Tag: การหมั้น

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (7)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (7) (2) การเพิกถอนโดยปริยาย เป็นพฤติการณ์ที่กฎหมายถือว่ามีผลเท่ากับเป็นการเพิกถอน ในพฤติการณ์หนึ่งพฤติการณ์ใดดังต่อไปนี้ 2.1 เมื่อผู้ทำได้โอนไปโดยสมบูรณ์ ซึ่งทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งพินัยกรรมด้วยความตั้งใจ ม.1696 เหตุที่กฎหมายถือว่าพินัยกรรมถูกเพิกถอนเนื่องจากขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตายนั้น ไม่มีทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งพินัยกรรมอีกต่อไป การโอนไปซึ่งทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งพินัยกรรมซึ่งจะมีผลเป็นการเพิกถอนพินัยกรรมนั้น ทรัพย์นั้นได้โอนไปโดยสมบูรณ์หรือกรรมสิทธิ์ในทรัพย์นั้นเป็นของผู้อื่นแล้ว หากกรรมสิทธิ์ยังไม่โอนยังไม่ถือว่าพินัยกรรมถูกเพิกถอน เช่น เจ้ามรดกทำพินัยกรรมยกที่ดินให้แก่นาย ก. ต่อมาทำสัญญาจะขายที่ดินดังกล่าวให้ ข. ดังนี้ ขณะที่ยังมิได้ทำการจดทะเบียน โอนให้แก่ นาย ข. เจ้ามรดกได้ตายลงเสียก่อน เช่นนี้ พินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่นาย
Read More

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (6)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (6) การเพิกถอนพินัยกรรม การเพิกถอนพินัยกรรมโดยผู้ทำพินัยกรรม ภายหลังที่ได้ทำพินัยกรรมขึ้น ผู้ทำพินัยกรรมอาจจะเพิกถอนพินัยกรรมขณะหนึ่งขณะใดก่อนถึงแก่ความตายได้ แต่ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องเพิกถอนตามวิธีการที่กฎหมายกำหนดไว้ จึงจะมีผลเป็นการเพิกถอนพินัยกรรม ผู้ทำสามารถเพิกถอนพินัยกรรมได้ 2 วิธีใหญ่ ๆ (1) เพิกถอนโดยชัด โดยวิธีหนึ่งวิธีใดดังต่อไปนี้ 1.1 เพิกถอนโดยการทำพินัยกรรมฉบับใหม่มาเพิกถอนพินัยกรรมฉบับเดิม (ฉบับก่อน) ม.1694 การเพิกถอนวิธีนี้ พินัยกรรมฉบับใหม่ต้องมีข้อความชัดเจนว่า เพิกถอนพินัยกรรมฉบับใด จึงจะจัดได้ว่าเป็นการเพิกถอนวิธีนี้ เช่น ข้าพเจ้าขอเพิกถอนพินัยกรรมของข้าพเจ้าฉบับลงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2549
Read More

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (5)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (5) ความสามารถของพยานในพินัยกรรม (ม.1670) ผู้ที่จะเป็นพยานในพินัยกรรมต้องเป็นผู้ที่มิได้ต้องห้ามมิให้เป็นพยานในพินัยกรรม มิเช่นนั้นจะส่งผลให้ผู้นั้นขาดคุณสมบัติการเป็นพยาน โดยจะต้องไม่เป็นบุคคลดังต่อไปนี้ 1. ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ เหตุที่กฎหมายห้ามมิให้ผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะเป็นพยานในพินัยกรรมเนื่องจากการเป็นพยานจะมีผลทำให้ผู้นั้นรับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมไม่ได้ดังที่บัญญัติไว้ตามมาตรา 1653 วรรคแรก “ผู้เขียน หรือพยานในพินัยกรรมจะเป็นผู้รับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้” ดังนั้นจึงควรที่จะต้องบรรลุนิติภาวะเพื่อที่จะรักษาผลประโยชน์ของตนเองได้ 2. คนวิกลจริต หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ 3. บุคคลที่หูหนวก เป็นใบ้ หรือจักษุบอดทั้งสองข้าง ความสามารถของผู้รับพินัยกรรม บุคคลดังต่อไปนี้หากเป็นผู้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม จะมีผลทำให้บุคคลนั้นรับทรัพย์ตามพินัยกรรมไม่ได้ โดยผู้รับพินัยกรรม คือ ผู้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรม
Read More

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (4)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (4) คำพิพากษาฎีกาที่เกี่ยวกับแบบของพินัยกรรม คำพิพากษาฎีกาที่ 1387/2500 พยานลงชื่อในพินัยกรรมต่อหน้าผู้ทำพินัยกรรม ต่อมาอีก 3 วัน ผู้ทำพินัยกรรมจึงได้ลงลายพิมพ์นิ้วมือของตนต่อหน้าพยานชุดเดิมพินัยกรรมนั้นถูกต้องตาม มาตรา 1656 คำพิพากษาฎีกาที่ 1624/2511 พินัยกรรมทั้งฉบับของโจทก์และจำเลยต่างลงวันเดือนปีที่ทำตรงกันคือ วันที่ 12 มกราคม 2502 ของจำเลยนั้น ผู้ทำพินัยกรรมเขียนชื่อผู้รับไว้เรียบร้อยครบถ้วนแล้วแต่วันที่ลงในพินัยกรรม จึงถือเป็นอันสมบูรณ์แต่วันนั้นส่วนพินัยกรรมของโจทก์ปรากฏว่าชื่อผู้รับพินัยกรรมเว้นว่างไว้ เจ้ามรดกเพิ่งกรอกชื่อโจทก์เป็นผู้รับเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2506 จึงถือได้ว่าพินัยกรรมฉบับของโจทก์ได้ทำเสร็จเป็นพินัยกรรมเมื่อวันที่ 17
Read More

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (3)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (3) 4. พินัยกรรมแบบเอกสารลับ (ม.1660) พินัยกรรมแบบเอกสารลับ ผู้ประสงค์จะทำผู้นั้นต้องแสดงความจำนงตามแบบของเจ้าพนักงานยื่นต่อกรมการอำเภอ (นายอำเภอ) ณ ที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอโดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ผู้ทำพินัยกรรมต้องแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายลงในหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรม โดยหนังสือดังกล่าวไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์เป็นพินัยกรรมในแบบใดแบบหนึ่ง กล่าวคือ มีเพียงข้อความกำหนดการเผื่อตาย และลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมก็เป็นการเพียงพอ นอกจากนี้ผู้ทำพินัยกรรมจะเขียนหรือพิมพ์ก็ได้หรือจะให้บุคคลอื่นเขียนให้ก็ได้ 2. ผู้ทำพินัยกรรมต้องผนึกหนังสือแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายนั้นแล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึก 3. ผู้ทำพินัยกรรมต้องนำพินัยกรรมที่ผนึกนั้น ไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อย 2 คนและให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดนั้นว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าพินัยกรรมนั้นผู้ทำพินัยกรรมเขียนเองโดยตลอด ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องแจ้งนามและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย 4.
Read More

