Starbucks ตอน 2

Starbucks ตอน 2 : ก่อนการก่อตั้งธุรกิจ

ในปี 1981 เขาก็พบเรื่องประหลาดอย่างหนึ่ง คือ มีร้านค้าปลีกรายเล็กๆแห่งหนึ่งในซีแอตเติล ได้สั่งออเดอร์เครื่องชงกาแฟแบบหยดชนิดหนึ่งในจำนวนมากจนผิดปกติ ทั้งๆที่มันเป็นแค่กรวยพลาสติกตั้งอยู่บนหม้อต้มน้ำธรรมดาเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงค้นหาคำตอบทันที ซึ่งเขาก็พบว่าร้านนั้นคือ ร้าน สตาร์บัคส์ คอฟฟี่ ที แอนด์ สไปซ์ ซึ่งมีรวม 4 แห่งเท่านั้น แต่กลับสามารถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในปริมาณมากกว่าห้างเมซี่เสียอีก
เขาจึงรู้สึกสงสัยว่า” ทำไมผู้คนในซีแอตเติลจึงนิยมซื้อกาแฟจากผู้จำหน่ายรายนี้มากมายนัก ในเมื่อคนอเมริกาส่วนใหญ่ก็ชงกาแฟดื่มในชีวิตประจำวัน ด้วยเครื่องชงกาแฟไฟฟ้า หรือ เครื่องชงแบบหยดอยู่แล้ว ?”
เมื่อเขาได้เดินทางไปซีแอตเติล และได้ขอพบกับ ลินดา กรอสแมน ผู้จัดการฝ่ายจัดการสินค้าร้านค้าปลีกของสตาร์บัคส์ ลินดาได้พาเขาไปยังร้านสตาร์บัคส์ ซึ่งตอนนั้นร้านสตาร์บัคส์ จะเป็นเพียงร้านเล็กๆแต่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ตรงทางเข้าจะมีนักไวโอลินยืนเดี่ยวเพลงโมซาร์ต เบื้องหน้าของนักดนตรี คือกล่องใส่ไวโอลินที่เปิดไว้เพื่อรับเงินบริจาค นาทีที่ประตูร้านเปิด กลิ่นหอมรุนแรงของกาแฟก็ลอยมาตามลมและดึงเขาเข้าไปข้างใน เมื่อเขาย่างเท้าเข้าไป เขาก็ได้เห็นสิ่งที่มีลักษณะคล้ายกับวิหาร เพื่อการสักการะบูชากาแฟ เบื้องหลังเคาน์เตอร์ไม้เก่าคร่ำคราคือถังใส่กาแฟ ที่ได้มาจากแหล่งชั้นนำของโลก เช่น สุมาตรา เคนยา เอธิโอเปีย และ คอสตาริก้า และที่ฝาผนังอีกด้านหนึ่ง คือ ชั้นวางของที่เต็มไปด้วยสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับกาแฟทั้งหมด รวมทั้งเครื่องกาแฟของแฮมมาพลาสต์สีแดง เหลือง และดำ
หลังจากที่เขาได้แนะนำตัวกับชายที่อยู่หลังเคาน์เตอร์แล้ว ลินดาก็เริ่มต้นอธิบายว่า “ทำไมลูกค้าจึงชอบเจ้าเครื่องต้มกาแฟแบบที่มีกรวยตั้งอยู่บนหม้อต้มนัก” และลินดาก็ได้อธิบายว่า ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า สตาร์บัคได้แนะนำลูกค้าให้ต้มกาแฟดื่มเอง เพราะถ้าใช้เครื่องต้มกาแฟแบบที่มีกรวยตั้งอยู่บนหม้อต้มแล้ว กาแฟจะกระจายอยู่รอบๆและค่อยๆ ถูกความร้อนหลอมละลายอย่างทั่วถึง
ขณะที่ลินดากำลังอธิบายอยู่นั้น ชายที่อยู่หลังเคาน์เตอร์ ก็ยื่นถ้วยกาแฟกระเบื้องเคลือบ ที่มีกาแฟต้มเสร็จสดๆร้อนๆ มาให้เขา ซึ่งทั้งควันทั้งกลิ่นกรุ่นของมันแทบจะห่อหุ้มใบหน้าของเขาเอาไว้ทั้งหมด เมื่อเขาจิบกาแฟ เขาก็พบว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเติมนมหรือน้ำตาลเลย แต่ทว่ากาแฟนั้นกลับให้ความรู้สึกที่ล้ำลึกเหลือเกิน และนั้นเป็นครั้งแรกที่เขาได้ดื่มกาแฟที่มีรสชาติเข้มข้นกว่ากาแฟที่เขาเคยดื่มมาก่อน พอเขาจิบครั้งที่ 3 เขาก็มีความรู้สึกเหมือนต้องมนต์เลยทีเดียว
ดังนั้นเขาจึงเริ่มต้นตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทแห่งนี้ รวมทั้งกาแฟที่มาจากภูมิภาคต่างๆของโลก วิธีการคั่วกาแฟแบบต่างๆ และเมื่อเขาจะกลับลินดาก็ได้พาเขาไปดูโรงงานคั่วกาแฟของสตาร์บัคส์เพื่อที่จะได้ทำความรู้จักกับ กอร์ดอน โบว์เคอร์ และเจอรี่ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของสตาร์บัคส์ และเมื่อเขาได้คุยกับคนทั้ง 2 เขาก็พบว่าบุรุษทั้ง 2 นั้นเป็นพวกที่มีความรู้สูง มีประสบการณ์โชกโชน และหลงใหลได้ปลื้มกับกาแฟคุณภาพอย่างแท้จริง

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *