R&D กลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืน 'เอกชัยสาลี่ สุพรรณ'

R&D กลยุทธ์เติบโตอย่างยั่งยืน ‘เอกชัยสาลี่ สุพรรณ’
เป็นเวลากว่า 4 ทศวรรษที่ เอกชัย สาลี่ (สุพรรณบุรี) สามารถพัฒนาตนเองขึ้นมาจากเดิมที่มีสินค้าเพียง 3 ชนิด กระทั่งสามารถก้าวขึ้นมาเป็นของฝากระดับประเทศทั้งยังมีสินค้าภายในร้านกว่าพันรายการ นับเป็นความก้าวหน้าที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง สำหรับธุรกิจที่มีฐานรากมาจากธุรกิจครอบครัว

+ตำนานตำรับสาลี่สุพรรณ
หากเราย้อนไปเมื่อปี 2511 กลางตลาดทรัพย์สินเมืองขุนแผนมีร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ แห่งหนึ่งชื่อว่า “เอกชัย” ซึ่งเป็นของสองสามีภรรยา คุณเอกชัย-นฤมล เอี่ยมผดุง แม้ว่า “เอกชัย” จะเป็นผู้ประกอบการที่ขยัน แต่ด้วยภาระที่นับวันจะมากขึ้นด้วยจำนวนของลูกๆ จึงทำให้ “นฤมล” ซึ่งเดิมเป็นแม่บ้าน ต้องหาทางช่วยเหลือจุนเจือรายได้ในครอบครัว ด้วยความที่เธอมีใจรักในด้านการทำขนมจึงไปเรียนทำขนมเค้กและขนมฝรั่งหลายชนิดจากกรุงเทพฯ
เพื่อตั้งใจที่จะหารายได้จุนเจือครอบครัว
เธอจึงเริ่มต้นสร้างธุรกิจเล็กๆในครอบครัว ด้วยการทำขนมสาลี่ ซึ่งเป็นขนมพื้นบ้าน
แทบทุกครอบครัวในเมืองสุพรรณต่างรู้จัก โดยใช้ชื่อว่า “สาลี่เอกชัย” เธออาศัยชื่อเสียงตรงนี้เป็นฐานในการทำตลาดโดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนสูตรใหม่ ปรุงแต่ง กลิ่น สี รส ให้ดูดีขึ้น ถือเป็นการยกระดับจากขนมพื้นบ้านทั่วๆไปให้เป็นขนมที่ดูมีเกรดขึ้นมา ภายใต้หลักคิดที่ว่า สินค้าจะมีคุณภาพต้องผ่านการคัดสรรที่พิถีพิถัน ด้วยเหตุนี้ “นฤมล” จึงเลือกวัตถุดิบทุกอย่างที่นำมาทำขนมต้องคัดชั้นเยี่ยมทั้งไข่ไก่ที่สด แป้งเกรดเอ ฯลฯ บวกกับฝีมือชั้นหนึ่งของเธอ ทำให้สินค้าติดตลาดในระยะเวลาไม่นาน
เป็นเวลากว่า 12 ปีที่ “นฤมล” ใช้เวลาในการพัฒนาขนมสาลี่ให้มีคุณภาพ ถูกปากลูกค้าในสุพรรณและจังหวัดใกล้เคียง ในปี 2519 จึงได้ขยายกิจการจากตึกแถว 1 คูหาเป็น 2 และ 3 คูหาตามลำดับ จนกระทั่งในปี 2523 ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ได้มาเยือนถิ่นขุนแผนและได้ซื้อสินค้าสาลี่เอกชัยไปรับประทาน ด้วยคุณภาพและความอร่อยจึงทำให้ “คุณชาย” เอ่ยปากชมสาลี่เอกชัยผ่านรายการ”ครอบจักรวาล” และรายการใต้ฟ้าเมืองไทย ทั้งยังได้รับ “ป้ายเชลล์ชวนชิม” การันตีคุณภาพ

