คีธ อาร์ แม็คฟาร์แลนด์,บทเรียนจากตัวอย่างที่ไม่ดี รองประธานฝ่ายการตลาดที่ผมเคยทำงานด้วยเมื่อช่วงอายุ 20 ถือเป็นคนที่นิสัยแย่เอามากๆ แม้เขาจะเก่งรอบด้าน แต่เขาก็เป็นคนยโส ขี้โมโห และชอบบงการ เขาใช้เวลา 6 เดือนเปลี่ยนแผนกที่ดีให้กลายเป็นสมรภูมิแห่งความขัดแย้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผมรู้ตัวว่าผมไม่สามารถทำงานร่วมกับเขาได้อีกต่อไป ผมตัดสินใจทำในสิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เหมาะสม ผมขอคุยกับเขาตามลำพังเพื่อที่จะแจ้งให้ทราบว่าผมต้องการย้ายไปอยู่แผนกอื่น ในตอนแรกเขาพยายามเกลี้ยกล่อมผมไม่ให้ย้าย แต่ในที่สุดเขาก็ยอม แต่ขอผมเป็นคนไปบอกเรื่องนี้กับประธานบริษัทเอง สิ่งที่ผมไม่รู้ในตอนนั้นคือเขากับประธานบริษัทไม่ลงรอยกันอยู่ในหลายเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกับที่ทำให้ผมต้องขอย้ายแผนกนั่นแหละ ในตอนนั้นผมแทบจะไม่รู้เลยว่าเขาตั้งใจจะใช้เรื่องการขอย้ายของผมเป็นเครื่องมือโจมตีประธานซึ่งเป็นเพื่อนกับผมและคอยช่วยเหลือผมมานาน รองประธานเจ้านายผมบอกกับประธานบริษัทว่า ผมขอย้ายจากแผนกเพราะผมเบื่อที่ประธานชอบมาจุ้นจ้านเรื่องภายในของแผนกเรา ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจริงเลย แต่ประธานก็ดูจะเชื่อคำพูดของเขาและโกรธผมมากที่พูดแบบนั้น ผมต้องใช้เวลาหลายปีกว่าความสัมพันธ์ของผมกับเขาจะกลับมาดีเหมือนเดิม ตัวอย่างไม่ดีที่รองประธานคนนั้นสอนผมก็คือ