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (2)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (2) 2. พินัยกรรมแบบเขียนเอง – วัน เดือน ปี – ลงลายมือชื่อผู้ทำ ที่จะเรียกว่าพินัยกรรมแบบเขียนเอง ผู้ทำพินัยกรรมจะต้องเขียนด้วยลายมือของตัวเองทั้งฉบับ หากเป็นการเขียนลงในแบบฟอร์มหรือแบบพิมพ์พินัยกรรมที่พิมพ์เอาไว้ล่วงหน้า ไม่ถือว่าเป็นพินัยกรรมแบบเขียนเอง พินัยกรรมแบบเขียนเองกฎหมายมิได้บังคับว่าจะต้องมีพยานในพินัยกรรมดังนั้นจะมีพยานหรือไม่ก็ได้ ในกรณีที่มีพยานอาจทำให้พินัยกรรมดังกล่าว เป็นพินัยกรรมแบบเขียนเอง และพินัยกรรมแบบธรรมดาก็ได้ พินัยกรรมแบบนี้ ผู้ทำต้องลงลายมือชื่อของตนเองเท่านั้น จะใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ เครื่องหมายอื่นใดแกงไดไม่ได้ ตาม ม. 1657 ว.3 เหตุที่พินัยกรรมแบบนี้ห้ามใช้ลงลายพิมพ์นิ้วมือเพราะโดยปกติคนที่จะเขียนเอกสารได้นั้นก็มักจะลงลายมือชื่อตัวเองได้ ก็สอดคล้องกับพินัยกรรมแบบนี้ที่ต้องเขียนเองทั้งฉบับ
Read More

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (1)

สิทธิโดยพินัยกรรมในการตกทอดมรดก (1) พินัยกรรม การแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายของผู้ตายอันมีผลบังคับได้เมื่อตาย ในเรื่องต่างๆ อาทิเช่น การตกทอดของกองมรดก การจัดการทรัพย์มรดก การจัดการศพและในเรื่องอื่น ๆ ตามมาตรา 1646 ดังนั้นการแสดงเจตนาของบุคคลใดหากมีลักษณะเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตายหรือมีผลบังคับได้เมื่อตาย การแสดงเจตนาดังกล่าวย่อมมีลักษณะเป็นพินัยกรรม ฉะนั้นการจะพิจารณาว่าสิ่งใดจะเป็นพินัยกรรมหรือไม่ หาได้พิจารณาจากข้อความที่ปรากฏบนส่วนบนของเอกสารนั้น แต่ต้องพิจารณาจากการความหมายในเอกสารนั้นว่ามีลักษณะเป็นการแสดงเจตนากำหนดการเผื่อตาย คำพิพากษาฎีกาที่ 2389/2540 ข้อความตามที่ปรากฏในคำสั่งและสัญญาของผู้ฝากเงินทั้ง เจ้ามรดกและจำเลยที่ 2 ต่างแจ้งเจตนาต่อธนาคารว่าต่างประสงค์จะยกเงินฝากในส่วนของแต่ละคนให้อีกฝ่ายหนึ่งถ้าตนถึงแก่กรรมก่อนอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดการเผื่อตายในเรื่องทรัพย์สินของแต่ละคน จึงมีลักษณะเป็นพินัยกรรม เมื่อมีการลงวันเดือนปีที่ทำ ผู้ทำพินัยกรรมลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกันและพยานทั้งสองคนนั้นลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ในขณะนั้น จึงเป็นพินัยกรรมที่ทำถูกต้องตามแบบในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา
Read More

ผู้ปกครอง

ผู้ปกครอง เหตุในการตั้งผู้ปกครอง ในกรณีที่บุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะไม่มีบิดามารดา(ทั้งคู่) หรือบิดามารดาถูกถอนอำนาจปกครอง(ทั้งคู่) จะจัดให้มีผู้ปกครองในระหว่างที่เป็นผู้เยาว์ก็ได้ (ม.1585) เพื่อทำหน้าที่แทนบิดามารดาในการให้ความอุปการะเลี้ยงดูทั้งในเรื่องการเป็นอยู่และการจัดการทรัพย์สิน โดยผู้ปกครองนั้นมีได้คราวหนึ่งเพียงคนเดียวเท่านั้น ยกเว้นแต่ศาลเห็นว่าจำเป็นหรือพินัยกรรมระบุไว้เป็นอย่างอื่นก็อาจจะตั้งหลายคนได้ (ม.1590) การตั้งผู้ปกครอง ผู้ปกครองจะเกิดขึ้นได้แต่โดยคำสั่งของศาลเท่านั้นโดยการร้องขอของญาติของผู้เยาว์ อัยการ หรือบุคคลซึ่งบิดาหรือมารดาของผู้เยาว์ซึ่งตายทีหลังระบุไว้ในพินัยกรรมให้เป็นผู้ปกครอง(ม.1586) โดยบุคคลซึ่งจะถูกตั้งเป็นผู้ปกครองจะต้องมิได้เป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ (ม.1587) อำนาจหน้าที่ของผู้ปกครอง 1. ผู้ปกครองมีอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาตามสมควรแก่ผู้อยู่ในความปกครอง 2. ผู้ปกครองมีสิทธิกำหนดที่อยู่ของผู้อยู่ในความปกครอง 3. ผู้ปกครองมีสิทธิทำโทษผู้อยู่ในความปกครองตามสมควร 4. ผู้ปกครองมีสิทธิให้ผู้อยู่ในความปกครองทำงานตามสมควรแก่ความสามารถและฐานานุรูป 5. ผู้ปกครองมีสิทธิเรียกผู้อยู่ในความปกครองจากบุคคลอื่นซึ่งกักบุตรไว้โดยมิชอบด้วยกฎหมาย 6.
Read More

บุตรบุญธรรม

บุตรบุญธรรม หลักเกณฑ์ในการรับบุตรบุญธรรม 1. หลักเกณฑ์เรื่องอายุ ผู้รับบุตรบุญธรรมจะต้องมีอายุยี่สิบห้าปีบริบูรณ์ และจะต้องมีอายุแก่กว่าบุคคลซึ่งจะเป็นบุตรบุญธรรมอย่างน้อยสิบห้าปี (มาตรา 1598/19) 2. หลักเกณฑ์เรื่องความยินยอม การรับบุตรบุญธรรมจะต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ 2.1 ถ้าผู้ที่จะเป็นบุตรบุญธรรม มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปี ผู้นั้นต้องให้ความยินยอมด้วย 2.2 บิดาและมารดาของผู้จะเป็นบุตรบุญธรรม ในกรณีที่ บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งตายหรือถูกถอนอำนาจปกครอง ต้องได้รับความยินยอมของมารดาหรือบิดาซึ่งยังมีอำนาจปกครอง 2.3 การรับผู้เยาว์เป็นบุตรบุญธรรม ถ้าผู้เยาว์เป็นผู้ถูก ทอดทิ้งและอยู่ในความดูแลของสถานสงเคราะห์เด็กตามกฎหมายว่าด้วย การสงเคราะห์และคุ้มครองเด็ก ให้สถานสงเคราะห์เด็กเป็นผู้ให้ความ ยินยอมแทนบิดาและมารดา ถ้าสถานสงเคราะห์ไม่ให้ความยินยอมให้ร้องขอต่อศาลเพื่อขออนุญาตแทนการให้ความยินยอม
Read More

การเป็นบิดามารดาและบุตร

การเป็นบิดามารดาและบุตร บุตรชอบด้วยกฎหมาย 1. เด็กที่เกิดระหว่างสมรส กล่าวคือเกิดในขณะที่หญิงเป็นภริยาชาย กฎหมายถือว่าเด็กนั้นเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของหญิง และสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามีของมารดาเด็ก 2. เด็กที่เกิดจากการสมรสเป็นโมฆียะ ย่อมเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชาย 3. เด็กที่เกิดจากหญิงภายใน 310 วันนับจากวันที่การสมรสสิ้นสุดลง หรือการสมรสที่โมฆะ แล้วแต่กรณีกฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชาย 4. เด็กที่เกิดจากหญิงหม้ายซึ่งทำการสมรสใหม่ 5. เด็กที่เกิดจากหญิงที่มิได้สมรสกับชาย เด็กนั้นย่อมเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของหญิง 6. เด็กที่เกิดจากการสมรสเป็นโมฆะ ย่อมเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชาย บุตรนอกสมรส บุตรซึ่งไม่ได้เกิดจากการสมรส(บิดามารดาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน) บุตรที่เกิดมาในส่วนของมารดาถือว่า เป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอ
Read More