+ พัฒนาสินค้าตัวใหม่
จากนั้นไม่นาน “นฤมล” ได้แตกไลน์สินค้าสร้างชื่อตัวที่สองขึ้นมาคือ “ขนมลูกเต๋า” ซึ่งเดิมเป็นขนมหกเหลี่ยมของจีน โดยเธอได้นำมาดัดแปลงประยุกต์สูตรใหม่ทั้งยังเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาให้น่ารับประทานขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ขนมน้องใหม่ (ในยุคนั้น)มีรสชาติอร่อยสร้างชื่อเสียง ดังไม่แพ้รุ่นพี่อย่างสาลี่ จากนั้นจึงได้คิดค้น “เปี๊ยะนมข้น” ขึ้นมาโดยเน้นสร้างความต่างกับขนมโมจิทั้งในส่วนของแป้งและไส้ซึ่งเป็นสูตรลับของที่นี่ และนี่ก็คือ 3 ผลิตภัณฑ์แห่งสาลี่เอกชัย ที่สร้างชื่อระบือไกลไปทั่วภาคกลาง
ด้วยความสำเร็จดังกล่าวห้องแถวในตลาดทรัพย์สินซึ่งเดิมเคยจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าก็กลายเป็นร้านขนมสาลี่เอกชัยไปโดยปริยาย จากนั้นไม่นานธุรกิจของทั้งสองคนก็เติบโตขยับขยายไปสู่ห้องแถว 5 คูหาหน้าวัดปราสาททองและได้ขยายกำลังการผลิตเพิ่มมากขึ้นจากเดิมจนสามารถขยายไลน์สินค้าเพิ่มเติมออกไปเช่น สาลี่ทิพย์ ครองแครงสามรส ฯลฯ

+สร้างแบรนด์รุกตลาดค้าส่ง
ภายหลังจากประสบความสำเร็จในการขายปลีกซึ่งเน้นการตลาดเชิงรับแล้ว “นฤมล” ก็ได้วางกลยุทธ์การตลาดเชิงรุก ด้วยการเพิ่มช่องทางค้าส่งเข้าไปโดยมีลูกค้าจาก สามชุก ศรีประจันต์ สองพี่น้อง อู่ทอง ฯลฯ มารับไปขาย จนกระทั่งถนนตัดผ่านจากสุพรรณไปสู่กรุงเทพฯ โดยไม่ต้องอ้อมจังหวัดอ่างทองเหมือนในอดีต ทำให้เกิดอาชีพใหม่ในขณะนั้นคือ วินรถตู้กรุงเทพฯ-สุพรรณ และวินรถตู้ ต่างทำหน้าที่เป็นสายส่งนำสาลี่สุพรรณออกไปกระจายสู่กรุงเทพฯอย่างเต็มภาคภูมิซึ่งถือว่าเป็นช่องทางจัดจำหน่ายใหม่ของสาลี่สุพรรณ
เมื่อแบรนด์สาลี่เอกชัย สุพรรณบุรีโตมากขึ้นในปี 2539 “นฤมล” จึงตัดสินใจขยายสาขามายังริมถนนสุพรรณบุรี-บางบัวทอง บนเนื้อที่ 16 ไร่นับเป็นศูนย์ของฝากที่ใหญ่ที่สุดในสุพรรณบุรี พร้อมทั้งพัฒนาโรงงานผลิตที่มีเครื่องจักรทันสมัยซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทุกคน

+จากสุพรรณยกระดับสู่สากล
จนกระทั่งเข้ามาสู่ยุคที่สองภายใต้การนำของ “พรพิมล” ทายาทคนรองของครอบครัวเอี่ยมผดุง ได้เข้ามารับช่วงบริหารสาลี่เอกชัย ด้วยดีกรีมหาบัณฑิตคณะเศรษฐศาสตร์จากรั้วเกษตรศาสตร์ เธอได้นำระบบการบริหารยุคใหม่มาปรับใช้กับธุรกิจของครอบครัวโดยจัดโครงสร้างองค์กรออกเป็น 7 ฝ่ายได้แก่ ฝ่ายบริหาร , ฝ่ายบัญชีและการเงิน , ฝ่ายขายและการตลาด , ฝ่ายทรัพยากรบุคคล , ฝ่ายผลิต , ฝ่ายวิจัยและพัฒนา และฝ่ายจัดซื้อ
สำหรับหน่วยงานวิจัยและพัฒนา แม้ว่าจะเป็นหน่วยงานใหม่ของที่นี่แต่ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ได้ตามมาตรฐานและพัฒนา Know How ทางด้านการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่น ขนมสาลี่ในอดีตจะมีอายุอยู่ได้เพียง 3 วัน แต่เมื่อผ่านการวิจัยและพัฒนาก็สามารถยืดอายุให้อยู่ได้ถึง 7 วัน สินค้าบางชนิดมีอายุอยู่ได้แค่ 1 สัปดาห์ทว่าเมื่อผ่านกระบวนการดังกล่าวก็ยืดอายุให้อยู่ได้ถึง 2 สัปดาห์ ทำให้ลดต้นทุนและเพิ่มกำไรอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากการพึ่งพาตนเองแล้ว “พรพิมล” ยังแสวงหาความร่วมมือจากองค์กรภายนอกโดยเฉพาะของภาครัฐบาลที่จะเข้ามาช่วยเหลือส่งเสริมในด้านองค์ความรู้ต่างๆ โดยเฉพาะด้านการผลิต ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจังหวัด สถาบันอาหาร ฯลฯ ซึ่งความรู้เหล่านี้ได้ถูกพัฒนาและนำมาต่อยอดธุรกิจ

+มาตรฐานการผลิตระดับมืออาชีพ
ไม่เพียงเท่านี้เธอยังได้นำระบบประเมินผลงาน KPI เข้ามาใช้ในการชี้วัดประสิทธิภาพงาน รวมไปถึงนำระบบ GMP (มาตรฐานข้อปฏิบัติสุขอนามัยในโรงงาน) มาใช้ในกระบวนการผลิตในปี 2544 และได้ต่อยอดระบบดังกล่าวไปสู่ HACCP (ระบบวิเคราะห์ควบคุมอันตรายจุดวิกฤติในกระบวนการผลิต) เพื่อให้สอดรับกฎหมายทางอาหารเพื่อยกระดับการผลิตของสาลี่เอกชัยให้เป็นมาตรฐานสากล และสร้างมูลค่าเพิ่มโดยผ่านกระบวนการของR&D ในการวิจัยและพัฒนาสินค้าให้มีอายุยาวมากขึ้นและแตกไลน์สินค้าให้มากขึ้นกว่าที่มีอยู่ ซึ่งเธอย้ำว่า ผู้ประกอบการ SMEs ใดที่ต้องการเติบโตจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้ความสำคัญในส่วนนี้ เพราะถ้าสินค้าไม่ได้มาตรฐานโอกาสที่จะเติบโตอย่างยั่งยืนจะเป็นเรื่องที่ยากมาก
เมื่อสามารถยกระดับมาตรฐานการผลิตการควบคุมในเรื่องโลจิสติกส์นับเป็นแนวทางที่สำคัญในลดต้นทุนและเพิ่มกำไร เนื่องจากตลาดของฝากในสุพรรณบุรีนั้นเติบโตอย่างเต็มที่ ส่วนแบ่งการตลาดกว่า 80% เป็นของผลิตภัณฑ์จากสาลี่เอกชัย สิ่งสำคัญก็คือต้องรุกตลาดออกไปยังต่างจังหวัดให้มากขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้เคียงในรัศมี 200 กิโลเมตร อย่าง อยุธยา อ่างทอง กาญจนบุรี รวมไปถึงสิงห์บุรี นครสวรรค์ กรุงเทพฯ นอกจากนี้เธอยังได้พัฒนาระบบโลจิสติกส์จนสามารถครอบคลุมไปถึงเพชรบุรีและนครราชสีมาเพื่อขยายตลาดไปยังอีสานและภาคใต้ได้สำเร็จ

Key Success ของ เอกชัย สาลี่สุพรรณ
1.เน้นการผลิตสินค้ามีคุณภาพในราคายุติธรรม เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพการผลิตที่ดีที่สุดและไม่ก่อให้เกิดสงครามราคา
2.ต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าโดยผ่านบริการและสินค้าที่ดีที่สุด
3.คืนกำไรให้กับสังคมอย่างเป็นรูปธรรมโดยการให้ความรู้สร้างภูมิปัญญาเป็นหลักโดยการเปิดกว้างให้เป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ให้กับกลุ่มแม่บ้าน และ สถาบันการศึกษา
4. มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมต่างๆในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อทุกคนในองค์กรและชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ธรรมชาติ

Add a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *