมา หมู ยีราฟ แมว และกวาง โดยใช้คอนเซปต์ของหน้าสัตว์มาเป็นเครื่องประดับตกแต่งบนตัวเรือนเป็นจุดขาย ตัวเรือนทำจากทองเหลืองชุบทอง 5 ไมครอน และเงิน 92.5%” พีรดา เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา นักออกแบบเครื่องประดับ กล่าว

อีกโครงการหนึ่งในปีนี้ SCC หรือ Siam Contemporary Club เป็นการรวมตัวของนักออกแบบและศิลปินเพื่อถ่ายทอดผลงานออกมาเป็นงานหัตถกรรม (Craft) แต่ขณะเดียวกันต้องนำไปผลิตในโรงงานได้ ซึ่งทำให้ได้ผลงานรูปแบบใหม่ๆ ที่มีฟังก์ชันและกลิ่นอายของงานศิลปะด้วย

ในสายตาของหนุ่มนักค้นคว้า “การทดลองเป็นสิ่งที่ท้าทาย” และทำให้เกิดมุมมองใหม่ๆ แม้กระทั่งการได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์โอท็อปให้กับชาวบ้านในจังหวัดฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กาญจนบุรี และตรัง ในโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์โอท็อปของกรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เข้าไปช่วยเป็นที่ปรึกษาได้แก่ ทองเหลืองสานที่นำมาผลิตแจกันและถาด เครื่องเคลือบเบญจรงค์นำมาเขียนลายใหม่ในสไตล์โมเดิร์นและคอนเทมโพลารี งานแกะสลักจากเขาควายนำมาทำเป็น ช้อน ทัพพี พวงกุญแจ แจกัน

“ในบ้านเราไม่ค่อยมีการค้นคว้าทดลอง การผลิตสินค้าจึงเป็นการทำแบบลอกเลียนแบบกัน การที่เราได้เข้าไปทำงานกับชาวบ้าน เราจึงเสนอไอเดียการสานแบบถี่ๆ และแน่นๆ เพื่อให้สวยงามและทนทานขึ้น แต่ชาวบ้านจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม ชาวบ้านส่วนใหญ่จะยึดกับการผลิตในรูปแบบเดิมๆ เพราะทำได้ง่าย รวดเร็ว ขายในปริมาณมากๆ แต่ราคาต่ำ มีบางส่วนเท่านั้นที่สนใจและอยากเรียนรู้การผลิตด้วยเทคนิคใหม่ๆ” ชินภานุ กล่าว

แม้แต่การทำงานร่วมกับช่างฝีมือในการทำเครื่องประดับ พบว่าช่างมักเคยชินกับเทคนิคการผลิตแบบเดิม ซึ่งยังไม่เปิดกว้างนักต่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่การผลิตที่มีเทคนิครูปแบบใหม่ๆ สมาชิก “TRIMODE Studio” มีอุดมการณ์ร่วมกันว่า จะเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์อันจะนำรายได้ที่ดีกลับคืนมาสู่ช่างฝีมือและผู้ผลิต

“เราไม่เคยกดค่าแรงช่างฝีมือครับ เพราะต้องการใช้งานออกแบบมาสร้างความพอใจให้กับลูกค้าและยอมจ่ายในคุณค่าของผลิตภัณฑ์ เราอยากทดลองให้ผลิตภัณฑ์เกิดเทคนิคการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อให้แตกต่างจากสินค้าของแบรนด์ต่างประเทศ แต่เราจะไม่เอาเปรียบค่าแรงของช่างฝีมือเด็ดขาด” ชินภานุ กล่าว

นิสัยรักการเรียนรู้และต้องการแสวงหาประสบการณ์ เพื่อการยกระดับฝีมือการออกแบบอยู่ในสายเลือดของทั้ง 3 คนมายาวนานแล้ว

หากจะวัดความสำเร็จด้านรายได้ อาจยังตอบโจทย์ไม่ได้ในตอนนี้ เพราะรายได้ที่เข้ามาเป็นเงินหมุนเวียนผลิตสินค้าต้นแบบจากการทดลอง

แต่หากวัดในด้านของลูกค้าที่มีทั้งในตลาดยุโรป ญี่ปุ่น อินเดีย รวมทั้งลูกค้าในเมืองไทยที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการสายแฟชั่น ซึ่งจริงๆ แล้วสตูดิโอออกแบบในเมืองไทยยังมีไม่มากนัก และสตูดิโอที่ได้รับการยอมรับฝีมือจากลูกค้าต่างประเทศยิ่งมีน้อยลงไปอีก

เขาทั้ง 3 ผ่านการออกบูธในงานแสดงสินค้า “Ambiante” ประเทศญี่ปุ่น งาน “Maison & Objet” ในฝรั่งเศส และงาน “BIG&BIH 2006” ในโซนนักออกแบบรุ่นใหม่ “Young and Talent” ที่จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก และนับตั้งแต่ออกงานแฟร์ในครั้งนั้น ได้มีลูกค้าสนใจสั่งสินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“การที่เรามีลูกค้าต่างประเทศ เพราะเราตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่าความเป็นตัวเรา ไม่ใส่ความเป็นตัวเองและ Identity แต่ต้องต่อยอดคอนเซปต์ของลูกค้าให้ได้ ลูกค้าจะตัดสินใจเลือกงานโดยดูจากสินค้ามากกว่า” ชินภานุ กล่าวเสริม

สำหรับงานแสดงสินค้าที่กำลังเตรียมออกไปจัดแสดงในปีหน้า เป็นงาน “Collect 2007” และ “Chelsea Craft Fair 2007” ในกรุงลอนดอนเช่นกัน

เรียบเรียงโดย : อัญชรี พรหมสกุล ancharee@nationgroup.com

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *