Starbucks ตอน 1

Starbucks ตอน 1 วัยเด็ก

วัยเด็ก
ผู้ก่อตั้ง : ฮาวาร์ด ชูลท์ซ
ปี 1956 ฮาวาร์ด ชูลท์ซ มีอายุได้ 3 ปี ในปีนั้นครอบครัวของเขาย้ายจากอพาร์ตเมนต์ของคุณย่า ไปอยู่ที่ เบย์วิว โปรเจ็กต์ ซึ่งตอนนั้นเขายังไม่รู้ถึงความเป็น เบย์วิว โปรเจ็กต์ และเมื่อเขาเรียนมัธยม เขาจึงได้มีโอกาสออกไปเรียนหนังสือนอก เบย์วิว โปรเจ็กต์ จึงทำให้เขาได้รู้ว่า คนภายนอกจะมองคนที่อาศัยอยู่ใน เบย์วิว โปรเจ็กต์ ด้วยสายตาที่ดูถูก เนื่องจาก เบย์วิว โปรเจ็กต์ เป็นที่อยู่ของคนงานที่ยากจน
ในตอนที่เขาเป็นเด็กนั้น เขาไม่เคยฝันเลยว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ หรือฝันว่าจะทำธุรกิจอะไรเลย เนื่องจากเด็กที่เกิดใน เบย์วิว โปรเจ็กต์ เมื่อโตขึ้นก็ไม่พ้นที่จะเป็นคนงานที่ยากจนต่อไป ดังนั้นสิ่งเดียวที่เขามองว่า เขาจะสามารถหลบหนีออกจาก เบย์วิว โปรเจ็กต์ ได้ก็คือ การเล่นกีฬา ดังนั้นเขาจึงทุ่มเทเวลาให้กับการเล่นฟุตบอลแทน
และชีวิตของเขาก็เริ่มจะพลิกผัน เมื่อการแข่งขันฟุตบอลครั้งหนึ่ง ได้มีแมวมองมาสอดแนมผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ในตอนนั้นตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่ามีคนมาสอดแนม แต่หลังจากการแข่งขันครั้งนั้นผ่านไปได้ 2-3 วัน เขาก็ได้รับจดหมายเสนอทุนนักกีฬาฟุตบอลจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น
แต่เมื่อเขาเข้าไปเรียน เขากับพบว่าตัวเขานั้นไม่ได้เป็นนักกีฬาฟุตบอลที่ดีเลย ดังนั้นเขาจึงต้องหยิบยืมเงินและทำงาน Part time โดยเขาได้ไปทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์ในตอนกลางคืน เพื่อหาเงินมาเสียค่าเทอม และในบางครั้งเขาก็จำเป็นต้องขายเลือดตัวเอง เพื่อให้มีเงินใช้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็มองว่าชีวิตช่วงนี้เป็นช่วงที่เขามีความสุขมาก
หลังจากเขาสำเร็จการศึกษาในปี 1975 เขาก็เหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ คือไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี แต่เขาก็ยังไม่พร้อมที่จะกลับ นิวยอร์ก ดังนั้นเขาจึงยังคงอยู่ที่ชิคาโก ทำงานที่โรงแรมสำหรับผู้มาเล่นสกีที่อยู่ใกล้ๆโรงแรม
หลังจากผ่านไป 1 ปี เขาก็กลับไป นิวยอร์ก และได้เข้าทำงานที่บริษัท Xerox ในโครงการฝึกอบรมการขาย ซึ่งเขาถือว่าเขาโชคดีที่ได้มีโอกาสเข้ารับการฝึกอบรมการขาย ที่นั่นได้สอนให้เขารู้เรื่อง การขาย การตลาด และทักษะความชำนาญในการนำเสนอสินค้าแก่ลูกค้า ซึ่งทำให้เขาเขาก้าวเดินออกมาด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบและเชื่อมั่นในตัวเองมาก
หลังจากสำเร็จหลักสูตรการฝึกอบรม ในแต่ละวันเขาต้องโทรศัพท์ติดต่อลูกค้าถึง 50 ครั้ง และเขายังต้องเฝ้าแวะเวียนไปหาลูกค้าตามสำนักงานต่างๆอีก การออกไปหาลูกค้าของเขานั้น เขามองว่ามันเป็นการฝึกอบรมที่ยิ่งใหญ่สำหรับการทำธุรกิจ เพราะมันสอนให้เขารู้จักคิดด้วยตัวเอง ดังนั้นการที่บานประตูที่กระแทกปิดใส่หน้าเขาหลายครั้งหลายหน จึงได้กลายเป็นบทเรียนที่สอนให้เขาอดทน แต่ถึงอย่างไรเขาก็ชอบงานนี้ ดังนั้นเขาจึงได้อดทนต่อสู้อย่างหนัก และพยายามที่จะทำให้ดีที่สุด เพราะเขาต้องการชนะ ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเขาสามารถปิดการขายได้เป็นจำนวนมาก เหนือเพื่อนร่วมงานหลายๆคน
ในปี 1979 เพื่อนของเขาคนหนึ่งได้บอกเขาว่า มีบริษัทสวีดิชที่ชื่อว่า เพอร์สทร๊อป กำลังวางแผนที่จะเปิดโรงงานสาขาของแฮมมาร์พลาสต์ ขึ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งโรงงานนี้เป็นโรงงานสำหรับผลิตสินค้าเครื่องใช้ในครัวเรือน และเนื่องจากเขามองว่าบริษัทนี้กำลังเติบโต และเขามองว่าการเริ่มต้นกับบริษัทที่กำลังเติบโต มันเป็นสิ่งที่ท้าทาย ดังนั้นเขาจึงลาออกจาก Xerox และเข้าทำงานกับบริษัทนี้
เมื่อเขาเข้าทำงานที่นี่ได้ ทางบริษัทเพอร์สทร๊อป ก็ได้ส่งเขาไปฝึกงานที่สวีเดนเป็นเวลา 3 เดือน และเมื่อเริ่มงานบริษัทได้จัดให้เขาอยู่ในส่วนงานที่แตกต่างจากงานเดิมของเขา ซึ่งเดิมเขาเคยแต่จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัวและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ แต่บริษัทกลับจัดให้เขาจำหน่ายอุปกรณ์วัสดุก่อสร้าง ซึ่งเขามีความรู้สึกเกลียดผลิตภัณฑ์พวกนี้มาก แล้วยังได้ย้ายเขาไปอยู่ที่นอร์ทแคโรไลน่าอีก ซึ่งทำให้เขาต้องห่างจากเชอรี่ แฟนของเขา
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจลาออก แต่บริษัทไม่เพียงไม่ยอมให้เขาออกแล้ว ยังเลื่อนตำแหน่งรองประธานและผู้จัดการทั่วไปของสาขาในแฮมมาร์พลาสต์ โดยมีหน้าที่ดูแลการปฎิบัติงานของบริษัทในสหรัฐอเมริกา และบริหารตัวแทนฝ่ายขายอิสระประมาณ 20 คน และยังย้ายเขากลับ นิวยอร์ก พร้อมทั้งขึ้นเงินเดือนเป็น $75,000 /ปี และยังให้ใช้รถยนต์ของบริษัทอีกด้วย รวมทั้งช่วยเหลือค่าใช้จ่ายพิเศษ และงบสำหรับการเดินทางไม่จำกัด และเขายังได้กลับมาขายสินค้าที่เขาชอบคือ การจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ในครัว
และเนื่องจากเขารู้วิธีการจูงใจทีมงาน ดังนั้นเขาจึงเร่งสร้างยอดขาย เพียง 3 ปี เขาก็ทำมันจนประสบความสำเร็จ เขาและเชอรี่ (ซึ่งได้แต่งงานกันแล้ว)จึงซื้ออพาร์ตเม้นต์เป็นของตัวเอง และช่วงนั้นเชอรี่ก็กำลังประสบความสำเร็จกับงานของตนเช่นกัน และเนื่องจากเชอรี่เป็นดีไซเนอร์และเป็นนักการตลาดให้กับบริษัทผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ ดังนั้นเธอจึงได้ใช้ความสามารถของเธอสร้างสรรค์อพาร์ตเม้นต์ตามใจชอบ ช่วงนั้นชีวิตของเขามีความสุขมาก

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *